Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2453/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ อ. กับ จ. กรรมการบริษัทจำเลยลงชื่อมอบอำนาจให้ ถ.ดำเนินคดีแทนบริษัทจำเลย เป็นการกระทำในฐานะผู้แทนบริษัทจำเลยจึงเป็นการกระทำของบริษัทจำเลย แม้ต่อมา อ. จะพ้นจากการเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยไป หนังสือมอบอำนาจฉบับนั้นก็หาระงับไปไม่ ถ. จึงยังมีอำนาจที่จะมอบอำนาจให้ ส. ต่อสู้คดีแทนจำเลยโดยทำคำให้การยื่นต่อศาลได้ จำเลยประสบภาวะการขาดทุนมาก มีความจำเป็นเพียงพอต้องเลิกจ้างลูกจ้าง และจำเลยได้ใช้หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกว่าจะเลิกจ้างผู้ใดก่อนอย่างสมเหตุผล การที่โจทก์เป็นผู้ต้องถูกเลิกจ้างเพราะลากิจ ลาป่วยและมาทำงานสายมากจะถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อลูกจ้างบางคนมิได้ เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 75 ป.วิ.พ. มาตรา 60 ป.วิ.พ. มาตรา 177 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาได้เลิกจ้างโจทก์โดยอ้างเหตุว่า จำเลยประสบภาวะขาดทุน จำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานลง ความจริงจำเลยมิได้ขาดทุน แต่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากสามีของโจทก์มีบทบาทในขบวนการแรงงาน เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายเงินโบนัสประจำปี ๒๕๒๗ หรือรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่ ค่าจ้างและสภาพการจ้างเดิม

จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องมาจากจำเลยประสมกับวิกฤติการณ์ผลผลิตของจำเลยไม่อาจจำหน่ายได้ตามเป้าหมาย จำเลยขาดทุนถึง ๔ ปีติดต่อกัน และมีแนวโน้มที่จะขาดทุนต่อไปก่อนที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์นั้นจำเลยเปิดโอกาสให้ลูกจ้างลาออกจากงานเพื่อไปประกอบอาชีพอื่น โดยยินดีจ่ายเงินช่วยเหลือไม่น้อยกว่าอัตราค่าชดเชยหากจำนวนพนักงานที่สมัครใจลาออกไม่ครบตามจำนวนโครงการที่จำเลยวางไว้ จำเลยจะพิจารณาจากลูกจ้างที่มาปฏิบัติงานสาย ขาดงาน ลากิจและลาป่วยเป็นเกณฑ์ในการเลิกจ้างจนกว่าจะครบจำนวน ปรากฏว่าโจทก์ลากิจมากลาป่วยโดยอ้างอาการป่วยเอง มาทำงานสายบ่อยและขาดงานโดยมิได้ยื่นใบลาให้ถูกต้อง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ จำเลยไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหายตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ว่านายเสถียร ครุธศรัทธา เป็นผู้ยื่นคำให้การแทนจำเลยตามหนังสือมอบอำนาจของนายถง เหลียนเชียน ผู้จัดการโรงงานลงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ โดยนางถง เหลียนเชียน ได้รับมอบอำนาจจากจำเลยตามหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๓ ซึ่งนายอีวาโอะ ชิโนดา และนายจินดา วงศ์จริงตรง กรรมการบริษัทจำเลยในขณะนั้นเป็นผู้ลงชื่อแต่ปรากฏว่าขณะนายถง เหลียนเชียน ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายเสถียร ครุธศรัทธา ต่อสู้คดีนี้นั้น นายอีวาโอะ ชิโนดา ได้พ้นจากการเป็นกรรมการของจำเลยไปแล้วนายถง เหลียนเชียน จึงไม่มีอำนาจที่จะมอบอำนาจแก่นายเสถียร ครุธศรัทธากระบวนพิจารณาที่นายเสถียร ครุธศรัทธา ดำเนินมาในคดีนี้จึงเสียไปศาลแรงงานกลางนำพยานหลักฐานของจำเลยมาเป็นเหตุยกฟ้องโจทก์มิได้พิเคราะห์แล้ว

การที่นายอีวาโอะ ชิโนดา และนายจินดา วงศ์จริงตรง ลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๓ เป็นการกระทำในฐานะผู้แทนบริษัทจำเลย จึงเป็นการกระทำของบริษัทจำเลย แม้ต่อมานายอีวาโอะ ชิโนดาจะพ้นจากการเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยไป หนังสือมอบอำนาจฉบับนั้นก็หาระงับไปไม่ นายถง เหลียนเชียนจึงยังมีอำนาจที่จะมอบอำนาจให้นายเสถียร ครุธศรัทธา ต่อสู้คดีนี้แทนจำเลยได้ โจทก์อุทธรณ์ต่อไปว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดใด ๆ ย่อมเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแล้ว ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยขาดทุนจนกระทั่งไม่สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ และจำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลือกปฏิบัติต่อลูกจ้างบางคน จึงไม่เป็นธรรม

พิเคราะห์แล้วได้ความว่า จำเลยขาดทุนติดต่อกันมา ๓ ปีเป็นเงินห้าร้อยล้านบาทเศษทำให้ต้องลดจำนวนลูกจ้างลง ๒๕๐ คน จำเลยประกาศชักชวนให้ลูกจ้างลาออกโดยจำเลยจะจ่ายเงินช่วยเหลือให้ไม่น้อยกว่าค่าชดเชย ลูกจ้างลาออกประมาณ ๑๐๐ คน ไม่ครบจำนวน จำเลยจึงต้องเลิกจ้างลูกจ้างต่อไป จำเลยพิจารณาลูกจ้างที่มาปฏิบัติงานสาย ขาดงาน ลากิจ ลาป่วยมากในรอบปี๒๕๒๖ และลูกจ้างที่มีผลงานอยู่ในระดับต่ำ เป็นเกณฑ์เลิกจ้างก่อนจนกว่าจะครบจำนวน โจทก์เป็นผู้ลากิจลาป่วยและมาทำงานสายมาก ดังนี้เห็นว่า จำเลยขาดทุนมาก มีความจำเป็นเพียงพอต้องเลิกจ้างลูกจ้าง และจำเลยได้ใช้หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกว่าจะเลิกจ้างผู้ใดก่อนอย่างสมเหตุผล การที่โจทก์เป็นผู้ต้องถูกเลิกจ้างจะถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อลูกจ้างบางคนมิได้ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · เพียร สุมิระ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายวิรัตน์ ลัทธิวงศกรศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2453/2523

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้างที่ค้างค่าจ้างในการที่ไม่บอกเลิกจ้างล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อน ค่าชดเชยค่าเสียหายและเงินที่โจทก์ออกทดรองไปก่อน จำเลยใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1244/2541

ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อ 4.7 กำหนดเรื่องการขาดงาน ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุผลที่สมควร จะถูกพิจารณาโทษทางวินัย คือ ขาดงานครั้งแรกไม่จ่ายค่าจ้างในวันขาดงานและออกหนังสือเตือนคร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2599/2541

ตามประกาศของจำเลยที่ปลดโจทก์ออกจากงาน จำเลยอ้างเหตุ เพียงว่าโจทก์ละทิ้งการปฏิบัติงานเท่านั้น เท่ากับจำเลยประสงค์จะถือเอาเฉพาะเหตุที่ระบุในประกาศเพียงประการเดียวเป็นเหตุเลิกจ้าง ไม่ได้ถือเอาเหตุอื่นเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3043/2541

บทบัญญัติเรื่องการกระทำอันไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มีเจตนารมณ์เพื่อเป็นการคุ้มครองนายจ้างและลูกจ้างมิให้เบียดเบียนซึ่งกันและกัน แม้ตามมาตรา 123 ซึ่งมุ่งหมายมิให้นายจ้างกลั่นแกล้งลู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 698/2541

ขณะเกิดเหตุ โรงแรมจำเลยกำลังมีงานจัดเลี้ยงภายในบริเวณโรงแรม โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยดื่มสุรามึนเมาภายในบริเวณโรงแรมเมื่อพ้นเวลาปฏิบัติหน้าที่ไปแล้วสามชั่วโมง แต่โจทก์ยังอยู่ในชุดทำงานและมิได้ตอกบัตรล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้