Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2418/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ โดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิด ขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมหรือให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและคืนเงินประกันพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้โดยมิได้ปฏิเสธฟ้องโจทก์ให้แจ้งชัดถึงเรื่องเงินประกันว่า เพราะเหตุใดจำเลยจึงไม่ต้องคืนเงินประกันให้แก่โจทก์ และจำเลยก็ไม่ได้ให้การถึงระเบียบว่าด้วยเงินประกันและผู้ค้ำประกันของพนักงานดังนี้ คดีจึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยมีสิทธิริบเงินประกันที่โจทก์วางไว้ตามระเบียบของจำเลยหรือไม่ ฉะนั้นการที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยมีสิทธิริบเงินประกันตามระเบียบของจำเลย จึงเป็นการมิชอบ.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 177 ป.วิ.พ. มาตรา 182 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำรายเดือน และก่อนที่โจทก์จะเข้าทำงาน จำเลยได้เรียกเงินประกันค่าเสียหายจากโจทก์ จำนวน 2,000 บาท ต่อมาจำเลยมีคำสั่งให้ไล่โจทก์ออกจากงานในข้อหาว่าโจทก์ขาดงานติดต่อกันเกิน 10 วัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร ความจริงโจทก์ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ ต้องพักรักษาตัวและปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์โดยเคร่งครัด การที่โจทก์ขาดงานเกิน 10 วัน จึงมีเหตุอันสมควรคำสั่งเลิกจ้างไม่ชอบด้วยกฎหมาย ครั้งสุดท้ายโจทก์ได้รับค่าจ้างเดือนละ 2,465 บาท กับค่าครองชีพอีกเดือนละ 400 บาท กำหนดจ่ายทุกวันสิ้นเดือน ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้างดังกล่าว ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างเดิมหากจำเลยไม่รับโจทก์กลับเข้าทำงานก็ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 17,190 บาทสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน3,342.50 บาท

ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปี 2531 เป็นเวลา 10 วัน เป็นเงิน 955 บาท และคืนเงินประกัน 2,000 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยได้รับค่าจ้างเดือนละ2,460 บาท โจทก์ไม่มาปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2531ถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2531 โดยไม่แจ้งสาเหตุให้ผู้บังคับบัญชาทราบและไม่ยื่นใบลาให้ถูกต้องตามข้อบังคับ ถือว่าโจทก์มีเจตนาขาดงานและละทิ้งหน้าที่ เป็นการกระทำผิดวินัยที่ปรากฏโดยชัดแจ้งตามข้อบังคับของจำเลย ฉบับที่ 46 จำเลยจึงเลิกจ้างดจทก์ฐานละทิ้งหน้าที่หรือขาดงานติดต่อในคราวเดียวกันเกินกว่า 10 วัน โดยไม่มีเหตุสมควร ที่ฟ้องโจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นโรคความดันโลหิตสูงนั้นก็หารับฟังได้ไม่

เพราะโจทก์มิได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยทางโทาศัพท์หรือให้ภริยาหรือเพื่อนร่วมงานมาแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบและไม่ได้ยื่นใบลาป่วยก่อนหรือในวันแรกที่มาทำงานหรือในโอกาสแรกที่สามารถยื่นใบลาได้ ตามข้อบังคับของจำเลย ฉบับที่ 45 ว่าด้วยการลาจำเลยไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัย "

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์วางเงินจำนวน 2,000 บาท แก่จำเลยไว้ เพื่อเป็นประกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น แต่นับตั้งแต่โจทก์เข้าทำงานกับจำเลยมา โจทก์ไม่เคยก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย จำเลยไม่มีสิทธิริบเงินประกันความเสียหายได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิด ขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมหรือให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และคืนเงินประกันแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่าโจทก์ขาดงานหรือละทิ้งหน้าที่ติดต่อกันเกินกว่า 10 วัน โดยไม่มีเหตุสมควร เป็นการผิดวินัยตามข้อบังคับของจำเลยฉบับที่ 46 จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ ซึ่งจำเลยมิได้ปฏิเสธฟ้องโจทก์โดยแจ้งชัดถึงเรื่องเงินประกันที่โจทก์ขอคืนว่า เพราะเหตุใดจำเลบยจึงไม่ต้องคืนเงินประกันให้แก่โจทก์และจำเลยไม่ได้ให้การถึงระเบียบว่าด้วยเงินประกันและผู้ค้ำประกันของพนักงาน

คดีจึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยมีสิทธิริบเงินประกันที่โจทก์วางไว้ตามระเบียบของจำเลยหรือไม่ดังนั้นที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยมีสิทธิริบเงินประกันตามระเบียบของจำเลย จึงเป็นการมิชอบ เมื่อคดีไม่มีประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยมีสิทธิริบเงินประกันหรือไม่ จำเลยก็ต้องคืนเงินดังกล่าวแก่โจทก์เมื่อเลิกจ้างตามฟ้อง..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนเงินประกันจำนวน 2,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · เคียง บุญเพิ่ม · ปรีชา ธนานันท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56118)

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับโจทก์เห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3006/2529

คำให้การของจำเลยอ้างเหตุแต่เพียงว่าโจทก์เล่นการพนันกับพนักงานในขณะทำงานคดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุที่โจทก์ขาดงานติดต่อกันเกิน3วันหรือดื่มสุราในเวลาทำงานหรือไม่แม้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5477/2558

การถอนฟ้องภายหลังจำเลยยื่นคำให้การแล้วตาม ป.วิ.พ. มาตรา 175 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 เพียงแต่บัญญัติให้ศาลฟังจำเลยเท่านั้น มิได้บัญญัติห้ามไม่ให้ศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6506/2557

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 จ้างโจทก์เป็นพนักงาน ต่อมาจำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่าจำเลยที่ 1 จ้างโจทก์เป็นพนักงานจริง แต่มิได้เลิกจ้างหรือถอดถอนโจทก์จากการเป็นพนักงาน เห็นได้ชัดแจ้งว่าจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3528/2557

ระยะเวลาฟ้องเพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 วรรคหนึ่ง เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้