Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2501/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่บริษัทนายจ้างปลดลูกจ้างทั้งสองออกจากงานโดยข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าลูกจ้างทั้งสองทุจริตต่อหน้าที่ และมิได้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของบริษัทนายจ้างดังที่บริษัทนายจ้างอ้าง และลูกจ้างทั้งสองเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานมีตำแหน่งประธานและเลขาธิการ ซึ่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทนายจ้างต้องการให้ยุบสหภาพนั้น แต่ลูกจ้างทั้งสองไม่ยินยอม นอกจากนี้ลูกจ้างทั้งสองยังได้ทำหนังสือร้องเรียนหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินให้ปรับปรุงบริษัทนายจ้างโดยอ้างว่ามีการทุจริต ทั้งยังได้นำพนักงานของบริษัทนายจ้างเรียกร้องผลประโยชน์อีกหลายเรื่อง พฤติการณ์ดังนี้น่าเชื่อว่าลูกจ้างทั้งสองถูกปลดออกจากงานเพราะเหตุเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เนื่องจากนายบรรเจิดและนายบุญยังลูกจ้างโจทก์ ร่วมกันจำหน่ายยางรถยนต์ของโจทก์โดยทุจริตและไม่ชอบด้วยระเบียบคำสั่งข้อบังคับของโจทก์ โจทก์จึงมีคำสั่งปลดบุคคลทั้งสองออกจากบริษัทโจทก์ บุคคลทั้งสองได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์กล่าวหาว่าโจทก์กลั่นแกล้งปลดออกจากงาน เพราะบุคคลทั้งสองเป็นประธานและเลขาธิการของสหภาพแรงงานกิจการขนส่งผู้โดยสารรถประจำทาง จำเลยทั้งสิบเอ็ด (คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์) มีคำสั่งชี้ขาดว่า บุคคลทั้งสองถูกโจทก์ปลดออกจากงานเนื่องจากโจทก์กลั่นแกล้งเพราะเหตุที่บุคคลทั้งสองเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานฯ เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มีคำสั่งให้โจทก์รับบุคคลทั้งสองกลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม โดยให้ถือเสมือนว่าไม่มีการเลิกจ้าง กับให้จ่ายค่าจ้างตั้งแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันกลับเข้าทำงาน

ความจริงโจทก์มิได้กลั่นแกล้งบุคคลทั้งสองดังที่จำเลยทั้งสิบเอ็ดมีคำสั่งชี้ขาด ขอให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดังกล่าวกับให้จำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันชดใช้ค่าจ้างที่โจทก์จ่ายให้แก่นายบรรเจิดและนายบุญยังตามคำสั่งของจำเลยทั้งสิบเอ็ดจนกว่าบุคคลทั้งสองออกไปจากบริษัทโจทก์

จำเลยทั้งสิบเอ็ดให้การว่า คำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่จำเลยทั้งสิบเอ็ดสั่งขอบด้วยกฎหมาย การที่โจทก์สั่งปลดนายบรรเจิดและนายบุญยังออกจากงานนั้นสาเหตุที่แท้จริงก็เพราะโจทก์ไม่พอใจเนื่องจากบุคคลทั้งสองเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน กิจการขนส่งผู้โดยสารรถยนต์ประจำทาง บุคคลทั้งสองจึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ จำเลยทั้งสิบเอ็ดไม่ต้องรับผิดใช้เงินตามฟ้องแก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์คำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยทุกคนอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ขอให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีเต็มตามฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่านายบรรเจิดและนายบุญยังจำหน่ายยางรถยยนต์ของโจทก์โดยทุจริตหรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของบริษัทโจทก์แต่อย่างใด และฟังได้ว่าบุคคลทั้งสองเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานกิจการขนส่งผู้โดยสารรถยนต์ประจำทาง โดยนายบุญยังเป็นประธาน นายบรรเจิดเป็นเลขาธิการของสหภาพฯ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทโจทก์ต้องการให้ยุบสหภาพฯ หารวมทั้งศูนย์ บ.ข.ส. ของบริษัทโจทก์ แต่นายบรรเจิดและนายบุญยังคัดค้าน++ยินยอม ทั้งยังทำหนังสือร้องเรียนต่อหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินให้ปรับปรุงบริษัทโจทก์ อ้างว่าเพราะมีการทุจริต และนำพนักงานของบริษัทโจทก์เรียกร้องผลประโยชน์อีกหลายเรื่อง เป็นเหตุให้ทางฝ่ายบริหารของบริษัทโจทก์ไม่พอใจโดยเฉพาะเมื่อคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเรียกสหภาพฯ

ไปประชุมเกี่ยวกับนโยบายด้านแรงงานซึ่งบุคคลทั้งสองไปร่วมประชุมและเสนอข้อคิดเห็นในนามสหภาพฯ เกี่ยวกับการปรับปรุงงานของบริษัทโจทก์ หลังจากนั้น ๓ วัน บุคคลทั้งสองก็ถูกบริษัทโจทก์สั่งพักงานและปลดออกจากงานเพราะเหตุเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ คำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ เป็นคำสั่งที่ถูกต้องและชอบด้วยเหตุผล

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ขจร หะวานนท์ · จรัญ สำเร็จประสงค์ · แถมชัย สิทธิไตรย์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายธรรมนิตย์ วิชญเนตินัย
ศาลอุทธรณ์ - นายพจน์ บุญเลี้ยง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 706930)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 710790)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 623437)

บรรดาเงินค่าชดเชยและเงินประโยชน์ที่โจทก์จ่ายให้ภายหลังจากการเลิกจ้าง เป็นการจ่ายเงินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การที่โจทก์เลิกจ้างพนักงานรวมทั้งจำเลยทั้งหมดเป็นการฝ่าฝืนมาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15347/2558

แม้ผู้กล่าวหาซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์จะมิได้ร่วมลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องมาตั้งแต่ต้น แต่เมื่อภายหลังจากฝ่ายลูกจ้างแจ้งข้อเรียกร้อง ฝ่ายโจทก์กับฝ่ายลูกจ้างมีการเจรจากันตามกฎหมายแล้วแต่ไม่สามารถตกลงกัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3943/2557

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 121 ไม่ได้บัญญัติให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ต้องวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างที่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมต้องใช้เหตุเลิกจ้างเฉพาะที่ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างเท่านั้น จะยกเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้