คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง การกำหนดค่าทดแทนของจำเลยทั้งสองได้ดำเนินการตามขั้นตอนของทางราชการและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดโจทก์กำหนดราคาที่ดินสูงกว่าความเป็นจริงที่ดินของโจทก์ส่วนที่เหลือจากการถูกเวนคืนราคาสูงขึ้น เมื่อนำไปหักกลบกับค่าทดแทนแล้ว จึงเกลื่อนกลืนกัน โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนและโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสอง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระค่าทดแทนจำนวน23,452,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 28 เมษายน 2534 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินแต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 12.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 28 เมษายน 2534จนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "
ศาลฎีกาวินิจฉัย
พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยทั้งสองฎีกาเป็นข้อแรกว่า แม้พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2516มาตรา 3 จะบัญญัติให้จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ การกระทำหน้าที่ดังกล่าวของจำเลยที่ 2 ก็มิได้กระทำในฐานะผู้แทนตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ปฎิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่กระทรวงมหาดไทย จึงเป็นการทำแทนกระทรวงมหาดไทย มิได้กระทำแทนจำเลยที่ 1 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองนั้น เห็นว่าตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่แขวงสุรวงค์ธานีและแขวงสีลม เขตบางรักแขวงยานนาวา แขวงทุ่งมหาเมฆ แขวงทุ่งวัดดอน และแขวงช่องนนทรีเขตยานนาวา
กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2516 ระบุเหตุที่ต้องเวนคืนไว้ว่า เป็นการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อประโยชน์ของรัฐในการสร้างทางและปรับปรุงระบบระบายน้ำสำหรับกรุงเทพมหานคร และมาตรา 3 บัญญัติให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ การสร้างทางและระบบระบายน้ำในเขตกรุงเทพมหานครเป็นหน้าที่โดยตรงของจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 89(6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครพ.ศ. 2528 และข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยจำเลยทั้งสองมิได้ฎีกาโต้แย้งว่าหลังจากได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 แล้ว ได้มีการมอบหมายงานในการเวนคืนตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2516 จากกรมโยธาธิการมาเป็นของจำเลยที่ 1 ดังนั้นการปฎิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการปฎิบัติหน้าที่ในกิจการอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ในฐานะเป็นผู้แทนจำเลยที่ 1และจำเลยทั้งสองมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินค่าทดแทนในการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่โจทก์ผู้มีสิทธิได้รับเงิน
โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมกันจ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่โจทก์ได้ฎีกาจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยทั้งสองไม่มีสิทธินำราคาที่สูงขึ้นมาหักกับค่าทดแทนเพราะไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณราคาของที่ดินที่สูงขึ้นหรือลดลงนั้นพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า มาตรา 21 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 บัญญัติว่า ถ้าการงานหรือกิจการอย่างใดที่ทำไปในการเวนคืนได้กระทำให้อสังหาริมทรัพย์ที่เหลืออยู่นั้นมีราคาสูงขึ้น ให้เอาราคาที่สูงขึ้นนั้นหักออกจากเงินค่าทดแทน เห็นได้ว่า เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มุ่งประสงค์ให้มีการนำเอาราคาที่ดินที่สูงขึ้นนั้นมาหักออกจากค่าทดแทนได้
ดังนั้น แม้จะยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณราคาที่ดินที่สูงขึ้นตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 21 วรรคสี่ออกมาใช้บังคับก็ตาม เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าที่ดินของโจทก์ส่วนที่เหลือจากการเวนคืนมีราคาสูงขึ้น จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิที่จะนำราคาที่ดินที่สูงขึ้นมาหักลบกับเงินค่าทดแทนที่จะต้องจ่ายให้แก่โจทก์ได้ตามบทกฎหมายมาตราดังกล่าว ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน