Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2263/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การฟ้องคดีของโจทก์โดยอาศัยสิทธิอันตั้งหลักฐานขึ้นโดยสัญญาประนีประนอมยอมความ มีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 168 แม้จำเลยจะแย่งการครอบครองที่พิพาทจากโจทก์ไปเกินกว่า 1 ปี แต่นับถึงวันฟ้องยังไม่ครบ 10 ปี ฟ้องโจทก์จึงหาขาดอายุความไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวาร ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไปจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 2,700 บาท และชำระต่อไปอีกเดือนละ 100 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันฟังได้ว่า ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 702 ตำบลนาทมอำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของ จำเลยได้ปลูกบ้านในที่พิพาทก็ถูกโจทก์กล่าวหาว่าบุกรุก และโจทก์จำเลยได้ตกลงกันมีรายละเอียดปรากฏตามบันทึกสำเนารายงานประจำวันเอกสารหมาย จ.3(เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4) จำเลยมิได้ปฏิบัติตามข้อตกลงจึงถูกพนักงานอัยการฟ้อง แต่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดปรากฏตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1405/2524 ของศาลชั้นต้น โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ภายหลังกำหนดเวลาที่จำเลยตกลงกับโจทก์ล่วงเลยไปเกินกว่า 1 ปี คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาว่า

คดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ที่จำเลยฎีกาว่า อายุความตามประเด็นข้อพิพาทที่ศาลชั้นต้นกำหนดเป็นอายุความเกี่ยวกับการแย่งสิทธิครอบครองในที่ดินมือเปล่าหาใช่อายุความจากสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งโจทก์มิได้ฟ้องหรือมีคำขอท้ายฟ้อง และศาลชั้นต้นมิได้ตั้งประเด็นไว้คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงเป็นการวินิจฉัยไม่เกี่ยวกับประเด็น จำเลยครอบครองที่พิพาทเกินกว่า 27 เดือนย่อมได้สิทธิครอบครอง โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายนั้น ได้พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดิน น.ส.3 ก. ของโจทก์ จำเลยบุกรุกปลูกบ้านโจทก์ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านแพง

พนักงานสอบสวนได้เชิญตัวจำเลยไปสอบสวน จำเลยยอมรับว่าที่ดินที่จำเลยเข้าไปปลูกบ้านอยู่อาศัยนี้เป็นของโจทก์ ตกลงจะรื้อถอนบ้านพักซึ่งได้ปลูกขึ้นออกไปจากที่ดินของโจทก์ภายในวันที่ 9 มีนาคม 2523 ปรากฏตามบันทึกสำเนารายงานประจำวันเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 (เอกสารหมาย จ.3) แต่จำเลยไม่รื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างออกไป ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย จำเลยมิได้ปฏิเสธข้อตกลงตามบันทึกนั้นแต่อย่างใด คงอ้างแต่เพียงว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองที่พิพาทมาเกินกว่า 1 ปี โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเท่านั้น ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จึงหาได้หมายความเฉพาะอายุความเสียสิทธิของโจทก์ เพราะไม่ฟ้องคดีเมื่อถูกแย่งการครอบครองที่พิพาทไปเกินกว่า 1 ปี ตามที่จำเลยต่อสู้เท่านั้นไม่

หากแต่รวมถึงสิทธิเรียกร้องตามข้อตกลงซึ่งโจทก์จำเลยตกลงกันตามเอกสารหมาย จ.3 ว่าขาดอายุความหรือไม่ด้วยปรากฏจากข้อตกลงในเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งโจทก์จำเลยต่างลงชื่อในข้อตกลงนั้น เป็นการตกลงกันเพื่อระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่ให้เสร็จไปด้วยต่างผ่อนผันให้แก่กัน จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ การฟ้องคดีของโจทก์โดยอาศัยสิทธิอันตั้งหลักฐานขึ้นโดยสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 168แม้จำเลยจะแย่งการครอบครองที่พิพาทจากโจทก์ไปเกินกว่า 1 ปีแต่นับถึงวันฟ้องยังไม่ครบ 10 ปี ฟ้องของโจทก์จึงหาขาดอายุความไม่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 300 บาทแทนโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมประสงค์ พานิชอัตรา · ยนต์ พิรวินิจ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3685/2562

คดีก่อนที่ ช. ฟ้องโจทก์กับพวกเป็นจำเลยมีประเด็นพิพาทว่าที่ดินพิพาทเป็นของ ช. หรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินพิพาทมิใช่ของ ช. ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ช. ถึงแก่ความตาย จำเลยขอเข้าเป็นคู่ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและรื้อบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์ห้ามปรามแล้วแต่จำเลยทั้งสามไม่ฟัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6627/2560

คดีนี้จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตน ประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองจึงไม่มี เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของบุคคลอื่น ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง ฎีกาของจำเลยและจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2558

แม้จำเลยชนะคดีในศาลชั้นต้นก็ตาม แต่จำเลยก็ยังมีสิทธิที่จะตั้งประเด็นส่วนที่จำเลยไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นมาในคำแก้อุทธรณ์ได้ ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6157/2558

ที่ดินพิพาทมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี ตาม ป. ที่ดิน มาตรา 58 ทวิ นับแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2519 โจทก์ที่ 1 ซื้อที่ดินพิพาทจาก ค. และเข้าครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2525 ยังอยู่ภายในกำหนด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้