Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3006/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำให้การของจำเลยอ้างเหตุแต่เพียงว่าโจทก์เล่นการพนันกับพนักงานในขณะทำงานคดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุที่โจทก์ขาดงานติดต่อกันเกิน3วันหรือดื่มสุราในเวลาทำงานหรือไม่แม้ทางพิจารณาจำเลยจะได้นำสืบถึงเหตุดังกล่าวก็เป็นการนำสืบนอกประเด็น จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าโจทก์มีหน้าที่พิสูจน์อักษรแต่โจทก์กระทำโดยประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรงทำให้การพิสูจน์อักษรในหนังสือฉบับพิเศษของหนังสือพิมพ์เส้นทางเศรษฐกิจฉบับดีเด่นแห่งปีประจำปี2528ผิดพลาดไป20แห่งเป็นข้อผิดพลาดมากจำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงจึงเป็นเหตุให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้เป็นการอ้างเหตุไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ47(5)แต่อุทธรณ์ของจำเลยอ้างเหตุว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายตามประกาศฯดังกล่าวข้อ47(2)ซึ่งจำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลางต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา225ประกอบด้วยมาตรา31แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ.2522.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 87 ป.วิ.พ. มาตรา 177 ป.วิ.พ. มาตรา 182 ป.วิ.พ. มาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำทำหน้าที่จัดโฆษณาต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิดและไม่จ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์มีหน้าที่จัดโฆษณา จัดทำหนังสือฉบับพิเศษหนังสือพิมพ์เส้นทางเศรษฐกิจฉบับดีเด่นแห่งปี ประจำปี 2528 โดยโจทก์มีหน้าที่พิสูจน์อักษรในหนังสือดังกล่าว โจทก์กระทำโดยประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรง ทำให้มีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับหนังสือฉบับดังกล่าวนี้มาก ซึ่งจำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงบริษัทที่ว่าจ้างจำเลยทำหนังสือฉบับนี้บอกเลิกสัญญากับจำเลย จำเลยเสียหายเป็นเงินจำนวนหลายหมื่นบาท นอกจากนี้โจทก์ยังประพฤติฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานโดยเล่นการพนันกับพนักงานของจำเลยในขณะทำงานในบริเวณบริษัทซึ่งจำเลยเคยตักเตือนภาคทัณฑ์ไว้ จำเลยจึงชอบที่จะเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า คดีนี้ศาลแรงงานกลางได้กำหนดประเด็นไว้ด้วยว่า โจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือไม่และเป็นกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่ การที่โจทก์ขาดงานติดต่อกันเกิน 3 วัน และดื่มสุราในเวลาทำงาน ต่างเป็นเหตุเลิกจ้างที่รวมอยู่ในประเด็นดังกล่าวข้างต้น ศาลจึงมีอำนาจยกเหตุดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยเพื่อเป็นเหตุเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ได้แม้จำเลยจะมิได้ให้การไว้ก็ตามพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานนั้น ตามคำให้การของจำเลยอ้างเหตุแต่เพียงว่า โจทก์เล่นการพนันกับพนักงานในขณะทำงานเท่านั้น คดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุที่โจทก์ขาดงานติดต่อกันเกิน 3 วัน และดื่มสุราในเวลาทำงานหรือไม่

แม้ทางพิจารณาจำเลยจะได้นำสืบถึงเหตุดังกล่าวนี้ ก็เป็นการนำสืบนอกประเด็นทั้งเหตุดังกล่าวก็มิได้รวมอยู่ในประเด็นที่ศาลแรงงานกลางกำหนดไว้ดังอุทธรณ์ของจำเลยแต่อย่างใด ที่ศาลแรงงานกลางไม่ยกเหตุดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยให้จึงเป็นการชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่าการพิสูจน์อักษรในเอกสารฉบับพิเศษมีตัวอักษรผิดพลาดประมาณ 20 แห่ง เห็นได้ว่าต้องเกิดความเสียหายแก่จำเลยอย่างแน่นอน จึงเป็นเรื่องที่โจทก์เจตนาจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้นั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในปัญหาดังกล่าวนี้ จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าโจทก์มีหน้าที่พิสูจน์อักษร แต่โจทก์ได้กระทำโดยประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรง ทำให้มีข้อผิดพลาดมาก จำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงจึงเป็นเหตุให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้ ตามคำให้การของจำเลยดังกล่าวอ้างเหตุที่จำเลยเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(5) แต่อุทธรณ์ของจำเลยอ้างเหตุว่า โจทก์จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายตามประกาศฯ ดังกล่าว ข้อ 47(2) ซึ่งอุทธรณ์ในข้อนี้ จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลางต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบด้วยมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำนง นิยมวิภาต · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
แหล่งที่มา
ADMINแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2599/2541

ตามประกาศของจำเลยที่ปลดโจทก์ออกจากงาน จำเลยอ้างเหตุ เพียงว่าโจทก์ละทิ้งการปฏิบัติงานเท่านั้น เท่ากับจำเลยประสงค์จะถือเอาเฉพาะเหตุที่ระบุในประกาศเพียงประการเดียวเป็นเหตุเลิกจ้าง ไม่ได้ถือเอาเหตุอื่นเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56118)

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับโจทก์เห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2545

จำเลยผู้เป็นนายจ้างไม่ได้ให้การต่อสู้เกี่ยวกับค่าจ้างตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง และมิได้ต่อสู้ว่าค่ารับรอง ค่าน้ำมันรถ ค่าอาหาร เงินสะสม ค่าภาษีและเงินสมทบที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์แต่ละเดือนมิใช่ค่าจ้าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1046/2545

จำเลยให้การแต่เพียงว่า โจทก์ให้ ว. ทำหนังสือรับสภาพหนี้ตามเอกสารหมาย ล.2 ไว้ ว. ผิดนัดไม่ชำระหนี้โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ให้จำเลยรับผิดแทน ว. โดยฉวยโอกาสที่จำเลยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8492/2544

จำเลยส่งเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.14 ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญแห่งคดีประกอบคำเบิกความพยานบุคคลของจำเลยต่อศาล โดยไม่ยื่นสำเนาต่อศาลและไม่ส่งสำเนาให้โจทก์ก่อนวันสืบพยานและส่งสำเนาเอกสารหมาย ล.11/6 เป็นพยานต่อศาล เ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้