Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2344/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคสอง บัญญัติให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ก็ตาม แต่บทบัญญัติดังกล่าวมิได้บัญญัติว่าหากวินิจฉัยอุทธรณ์เกินกำหนดจะมีผลเป็นอย่างไร ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ในกำหนด จึงไม่ทำให้อำนาจของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่จะรับวินิจฉัยอุทธรณ์หมดไป เพียงแต่ผู้อุทธรณ์มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้ทันทีหลังจากพ้นกำหนดเวลาสามสิบวันโดยไม่ต้องรอคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามขั้นตอนเท่านั้น.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 52 ป.วิ.พ. มาตรา 55

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 เป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เมื่อวันที่ 10 และ 12 กุมภาพันธ์ 2525 เจ้าพนักงานท้องถิ่นเขตพระโขนงได้มีคำสั่งให้โจทก์ระงับการก่อสร้างอาคารและแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารให้ถูกต้องตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครตามลำดับโจทก์เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้องจึงอุทธรณ์คำสั่งต่อจำเลยทั้งเก้าซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยทั้งเก้าวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์เห็นว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ถูกต้อง ทั้งหนังสือแจ้งให้ระงับการก่อสร้างและให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารมีถึงโจทก์ภายหลังการก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้วขอให้พิพากษาว่าคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งเก้าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

จำเลยให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยได้วินิจฉัยอุทธรณ์ไว้ชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยก่อสร้างอาคารผิดจากแบบที่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานท้องถิ่นให้โจทก์แก้ไขและยื่นขออนุญาตให้ถูกต้อง แต่โจทก์มิได้กระทำ กลับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารให้เป็นของนิติบุคคลอาคารชุดโดยไม่สุจริต โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารพิพาทเมื่อปี 2523 และก่อสร้างเสร็จในปี 2524 วันที่ 22 พฤษภาคม2524 โจทก์ขอจดทะเบียนอาคารดังกล่าวเป็นอาคารชุด โจทก์ขายห้องชุดให้แก่ลูกค้าและจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด ชื่อแกรนด์วิลเฮ้าส์ในปี 2524 ตามเอกสารหมาย จ.4 ต่อมาวันที่ 10กุมภาพันธ์ 2525 เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้โจทก์ระงับการก่อสร้าง อ้างว่าก่อสร้างผิดไปจากแบบที่ได้รับอนุญาต วันที่ 12กุมภาพันธ์ 2525 เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้โจทก์แก้ไขอาคารให้ถูกต้องตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมการก่อสร้างพ.ศ.2522 และยื่นขออนุญาตให้ถูกต้องภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง วันที่ 11 มีนาคม 2525 โจทก์อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วันที่ 29 เมษายน 2526ประธานคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้โจทก์ทราบว่า

คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ตามเอกสารหมาย จ.6 แล้ววินิจฉัยว่ามีปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาว่าคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์เกินกำหนดเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้คำสั่งดังกล่าวไม่อาจใช้บังคับได้นั้น ปัญหานี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอำนาจฟ้อง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้โจทก์ไม่ได้บรรยายตั้งประเด็นไว้ในฟ้อง โจทก์มีอำนาจยกขึ้นอ้างได้ในชั้นอุทธรณ์และฎีกาตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคสอง บัญญัติว่า'ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์แล้วแจ้งคำวินิจฉัยเป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์และเจ้าพนักงานท้องถิ่น

คำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เป็นที่สุดแต่ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้เสนอคดีต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์' เห็นว่าบทบัญญัติดังกล่าวนี้แม้จะได้กำหนดเวลาให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้เสร็จไปโดยเร็ว แต่ก็ไม่ได้บัญญัติว่าหากวินิจฉัยอุทธรณ์เกินกำหนดเวลาดังกล่าวมีผลเป็นอย่างไร ไม่มีสภาพบังคับ จึงไม่ทำให้อำนาจของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่จะวินิจฉัยอุทธรณ์หมดไป เพียงแต่เป็นเหตุให้ผู้อุทธรณ์มีสิทธิเสนอคดีต่อศาลได้ทันที หลังจากพ้นระยะเวลาดังกล่าวโดยไม่ต้องรอคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามขั้นตอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งเก้ามีผลบังคับได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · เดชา สุวรรณโณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5693/2549

คำสั่งที่ให้โจทก์รื้อถอนอาคารเป็นคำสั่งของนายกเทศมนตรีเมืองสิงห์บุรีในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 4 ซึ่งมาตรา 42 ให้อำนาจไว้โดยเฉพาะแยกต่างหากจากการสั่งในฐานะเป็นผู้กระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9608/2539

โจทก์มีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่ก่อสร้างผิดแบบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 52บัญญัติให้จำเลยมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โดยยื่นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3239/2532

แม้ในช่องคู่ความในคำฟ้องระบุชื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9เป็นจำเลยโดยมิได้ระบุตำแหน่ง แต่ในคำฟ้องบรรยายว่า จำเลยที่ 1ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 เป็นกรร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2529

จำเลยเป็นผู้ก่อสร้างต่อเติมอาคารพิพาทโดยไม่ได้รับอนุญาตและการต่อเติมนั้นเป็นเหตุให้ขาดประโยชน์แห่งการป้องกันอัคคีภัยและการผังเมืองไม่ต้องด้วยวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.2522แม้อาคารพิพา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2527

ตามพระราชบัญญัติสุขาภิบาล พ.ศ.2495 มาตรา 4 จำเลยที่1มีฐานะเป็นนิติบุคคล และมาตรา 8 ให้นายอำเภอแห่งท้องที่ซึ่งสุขาภิบาลนั้นตั้งอยู่เป็นประธานกรรมการสุขาภิบาลโดยตำแหน่ง และพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้