Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22089/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ปัญหาว่าหนังสือมอบอำนาจปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนหรือไม่แม้จำเลยไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลล่างทั้งสองและเพิ่งยกขึ้นโต้แย้งคัดค้านในชั้นฎีกา แต่ปัญหาเกี่ยวกับอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคสอง ป.รัษฎากร มาตรา 103 นิยามคำว่า ขีดฆ่า หมายความว่า การกระทำเพื่อมิให้ใช้แสตมป์ได้อีก โดยมีเจตนารมณ์เพื่อมิให้นำแสตมป์นั้นมาใช้อีกอันเป็นการหลีกเลี่ยงค่าอากร เมื่อปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจว่ามีการขีดเส้นคร่อมฆ่าอากรแสตมป์แล้ว แม้จะไม่ได้ลงวันเดือนปีที่ขีดเส้นคร่อมฆ่าอากรแสตมป์ และไม่ได้ลงลายมือชื่อไว้บนอากรแสตมป์นั้น ก็ถือได้ว่าเป็นการขีดฆ่าที่สมบูรณ์ สอดคล้องกับเจตนารมณ์แห่งกฎหมายแล้ว จึงรับฟังหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานได้ เช็คพิพาทเป็นเช็คสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ ย่อมโอนไปด้วยการส่งมอบให้แก่กันตาม ป.พ.พ. มาตรา 918 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง เมื่อโจทก์เป็นผู้รับโอนเช็คพิพาทมา จึงเป็นผู้ถือย่อมเป็นผู้ทรงตาม ป.พ.พ. มาตรา 904 มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดตามเนื้อความในเช็คได้ จำเลยผู้ถูกฟ้องในมูลหนี้ตามเช็คพิพาทไม่อาจต่อสู้โจทก์ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อน เว้นแต่การโอนจะมีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉลตาม ป.พ.พ. มาตรา 916 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 268,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 250,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 9 เมษายน 2552 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีท้ายฟ้องของโจทก์ปิดอากรแสตมป์ไม่บริบูรณ์จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่ ปัญหาว่าหนังสือมอบอำนาจปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนหรือไม่แม้จำเลยจะไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลล่างทั้งสองและเพิ่งยกขึ้นโต้แย้งคัดค้านในชั้นฎีกาก็ตาม แต่ปัญหาเกี่ยวกับอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยย่อมมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสอง จำเลยฎีกาว่าหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องปิดอากรแสตมป์ไว้จริง แต่ไม่ได้ขีดฆ่าตามที่กฎหมายบัญญัติ คือไม่ได้ลงวันเดือนปีที่ขีดคร่อม ไม่ได้ลงลายมือชื่อหรือประทับตรานิติบุคคลไว้บนอากรแสตมป์นั้นเลย

ขัดต่อประมวลรัษฎากร มาตรา 103 นั้น เห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 103 นิยามคำว่า ขีดฆ่า หมายความว่า การกระทำเพื่อมิให้ใช้แสตมป์ได้อีก โดยมีเจตนารมณ์เพื่อมิให้นำแสตมป์นั้นมาใช้อีกอันเป็นการหลีกเลี่ยงค่าอากร เมื่อปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจว่ามีการขีดเส้นคร่อมฆ่าอากรแสตมป์แล้ว แม้จะไม่ได้ลงวันเดือนปีที่ขีดเส้นคร่อมฆ่าอากรแสตมป์ และไม่ได้ลงลายมือชื่อไว้บนอากรแสตมป์นั้น ก็ถือได้ว่าเป็นการขีดฆ่าที่สมบูรณ์สอดคล้องกับเจตนารมณ์แห่งกฎหมายแล้ว จึงรับฟังหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานได้ ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการสุดท้ายว่า จำเลยจะต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่

เห็นว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ ย่อมโอนไปด้วยการส่งมอบให้แก่กันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 918 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง เมื่อโจทก์เป็นผู้รับโอนเช็คพิพาทมา จึงเป็นผู้ถือ ย่อมเป็นผู้ทรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 904 มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดตามเนื้อความในเช็คได้ กรณีเช่นนี้ จำเลยผู้ถูกฟ้องในมูลหนี้ตามเช็คพิพาทหาอาจต่อสู้โจทก์ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อนนั้นได้ไม่ เว้นแต่การโอนจะมีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 916 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายว่า นางสมปองกับนางวรรณาได้ร่วมกันกู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 250,000 บาท

ไม่มีสัญญากู้เงิน แต่บุคคลทั้งสองได้นำเช็คพิพาทให้ยึดถือไว้เป็นประกัน และจำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยไม่เคยไปขอกู้เงินจากโจทก์ ไม่เคยมอบเช็คให้แก่โจทก์เลย หากแต่จำเลยเคยไปขอกู้เงินจากนายเฉลิมพงษ์ซึ่งเป็นพี่ชายหรือน้องชายโจทก์ ไม่ได้ทำสัญญากู้เงิน แต่ได้นำเช็คพิพาทมอบให้นายเฉลิมพงษ์ยึดถือไว้เป็นประกัน ประเด็นข้อพิพาทจึงมีว่าจำเลยไปขอกู้เงินจากโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ และจำเลยได้มอบเช็คพิพาทแก่โจทก์หรือไม่ นั้น ฎีกาของจำเลยดังกล่าว ล้วนแต่เป็นฎีกาที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงผิดแผกไปจากที่ปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์และตามคำให้การของจำเลยทั้งสิ้น เพราะตามคำฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องที่โจทก์บรรยายฟ้องว่านางสมปองและนางวรรณาขอกู้ยืมเงินโจทก์โดยบุคคลทั้งสองนำเช็คพิพาทที่จำเลยสั่งจ่ายมาแลกเงินไปจากโจทก์ และจำเลยให้การว่านางวรรณาไปกู้ยืมเงินจากนายเฉลิมพงษ์น้องชายโจทก์

นางวรรณาโดยจำเลยได้มอบเช็คพิพาทให้แก่นายเฉลิมพงษ์ยึดถือไว้เป็นประกัน ประเด็นข้อพิพาทจึงหาได้เป็นดังที่จำเลยฎีกาไม่ หากแต่เป็นเรื่องที่จำเลยให้การต่อสู้คดีด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันระหว่างจำเลยกับนายเฉลิมพงษ์ซึ่งเป็นผู้ทรงคนก่อนขึ้นต่อสู้โจทก์ ซึ่งจำเลยหาอาจทำเช่นนั้นได้ไม่ เว้นแต่การโอนเช็คพิพาทให้แก่โจทก์จะได้มีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉล แต่เมื่อจำเลยมิได้ให้การโดยชัดแจ้งและไม่มีประเด็นข้อพิพาทที่จะนำสืบดังที่ได้วินิจฉัยมาข้างต้นแล้ว คดีจึงวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องสืบพยานโจทก์และจำเลย เมื่อเช็คพิพาทเป็นตราสารที่โอนเปลี่ยนมือกันได้เพียงส่งมอบให้แก่กัน นายเฉลิมพงษ์เป็นผู้ทรงคนก่อนย่อมมีสิทธิโอนเช็คพิพาทให้แก่โจทก์และโจทก์ผู้รับโอนเช็คพิพาทมาก็หาจำต้องมีนิติสัมพันธ์กับจำเลยไม่

เมื่อโจทก์เป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย และข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทและธนาคารผู้จ่ายปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คดังกล่าว จำเลยจึงต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คนั้นให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 900 วรรคหนึ่ง, 914, 989 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 224 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์และจำเลย แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามเช็คพิพาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามฟ้อง และศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน · อภิรัตน์ ลัดพลี · ธงชัย เสนามนตรี
ศาลล่าง
ศาลแขวงนครปฐม - นายสมศักดิ์ ศรีเทียมทอง
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายสุพจน์ บำเพ็ญวัฒนา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2865/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ93/2553
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ675/2553
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2752/2536

การที่โจทก์มิได้ระบุชื่อผู้โอนเช็คพิพาทมาให้ทราบในการฟ้องนั้นเมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ไม่สุจริตอย่างไร หาเป็นการคบคิดกันฉ้อฉลจำเลยไม่ การที่โจทก์รับซื้อเช็คพิพาทมาโดยมิได้ให้ผู้โอนสลักหลังเช็คพิพาทนั้นก็เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 270/2520

จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ได้ออกเช็คโดยประทับตราห้างจำเลยที่ 1 ให้แก่ น. น. โอนเช็คนี้ให้โจทก์ เช็คดังกล่าวเป็นเช็คสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือโอนกันได้เพียงด้วยการส่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1385/2554

เช็คเป็นตราสารเปลี่ยนมือได้ ย่อมโอนเปลี่ยนมือกันได้ด้วยการสลักหลังและส่งมอบเช็คในกรณีเช็คระบุชื่อ หรือด้วยการส่งมอบเช็คในกรณีเช็คผู้ถือ เช็คพิพาททั้ง 5 ฉบับ เป็นเช็คสั่งจ่ายเงินสดโดยมิได้ระบุชื่อหรือย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6078/2554

เช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้จึงไม่มีหนี้ตามเช็คพิพาทที่จำเลยที่ 1 ผู้สลักหลังอาวัลผู้สั่งจ่ายต้องรับผิดแก่โจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 อำนาจฟ้องเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 250/2541

เช็คพิพาทเป็นเช็คออกให้แก่ผู้ถือ ผู้ทรงคนเดิม มีสิทธิโอนต่อให้บุคคลอื่นได้และย่อมโอนให้แก่กันได้โดยการส่งมอบ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 918ประกอบมาตรา 989 เมื่อโจทก์เป็นผู้รับโอนเช็คพิพาทโดยก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้