Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า เดิม จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคลธุรการ ต่อมาโจทก์เลิกจ้างเพราะจำเลยใช้พนักงานรักษาความปลอดภัยละทิ้งหน้าที่ไปทำงานส่วนตัวให้จำเลยจำเลยจึงฟ้องโจทก์ต่อศาลแรงงานว่าโจทก์เลิกจ้างจำเลยโดยไม่เป็นธรรมในการพิจารณาคดีดังกล่าว จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จว่า ส. ได้รับแต่ง ตั้งเป็นหัวหน้ารักษาความปลอดภัย อยากได้รายได้พิเศษ จำเลยจึงฝาก ส. ทำงานที่ร้านอาหารโดยให้ไปทำในช่วงที่มิใช่เวลาทำงานของโจทก์ ฝากงานให้แล้ว ส. มาทำงานสายจำเลยได้ว่ากล่าวตักเตือนและเบิกความอันเป็นเท็จว่าจำเลยไม่เคยใช้ พ. ไปทำธุระส่วนตัวร้านอาหารที่จำเลยฝากงานให้ไปทำอยู่ที่ห้าง อ. เอกสาร ล.6 จำเลยเขียนฝากงานให้ ส. ทำที่โรงแรมจำเลยก็เบิกความเท็จว่าจำเลยเขียนฝากงานให้ทำที่ห้าง อ. เอกสาร ล.9 เป็นหนังสือที่จำเลยขอบใจ พ. เกี่ยวกับเรื่องงานที่จำเลยได้มอบหมายให้ไปทำและให้เก็บเป็นความลับ จำเลยก็เบิกความเท็จว่าเป็นหนังสือที่จำเลยขอบใจ พ.ที่ไปช่วยงานร้านอาหารโดยส. ขอร้องและจำเลยไม่รู้เรื่องข้อความที่โจทก์อ้างว่าจำเลยเบิกความนี้เป็นข้อสำคัญในคดี จะอ้างว่าแม้จำเลยจะเบิกความเป็นเท็จก็ไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไปย่อมไม่ถูกต้อง ที่ศาลสั่งงดไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องจึงเป็นการไม่ชอบ.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เดิมจำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลธุรการ โจทก์เลิกจ้างจำเลยเพราะจำเลยได้ใช้พนักงานรักษาความปลอดภัยไปทำงานส่วนตัวให้จำเลยในเวลาทำงานจำเลยจึงฟ้องโจทก์ต่อศาลแรงงานกลางว่าโจทก์เลิกจ้างจำเลยโดยไม่เป็นธรรม ขอให้โจทก์ใช้ค่าเสียหาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ให้โจทก์จ่ายค่าเสียหาย โดยจำเลยได้เบิกความเท็จในคดีดังกล่าวว่า นายสมนึกอยากได้รายได้พิเศษจุนเจือครอบครัว ข้าพเจ้าบอกว่าจะหางานให้ทำแต่ต้องไม่ใช่เวลาทำงานของบริษัทจำเลย ข้าพเจ้าเคยฝากงานร้านอาหารให้นายสมนึกโดยให้ไปทำในช่วงที่มิได้เป็นเวลาทำงานของบริษัทจำเลย และเบิกความเท็จว่าข้าพเจ้าไม่เคยใช้นายพะโยมไปทำธุระส่วนตัว ร้านอาหารที่ข้าพเจ้าฝากงานให้ไปทำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าเอดิสัน ศรีย่านเอกสาร ล.6 เป็นหนังสือที่ข้าพเจ้าฝากงานให้นายสมนึก ข้าพเจ้าเคยมีหนังสือลับถึงนายพะโยมเป็นหนังสือขอบใจนายพะโยมที่ไปช่วยร้านอาหารโดยนายสมนึกขอร้องให้ไปช่วยโดยข้าพเจ้าไม่ทราบเรื่องตามเอกสารหมาย

ล.9 ความจริงจำเลยไม่ได้ฝากงานให้นายสมนึก แต่จำเลยได้ใช้นายสมนึกและนายพะโยมละทิ้งหน้าที่ในเวลาทำงานของโจทก์ไปทำงานส่วนตัวให้จำเลย โดยใช้ไปซื้อกับข้าวในร้านอาหารที่อยู่ที่ห้างสรรพสินค้าเอดิสัน ศรีย่าน เอกสารหมาย ล.9 ก็เป็นหนังสือที่จำเลยทำขึ้นเพื่อขอบใจนายพะโยมเกี่ยวกับเรื่องงานที่จำเลยมอบหมายให้ไปทำ และให้เก็นเป็นความลับ ซึ่งข้อความที่จำเลยเบิกความดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดี เพราะหากปรากฎว่ามีการละทิ้งหน้าที่แล้ว การเลิกจ้างก็เป็นธรรม หากไม่มีการละทิ้งหน้าที่การเลิกจ้างก็ไม่เป็นธรรม อันเป้นการวินิจฉัยถึงข้อแพ้ชนะในคดี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดไต่สวนมูลฟ้อง และพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ในคดีก่อนศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่านายสมนึกและนายพะโยมพนักงานรักษาความปลอดภัยของโจทก์ละทิ้งหน้าที่อันสืบเนื่องมาจากการที่จำเลยเป็นผู้ใช้ให้กระทำซึ่งโจทก์อ้างตามฟ้องในคดีนี้ว่าเป็นมูลเหตุที่โจทก์เลิกจ้างจำเลยเพราะจำเลยใช้พนักงานรักษาความปลอดภัยละทิ้งหน้าที่ไปทำงานส่วนตังให้จำเลย และในการวินิจฉัยข้อกฎหมายที่ว่าการเลิกจ้างเป็นธรรมหรือไม่นั้น ก็อาศัยวินิจฉัยจากข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยตรง ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่า จากข้อเท็จจริงที่ปรากฎนั้นอาจจะเป็นกรณีถือได้ว่าจำเลยทุจริตต่อหน้าที่ จงใจให้โจทก์เสียหายอันโจทก์ถือเป็นเหตุในกรณีที่เลิกจ้างจำเลย ซึ่งถ้าเป็นดังนี้ย่อมถือไม่ได้ว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมอันอาจจะทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไปได้ในขณะโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้

โจทก์ (จำเลยในคดีก่อน) ได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแรงงานกลางต่อศาลฎีกาให้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ดังนั้นจะอ้างว่า แม้จำเลยจะเบิกความเป็นเท็จก็ไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่ถูกต้อง สรุปแล้วเห็นว่าข้อความที่โจทก์อ้างว่าจำเลยเบิกความตามที่กล่าวในฟ้องนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีที่ศาลชั้นต้นสั่งงดไต่สวนมูลฟ้อง แล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง และดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2722/2541

ในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นจะพิพากษายกฟ้องโดยไม่นัดไต่สวนมูลฟ้อง หรือนัดไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องโดยไม่ไต่สวนมูลฟ้อง หรือไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องก็ได้ทั้งสิ้น เพราะเป็นดุลพินิจในการดำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3019/2533

คดีก่อนจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 5072 เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ล. ย. และ ป. ต่อมา ย. และ ป. ยกที่ดินเฉพาะส่วนของตนให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ได้ ครอบครองจนได้กรรมสิทธิ์ ขอให้ศาลสั่งแสดงกรรม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2198/2531

ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเมื่อโจทก์ยืนยันว่าข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นความเท็จและเป็นข้อสำคัญในคดีคืออาจทำให้มีผลแพ้ชนะคดีกันได้ ก็เพียงพอแล้วที่จะฟังว่าคดีมีมูลส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร เท็จหรือไม่เท็จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2529

การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงแห่งคดีในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า 'พยานโจทก์ที่นำสืบมาฟังไม่ได้ว่าจำเลยฟ้องโจทก์เป็นฟ้องเท็จ' นั้นเป็นการวินิจฉัยว่าพยานโจทก์ตามที่นำสืบมา ไม่มีมูลในความผิดฐานฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2110/2523

ในคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ จำเลยเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่าโจทก์ผู้ออกเช็คไม่ได้ลงวันที่ในเช็ค จำเลยให้เสมียนลงวันที่ออกเช็คเป็นวันที่ 15 มิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้