Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อำนาจเกี่ยวกับการบังคับคดีนั้นเป็นของศาลเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นแต่เพียงเจ้าพนักงานของศาลในการที่จะบังคับคดีเท่านั้น ไม่มีอำนาจจะเข้ามาเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือเป็นคู่ความได้ด้วยประการใดเรื่องค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีในที่สุดก็อยู่ในอำนาจของศาลที่จะสั่งเรียกเก็บหรือไม่เรียก ฉะนั้น การที่ศาลสั่งไม่เรียกเก็บ เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องปฏิบัติตามไม่มีสิทธิจะอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งศาลในเรื่องค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี (หมายเหตุ ทับฎีกาที่ 1053/2468)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 มาตรา 5 ป.วิ.พ. มาตรา 1 ป.วิ.พ. มาตรา 161 ป.วิ.พ. มาตรา 234 ป.วิ.พ. มาตรา 296 ป.วิ.พ. มาตรา 302 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 112 พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พ.ศ.2477 มาตรา 5

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าจำเลยเป็นบุคคลล้มละลายและขอให้พิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวศาลชั้นต้นสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยชั่วคราว แล้วต่อมาได้มีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา และโจทก์ได้นำยึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้ ต่อมาจำเลยถูกฟ้องล้มละลายศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและได้หักค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินจากที่ขายได้ร้อยละ 5 และคิดหักค่าธรรมเนียมในการยึดร้อยละ 3 ครึ่งจากราคาที่กองหมายตีไว้ พร้อมทั้งค่าใช้จ่ายอื่น ๆการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละ 3 ครึ่งส่งไปชำระให้กองหมายนั้น ไม่เห็นพ้องด้วย ขอให้ศาลสั่งคืนศาลชั้นต้นสั่งให้กองหมายคืนหัวหน้ากองหมายอุทธรณ์ศาลแพ่งมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ อ้างว่าไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลในกรณีเช่นนี้หัวหน้ากองหมายอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์สั่งให้รับอุทธรณ์ แล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่าที่ศาลชั้นต้นสั่งให้คืนเงินค่าธรรมเนียมชอบแล้ว พิพากษายืนหัวหน้ากองหมายฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า หัวหน้ากองหมายเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ศาลแต่งตั้งเพื่อทำการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาล ปรากฏตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พ.ศ. 2477มาตรา 5(ข) ที่ว่าให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎจัดวางระเบียบทางธุรการในเรื่องเจ้าพนักงานศาล (เช่น จ่าศาล เจ้าพนักงานบังคับคดี และนักการส่งบัตรหมาย) และในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(14) ก็บัญญัติว่า "เจ้าพนักงานบังคับคดีหมายความว่า เจ้าพนักงานหรือพนักงานอื่นมีอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้อยู่ในอันที่จะปฏิบัติตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในภาค 4 แห่งประมวลกฎหมายนี้เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง"

เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นเจ้าพนักงานศาลเช่นนี้ การกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดีก็คือ การกระทำของศาลแม้ค่าธรรมเนียมเมื่อยึดแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่าย ให้เรียกร้อยละ 3 ครึ่ง ได้ระบุไว้ในตาราง 5(3) ว่าเป็นค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีก็ดี แต่ก็มีหมายเหตุไว้ว่า" ฯลฯ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้กำหนด ถ้าไม่ตกลง ก็ให้คู่ความเสนอเรื่องต่อศาลตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 และมาตรา 296 ได้บัญญัติว่า" ฯลฯ ถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งลักษณะนี้ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและบุคคลอื่นที่มีส่วนได้เสียตามคำบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายโดยการฝ่าฝืนนั้น อาจขอให้ศาลสั่งยกกระบวนวิธีการบังคับทั้งปวงหรือวิธีการบังคับใด

ๆ ฯลฯ เมื่อได้ยื่นคำขอและศาลได้ไต่สวนแล้วให้มีคำสั่งอนุญาตหรือยกคำขอนั้น" และในมาตรา 302ยังได้บัญญัติระบุศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีไว้ชัดตามบทบัญญัติดังกล่าวมา เห็นได้ว่าอำนาจเกี่ยวกับการบังคับคดีนั้นเป็นอำนาจของศาล เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นแต่เพียงเจ้าพนักงานของศาลเป็นส่วนหนึ่งของศาลในการที่จะบังคับคดีเท่านั้น ไม่มีอำนาจจะเข้ามาเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือเป็นคู่ความได้ด้วยประการใด ๆยิ่งกว่านั้น มาตรา 161 ยังบัญญัติว่า ใครมีหน้าที่เสียค่าฤชาธรรมเนียมและยังได้ให้อำนาจศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจที่จะสั่งแสดงว่าค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีนั้น ในที่สุดก็อยู่ในอำนาจของศาลที่จะเรียกเก็บหรือไม่เรียก เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นแต่เพียงเจ้าพนักงานของศาลในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีเท่านั้น

การที่ศาลสั่งไม่เรียกเก็บ เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ต้องปฏิบัติการไปตามนั้นศาลฎีกาเห็นว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่มีสิทธิที่จะอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งศาลในเรื่องค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีรายนี้ได้ฎีกาหัวหน้ากองหมายไม่มีทางที่จะรับไว้พิจารณา ที่ศาลอุทธรณ์รับพิจารณามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นชอบด้วย ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อที่ยกอุทธรณ์ของหัวหน้ากองหมาย โดยพิพากษาให้ยกฎีกาของหัวหน้ากองหมายนั้นเสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · เสนอ บุณยเกียรติ · เจน เวชศิลป์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4522/2550

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 และมาตรา 302 บัญญัติกำหนดให้อำนาจเกี่ยวกับการบังคับคดีเป็นของศาล ส่วนเจ้าพนักงานบังคับคดีนั้น ป.วิ.พ. มาตรา 1 (14) บัญญัติว่า "เจ้าพนักงานบังคับคดี หมายความว่า เจ้าพนักงานในสังกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8337/2540

จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่าการขายทอดตลาดไม่ชอบผู้ซื้อทรัพย์ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียย่อมมีสิทธิร้องคัดค้านว่าการขายทอดตลาดชอบแล้ว และในกรณีเช่นนี้ผู้ซื้อทรัพย์เป็นผู้ที่ถูกร้องต่อศาล จึงเป็นคู่ความตามประมวล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8689/2558

ตามคำร้องของผู้ร้องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของผู้ร้องโดยไม่ชอบเพราะผู้ร้องไม่ได้เป็นลูกหนี้โจทก์ ผู้ร้องและจำเลยที่ 1 มีชื่อและชื่อสกุลซ้ำกัน เจ้าพน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9592/2556

เมื่อจำเลยที่ 1 ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลายภายหลังจากที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 ตามคำขอให้บังคับคดีของโจทก์ในคดีนี้ และศาลช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5374/2545

เมื่อศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาโดยรื้อรั้วตามรูปกากบาทเส้นสีแดงในแผนที่เอกสารท้ายฟ้อง เฉพาะบางส่วนที่เริ่มตั้งแต่ด้านทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์ตา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้