Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 23938)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46ฉบับ ที่ 6 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2521 ที่ใช้ บังคับอยู่ขณะเกิดเหตุมุ่งประสงค์จะให้มีหลักฐานเป็นหนังสือโดย แจ้งชัดระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างว่านายจ้างประสงค์จะให้ลูกจ้างคนใดทดลองปฏิบัติงานก่อนหรือไม่ เป็นระยะเวลาเท่าใด เพื่อขจัดความขัดแย้งที่อาจมีขึ้นภายหน้าอันเป็นการคุ้มครองลูกจ้าง การที่จำเลยผู้เป็นนายจ้างปิดประกาศข้อบังคับของจำเลยซึ่ง มีข้อความระบุให้ผู้ซึ่งได้ รับการบรรจุเข้าทำงานจะต้อง ทดลองปฏิบัติงานเป็นเวลาตาม ที่จำเลยเห็นสมควรแต่ ไม่เกิน 180 วัน ไว้ ณ สถานที่ทำการของจำเลยจึงไม่ถือว่าเป็นการแจ้งทดลองปฏิบัติงานเป็นระยะเวลา 180 วัน เป็นหนังสือให้โจทก์ผู้เป็นลูกจ้างทราบแล้ว โจทก์จึงมิใช่ลูกจ้างทดลองปฏิบัติงาน.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 582 ป.พ.พ. มาตรา 583 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างประจำต่อมาจำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์ทั้งสองไม่มีความผิด เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองจำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้าง และแจ้งเป็นหนังสือให้โจทก์ทั้งสองทราบแต่แรกว่าจะต้องทดลองงาน 180 วัน ระหว่างทดลองงานโจทก์ทั้งสองเจียระไนเพชรเกิดความเสียหายแก่จำเลย จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองในระหว่างทดลองงาน จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ส่วนค่าเสียหายจำเลยจ่ายให้โจทก์ที่ 1ไปแล้ว 5,000 บาท ทั้ง ๆ ที่โจทก์ที่ 1 ไม่มีสิทธิได้รับขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า

จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยมีเหตุผลมิใช่เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนค่าชดเชยนั้น ปรากฏว่า จำเลยได้ปิดประกาศข้อบังคับว่าด้วยพนักงานและการทำงานของจำเลยซึ่งมีข้อความเขียนว่า "ผู้ซึ่งได้รับการบรรจุให้เข้าทำงานจะต้องเป็นพนักงานทดลองงานก่อน เป็นเวลาตามที่บริษัทเห็นสมควร แต่ไม่เกิน 180 วัน ไว้แล้วตั้งแต่โจทก์ทั้งสองเข้าทำงานกับจำเลยแต่แรก โดยปิดประกาศไว้ที่บริเวณทางเข้าไปตอกบัตรเวลาทำงานของพนักงาน และบริเวณตรงที่รับเงินเดือนของพนักงาน จึงเท่ากับแจ้งเป็นหนังสือให้โจทก์ทั้งสองทราบแต่แรกแล้วว่า โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างทดลองปฏิบัติงานเป็นเวลา 180 วันจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองระหว่างทดลองปฏิบัติงานจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลแรงงานกลางฟังมาว่า โจทก์ที่ 1 และที่ 2 เป็นลูกจ้างของจำเลยตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2531 และวันที่ 18 มกราคม 2532ตามลำดับ ได้ค่าจ้างคนละ 90 บาทต่อวัน และโจทก์ที่ 1 ได้ค่าครองชีพอีกเดือนละ 200 บาท ระหว่างทำงานปรากฏว่าโจทก์ที่ 1และที่ 2 ทำงานเจียระไนเพชรไม่ได้จำนวนตามมาตรฐานและทำให้เพชรเสียหาย จำเลยจึงได้เลิกจ้างโจทก์ที่ 1 และที่ 2 เมื่อวันที่ 7เมษายน 2532 และวันที่ 6 กรกฎาคม 2532 ตามลำดับ จำเลยได้ปิดประกาศข้อบังคับว่าด้วยพนักงานและการทำงานของจำเลยตามเอกสารหมายล.1 ซึ่งมีข้อความระบุให้ผู้ซึ่งได้รับการบรรจุเข้าทำงานจะต้องทดลองปฏิบัติงานเป็นเวลาตามที่จำเลยเห็นสมควร แต่ไม่เกิน 180 วันไว้

ณ ที่ทำการของจำเลย โจทก์ที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ว่า การแจ้งให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ทราบว่าจะต้องทดลองปฏิบัติงานก่อนเป็นระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน นั้น จำเลยจะต้องแจ้งให้ทราบเป็นหนังสือเฉพาะแต่ละบุคคลไป การที่จำเลยปิดประกาศข้อบังคับของจำเลยตามเอกสารหมายล.1 ไว้ ณ สถานที่ทำงานของจำเลยไม่ถือว่าเป็นการแจ้งการทดลองปฏิบัติงานให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ทราบแล้วนั้น เห็นว่า ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46ฉบับที่ 6 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2521 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะเกิดเหตุมุ่งประสงค์จะให้มีหลักฐานเป็นหนังสือโดยแจ้งชัดระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างว่านายจ้างประสงค์จะให้ลูกจ้างคนใดทดลองปฏิบัติงานก่อนหรือไม่

หากมีจะเป็นระยะเวลาเท่าใด ทั้งนี้ เพื่อขจัดปัญหาความขัดแย้งอันอาจมีขึ้นในภายหน้าอันเป็นการคุ้มครองลูกจ้าง ดังนั้นการที่จำเลยปิดประกาศข้อบังคับของจำเลยตามเอกสารหมาย ล.1 ไว้ณ สถานที่ทำงานของจำเลย จึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการแจ้งการทดลองปฏิบัติงานเป็นระยะเวลา 180 วัน เป็นหนังสือให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2ทราบแล้ว โจทก์ที่ 1 และที่ 2 จึงมิใช่ลูกจ้างทดลองปฏิบัติฎีกาโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ฟังขึ้น และเมื่อจำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์ที่ 1 และที่ 2 มิได้กระทำความผิด โจทก์ที่ 1 และที่ 2 จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วันพิพากษากลับ ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ที่ 1 จำนวน2,900 บาท และโจทก์ที่ 2 จำนวน 2,700 บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร เดชศิริ · เคียง บุญเพิ่ม · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13524/2557

โจทก์เป็นพนักงานการเงินของจำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่เก็บเงินค่าไฟฟ้าจากผู้ใช้ไฟฟ้า แต่ไม่ดำเนินการนำเงินค่าไฟฟ้าที่เก็บมาได้ฝากเข้าบัญชีของจำเลยในธนาคารด้วยตนเอง ให้ถูกต้องตามระเบียบการปฏิบัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6075/2549

จำเลยทั้งสามติดต่อและตกลงรับโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยที่ 1 เพราะเห็นว่าโจทก์เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์สามารถทำหน้าที่บริหารดูแลงานทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาจ้างงาน การเป็นเนติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8570/2548

แม้ศาลแรงงานจะฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (3) แต่เมื่อจำเลยมิได้ระบุเหตุดังกล่าวไว้ในหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5780/2537

ข้อความในเอกสารที่เป็นปัญหา นอกจากจะมีคำรับของลูกจ้างว่ามาทำงานสายอันเป็นการกระทำฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของนายจ้างแล้ว ลูกจ้างยังให้สัญญาว่าจะไม่มาทำงานสายอีก หากไม่ปฏิบัติตามคณะกรรมการสอบสวนจะได้พิจาร…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 109722)

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 ฉบับ ที่ 6 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2521 ที่ใช้บังคับอยู่ขณะเกิดเหตุ มุ่งประสงค์จะให้มีหลักฐานเป็นหนังสือโดยแจ้งชัดระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างว่านายจ้างประ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้