Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5780/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อความในเอกสารที่เป็นปัญหา นอกจากจะมีคำรับของลูกจ้างว่ามาทำงานสายอันเป็นการกระทำฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของนายจ้างแล้ว ลูกจ้างยังให้สัญญาว่าจะไม่มาทำงานสายอีก หากไม่ปฏิบัติตามคณะกรรมการสอบสวนจะได้พิจารณาเสนอให้ออกก่อนโดยไม่ได้บำเหน็จก็ได้ ลูกจ้างและคณะกรรมการสอบสวนไม่ลงลายมือชื่อไว้ ข้อความตอนหลังที่แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการสอบสวนได้ตักเตือนไม่ให้ลูกจ้างกระทำซ้ำอีกซึ่งหากกระทำซ้ำอีก ก็จะได้รับโทษถึงกับให้ออก อันมีลักษณะเป็นหนังสือเดือนอยู่ในตัวด้วย และคณะกรรมการสอบสวนผู้ลงลายมือชื่อในหนังสือนั้นได้รับการแต่งตั้งจากนายจ้างให้ดำเนินการในเรื่องนี้ต่อลูกจ้าง ย่อมมีอำนาจที่จะลงลายมือชื่อในหนังสือนั้นแทนนายจ้างได้ เอกสารดังกล่าวจึงเป็นหนังสือเตือนของนายจ้างโดยชอบ เมื่อลูกจ้างฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของนายจ้าง และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างเมื่อนายจ้างมีเหตุเลิกจ้างลูกจ้างดังกล่าว นายจ้างก็ไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมแล้ว เงินทดรองจ่ายที่ลูกจ้างได้ยืมนายจ้างไปอันเนื่องมาจากการทำงานมิใช่หนี้อื่นตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 30 นายจ้างมีสิทธินำเงินทดรองดังกล่าวมาหักจากค่าจ้างที่นายจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 346 ป.พ.พ. มาตรา 583 ป.วิ.พ. มาตรา 286 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 ป.พ.พ. มาตรา 582 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 59 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 30 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2536 ผู้รักษาการแทนผู้จัดการของจำเลยได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่า โจทก์ได้ถูกคณะกรรมการดำเนินการของจำเลยมีมติเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2536ให้ปลดโจทก์ออกจากการเป็นพนักงานตั้งแต่วันที่2 เมษายน 2536 โดยจำเลยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด จึงเป็นการเลิกจ้างอันไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินแก่โจทก์ 1,313,002 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงิน1,290,420 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์เข้าทำงานไม่ตรงเวลาจำเลยได้ตักเตือนแล้วแต่โจทก์ยังไม่ปฏิบัติตามคำตักเตือนของจำเลย โจทก์คงมาทำงานสายอยู่เป็นประจำ

จำเลยจึงมีมติให้ปลดโจทก์ออกจากการเป็นพนักงาน การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยชอบด้วยระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยแล้วการกระทำของโจทก์เป็นการจงใจฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีที่ร้ายแรง จำเลยจึงไม่ต้องบอกกล่าวเลิกจ้างโจทก์ล่วงหน้าไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมแล้วจำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายในระหว่างที่โจทก์ทำงานกับจำเลยนั้น โจทก์ได้ขอยืมเงินทดรองจ่ายจากจำเลยไปเป็นเงิน 4,180 บาท และโจทก์ยังไม่ได้หักล้างเงินยืมดังกล่าว จำเลยจึงมีสิทธิที่จะตัดเงินค่าจ้างของโจทก์เพื่อชำระหนี้ดังกล่าวแก่จำเลย จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายเงินค่าจ้างจำนวน 4,288 บาท ให้แก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว

พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 974 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 3 เมษายน 2536 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ในเอกสารหมาย ล.9 นอกจากจะเป็นคำรับของโจทก์ว่ามาทำงานสายอันเป็นการกระทำฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยแล้ว โจทก์ยังให้สัญญาว่าจะไม่มาทำงานสายอีก หากไม่ปฏิบัติตามคณะกรรมการสอบสวนจะได้พิจารณาเสนอให้ออกก่อนโดยไม่ได้บำเหน็จก็ได้โจทก์และคณะกรรมการสอบสวนได้ลงลายมือชื่อไว้ ข้อความตอนหลังที่แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการสอบสวนได้ตักเตือนไม่ให้โจทก์กระทำการฝ่าฝืนในเรื่องการมาทำงานสายซ้ำอีก ซึ่งหากกระทำซ้ำอีกก็จะต้องได้รับโทษถึงกับให้ออกอันมีลักษณะเป็นหนังสือเตือนอยู่ในตัวด้วย และคณะกรรมการสอบสวนผู้ลงลายมือชื่อในหนังสือนั้นได้รับการแต่งตั้งจากจำเลยให้ดำเนินการในเรื่องนี้ต่อโจทก์ย่อมมีอำนาจที่จะลงลายมือชื่อในหนังสือนั้นแทนจำเลยได้

เอกสารหมาย ล.9 นี้จึงเป็นหนังสือเตือนของจำเลยโดยชอบแล้ว เมื่อโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลย และจำเลยได้เตือนเป็นหนังสือแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ เมื่อจำเลยมีเหตุเลิกจ้างโจทก์ดังกล่าว จำเลยก็ไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมแล้วโจทก์ไม่อาจเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้โจทก์อุทธรณ์อีกข้อหนึ่งว่า จำเลยจะนำเงินทดรองจ่ายมาหักกลบลบหนี้กับค่าจ้างของโจทก์ไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 346ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286(3) เห็นว่า ในเรื่องนี้ได้มีข้อกำหนดไว้เป็นการเฉพาะอยู่ในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 30 แล้วว่า

"ในการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุด นายจ้างจะนำหนี้อื่นมาหักมิได้"การวินิจฉัยว่านายจ้างจะนำเงินทดรองจ่ายที่ลูกจ้างยืมไปมาหักชำระได้หรือไม่ จึงต้องวินิจฉัยจากข้อที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว ซึ่งออกมาโดยอาศัยอำนาจแห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่16 มีนาคม พ.ศ. 2515 ถือได้ว่าเป็นกฎหมายพิเศษไม่อาจนำกฎหมายที่โจทก์อ้างซึ่งบัญญัติไว้เป็นการทั่วไปมาวินิจฉัยได้ และเงินทดรองจ่ายที่โจทก์ได้ยืมจำเลยไปอันเนื่องมาจากการทำงาน มิใช่หนี้อื่นตามประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว จำเลยจึงมีสิทธินำเงินทดรองจ่ายที่โจทก์ยืมไปมาหักจากเงินค่าจ้างที่จำเลยจะต้องจ่ายให้โจทก์ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สละ เทศรำพรรณ · ชลิต ประไพศาล · พิมล สมานิตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6075/2549

จำเลยทั้งสามติดต่อและตกลงรับโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยที่ 1 เพราะเห็นว่าโจทก์เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์สามารถทำหน้าที่บริหารดูแลงานทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาจ้างงาน การเป็นเนติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2916/2525

แม้ผู้ที่จะกระทำการแทนบริษัทจำเลยได้ต้องมีกรรมการ 2คนลงชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลย แต่วันเดียวกับที่ว. กรรมการของจำเลยลงชื่อในคำให้การ แต่ผู้เดียวโดยมิได้มีตราสำคัญประทับนั้น จำเลยได้ทำหนังสือมอบอำน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2453/2523

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้างที่ค้างค่าจ้างในการที่ไม่บอกเลิกจ้างล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อน ค่าชดเชยค่าเสียหายและเงินที่โจทก์ออกทดรองไปก่อน จำเลยใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2561

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเกินไปกว่าพยานหลักฐาน เนื่องจากตามหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่โจทก์ เอกสารหมาย ล.46 ประกอบกับที่ อ. พยานจำเลยเบิกความตอบทนายโจทก์โดยศาลอนุญาตว่าบริษัท ว. เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13524/2557

โจทก์เป็นพนักงานการเงินของจำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่เก็บเงินค่าไฟฟ้าจากผู้ใช้ไฟฟ้า แต่ไม่ดำเนินการนำเงินค่าไฟฟ้าที่เก็บมาได้ฝากเข้าบัญชีของจำเลยในธนาคารด้วยตนเอง ให้ถูกต้องตามระเบียบการปฏิบัติ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้