คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถโดยประมาทไปจอดข้างทางแล้วไม่เปิดไฟหรือจุดไฟให้เห็นว่ามีรถจอดอยู่ เป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งขับรถมาทางข้างหลังมองไม่เห็นและชนรถจำเลย ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยร่วมกันชดใช้เป็นเงิน ๑๙,๕๕๐ บาท
จำเลยทั้งสองให้การและจำเลยที่ ๒ ฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นฝ่ายประมาทขับรถมาชนรถของจำเลยที่ ๒ เสียหาย ขอให้ชดใช้เป็นเงิน ๗,๕๐๐ บาท
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า เหตุเกิดขึ้นเพราะจำเลยที่ ๑ ประมาท และค่าเสียหายที่จำเลยที่ ๒ เรียกมาสูงเกินไป
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินแก่โจทก์ ๑๘,๒๐๐ บาท
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า โจทก์เป็นฝ่ายประมาท จำเลยไม่ต้องรับผิด
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓ พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยที่ ๑ มิได้ขับรถโดยประมาทโจทก์เป็นฝ่ายประมาทจำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ขอให้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยตามฟ้องแย้ง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฎีกาของจำเลยทั้งสองปรากฏว่ามิได้ฎีกาโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่าไม่ชอบอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสอง