คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ ๑ ผู้กระทำละเมิดและจำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้รับประกันภัยรถคันที่จำเลยที่ ๑ ขับขี่ไปกระทำละเมิด ร่วมกันชำระเงินจำนวน ๔๖,๘๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การว่า โจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้นายสมชาย จันทร์วนิชกุล เป็นผู้ดำเนินคดีแทน เหตุไม่ได้เกิดเพราะความประมาทของจำเลยที่ ๑ ขอให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในประเด็นเรื่องอำนาจฟ้อง จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ไม่สมบูรณ์เพราะข้อความในหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.๒ ระบุว่า โจทก์โดยนายวิชิต เทศรัตนวงศ์ ร่วมกับนายณรงค์ พ่อค้า กรรมการ เป็นผู้มอบอำนาจให้ฟ้อง แต่ในตอนท้ายของหนังสือมอบอำนาจกลับปรากฎว่า ผู้ที่ลงลายมือชื่อมอบอำนาจให้ฟ้อง คือนายวิชิต เทศรัตนวงศ์ ร่วมกับนายอาณัติ บุญสุทธิ กรรมการอีกคนหนึ่งของโจทก์นั้นเห็นว่า ตามหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร เอกสารหมาย จ.๑ ระบุว่า กรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัทโจทก์ คือนายวิชิต เทศรัตนวงศ์ ลงลายมือชื่อร่วมกับนางเกศนี อนิวรรตนกุล หรือคนใดคนหนึ่งในสองคนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกับกรรมการอื่นอีกหนึ่งคน และต้องประทับตราสำคัญของบริษัท
ดังนั้นการที่นายวิชิต เทศรัตนวงศ์ ลงลายมือชื่อร่วมกับกรรมการอีกคนหนึ่งของโจทก์คือนายอาณัติ บุญสุทธิ และประทับตราของบริษัทโจทก์ในหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.๒ จึงถือได้ว่าเป็นหารที่นายวิชิต เทศรัตนวงศ์ และนายอาณัติ บุญสิทธิ ได้มอบอำนาจให้ฟ้องในนามของบริษัทโจทก์ การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์จึงสมบูรณ์ แม้นายณรงค์ พ่อค้า กรรมการไม่ได้ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจดังที่ระบุไว้ในตอนต้นของหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.๒ ก็ตาม ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.