Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2513/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นบริษัทในเครือซิเมนต์ไทย ได้โอนขายที่ดินให้บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด ในราคาต่ำกว่าราคาตลาด ตามมติของคณะกรรมการโจทก์และคณะกรรมการของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัดพร้อมทั้งได้โอนสิทธิเรียกร้องกับหนี้สิน และโอนพนักงานของโจทก์ไปให้บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด ด้วย โดยโจทก์มีหน้าที่ที่จะต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน การกระทำของโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นการโอนทรัพย์สินในระหว่างบริษัทในเครือซิเมนต์ไทยจำกัด ด้วยกัน แม้จะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกันแต่ก็มีส่วนได้เสียผูกพันกันอยู่ การโอนที่ดินดังกล่าวจึงเป็นการโอนอันมีเหตุสมควรเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยจึงไม่มีอำนาจประเมินค่าตอบแทนตามราคาต*ลาดในวันที่โอน รอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2521 โจทก์ปรับปรุงโครงสร้างของการประเมินกิจการของโจทก์เพื่อดำเนินกิจการด้านการค้าต่างประเทศจึงโอนกิจการด้านการตลาดภายในประเทศ ทรัพย์สินและหนี้สิน ทั้งพนักงานของโจทก์ให้แก่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัดในการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้ของโจทก์ ได้ระบุยอดขาดทุนสุทธิไว้ 10 ล้านบาทเศษ เมื่อโจทก์มีผลขาดทุนสุทธิสะสมสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี ปี พ.ศ. 2521 และมียอดยกมาในปี พ.ศ. 2522จำนวน 10 ล้านบาทเศษจริง โจทก์จึงมีสิทธินำผลขาดทุนสุทธิจำนวนนั้นมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของโจทก์สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี พ.ศ. 2522 ได้ ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี (10)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 65

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ปี พ.ศ. 2521 รัฐได้มีนโยบายในการส่งเสริมการส่งออกเพื่อลดภาวะการขาดดุลการค้าได้ชักชวนและส่งเสริมให้เอกชนประกอบกิจการค้าระหว่างประเทศ โดยให้สิทธิประโยชน์เป็นพิเศษตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน โจทก์ประสงค์จะสนองนโยบายของรัฐเปลี่ยนลักษณะการประกอบกิจการมาเป็นบริษัทการค้าระหว่างประเทศได้เปลี่ยนชื่อบริษัท เปลี่ยนลักษณะการประกอบกิจการจากการค้าวัสดุภายในประเทศมาเป็นการดำเนินการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากโจทก์จะต้องดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศเท่านั้น จึงจำเป็นที่จะต้องจำหน่ายทรัพย์สินของโจทก์ทั้งที่เป็นที่ดิน อาคาร หนี้สินและทรัพย์สินอื่น ๆ และพนักงาน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกิจการค้าระหว่างประเทศออกไป

โจทก์จึงโอนกิจการขายภายในประเทศให้บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ไปดำเนินการรวมทั้งให้รับภาระหนี้สินและรับภาระเกี่ยวกับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกับให้รับโอนพนักงานที่เกี่ยวข้องไปด้วยโดยให้นับอายุงานติดต่อกันทรัพย์สินที่โจทก์ขายให้แก่บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด ที่เป็นข้อพิพาทในคดีนี้คือ ที่ดินโฉนด 13 โฉนด พร้อมสิ่งปลูกสร้างในราคา6,542,703.04 บาท ซึ่งเป็นราคาบัญชีในขณะนั้นเป็นการเหมาขายรวมกันไปพร้อมกับทรัพย์สินอื่น ๆ โดยให้ผู้ซื้อรับภาระอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งเป็นการซื้อขายที่มีเหตุผลและเงื่อนไขเป็นพิเศษมีเจตนารมณ์เพียงเพื่อให้โจทก์ประกอบกิจการค้าระหว่างประเทศตามนโยบายของรัฐได้อย่างเต็มที่ และเป็นการโอนกิจการให้บริษัทปูนซิเมนต์ไทย

จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเกือบทั้งหมดของโจทก์ในทางพฤตินัยถือได้ว่ามีส่วนเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นอยู่ด้วยการโอนขายทรัพย์สินในคดีนี้จึงมีลักษณะเป็นการโอนทรัพย์สินมาเป็นเจ้าของคนเดียวกัน มิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะโอนขายเพื่อมุ่งค้าหากำไร ดังนั้นราคาของที่ดินที่ซื้อขายเมื่อคิดถัวเฉลี่ยกับราคาทรัพย์สินอย่างอื่นที่ซื้อขายไปพร้อมกันประกอบกับเหตุผลและเงื่อนไขพิเศษ จึงเป็นราคาที่เหมาะสมกับความจำเป็นของโจทก์และของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด แม้ราคาทางบัญชีจะต่ำกว่าราคาตลาดไปบ้าง ก็เป็นราคาขายที่มีเหตุอันสมควร และโดยที่ในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2522 โจทก์ได้ถูกบุคคลภายนอกหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่าย 256,201.45 บาท แต่โจทก์ไม่มีภาระและหน้าที่ที่จะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปีพ.ศ. 2522 ดังนั้นจำเลยจึงมีหน้าที่ที่จะต้องคืนเงินภาษีเงินได้หัก

ณ ที่จ่ายที่โจทก์ได้ถูกหักเอาไว้ และถูกส่งแก่จำเลยไว้แล้วในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2522 เป็นเงิน 256,201.45 บาทให้แก่โจทก์ด้วย ขอให้พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 256,201.45 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จ และเพิกถอนหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต.2/1020/2/01282 ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2531 กับ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ (ภ.ส.7) เลขที่ 117/2533/1 ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2532จำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินเป็นการถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ ต.2/1020/2/01282 ลงวันที่12 กุมภาพันธ์ 2531 และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์

เลขที่ 117/2533/1ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2532 กับให้จำเลยชำระเงินจำนวน 256,201.45 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนนับแต่วันฟ้องถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ทั้งนี้ดอกเบี้ยต้องไม่เกินกว่าต้นเงินที่โจทก์ได้รับชำระคืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาทจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์ขายที่ดินให้แก่บริษัทปูนซีเมนต์ไทยจำกัด ตามสัญญาลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2521 ในราคาตามบัญชีซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดนั้น มีเหตุอันสมควรหรือไม่ เห็นว่า กรณีของโจทก์เป็นที่เห็นได้ว่าการโอนที่ดินที่ขายให้แก่บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด

นั้น หาใช่เป็นเพียงแต่โอนที่ดินดังกล่าวนี้เท่านั้นหากแต่เป็นการโอนกิจการด้านการตลาดภายในประเทศของโจทก์รวมทั้งทรัพย์สินอื่น ๆ ตามราคาที่ปรากฏในบัญชี ณ วันที่ 2 กรกฎาคม2521 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 62,217,272.29 บาท โดยเป็นราคาที่ดินที่ขายเสีย 6,542,703.04 บาท นอกจากนี้ยังมีการโอนสิทธิเรียกร้องและหนี้สินต่าง ๆ อีก และมีรายละเอียดบัญชีลูกหนี้ของโจทก์ที่โอนไปณ วันที่ 1 ตุลาคม 2521 รวมเป็นสินทรัพย์และหนี้สินที่โอนไปถึง 300 ล้านบาทเศษ กับทั้งยังโอนพนักงานของโจทก์อีกกว่า700 คน ไปให้บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด โดยให้นับอายุงานติดต่อกัน เนื่องจากโจทก์มีหน้าที่จะต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนโดยปีแรกโจทก์จะต้องส่งสินค้าออกไปจำหน่ายต่างประเทศมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาทปีที่สองไม่น้อยกว่า 400 ล้านบาท ปีที่สามกับปีต่อ

ๆ ไป ต้องไม่น้อยกว่าปีละ 500 ล้านบาท โจทก์จึงจำเป็นต้องโอนกิจการของโจทก์ให้บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด เพื่อไปทำกิจการด้านการส่งสินค้าออกไปจำหน่ายต่างประเทศให้ได้ตามเงื่อนไขของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนดังกล่าวและประการสำคัญโจทก์เป็นบริษัทในเครือซิเมนต์ไทย โดยมีบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัดเป็นผู้ถือหุ้นของโจทก์ในขณะนั้นเกือบร้อยละ 70 ของหุ้นจดทะเบียนทั้งสิ้น 120,000,000 บาท ดังนั้นจึงเป็นที่เห็นได้ว่าการที่โจทก์โอนทรัพย์สินและหนี้สินให้แก่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัดรวมทั้งสิ้นคิดเป็นเงินถึง 300 ล้านบาทเศษก็เป็นการโอนทรัพย์สินในระหว่างบริษัทในเครือซิเมนต์ไทยด้วยกันแม้จะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกัน แต่ก็มีส่วนได้เสียผูกพันกันอยู่

ดังนั้นการโอนที่ดินที่ขายจึงเป็นการโอนโดยมีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยจึงไม่มีอำนาจประเมินค่าตอบแทนตามราคาต*ลาดในวันที่โอนและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ย่อมไม่มีอำนาจวินิจฉัยให้ถือเอาราคาตามที่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประเมินไว้นั้นมาประเมินที่ดินที่ขายได้เช่นกัน การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงไม่ชอบกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินเห็นว่าสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2521 โจทก์ไม่มีผลขาดทุนสุทธิสะสมที่จะนำมาหักออกจากกำไรสุทธิของรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2522 โจทก์อ้างและนำสืบว่าสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2521 โจทก์มีผลขาดทุนสุทธิเป็นเงิน 18,887,629.54 บาท

เห็นว่า สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปีพ.ศ. 2521 เป็นปีที่โจทก์ปรับปรุงโครงสร้างของการประกอบกิจการของโจทก์ครั้งใหญ่เพื่อดำเนินกิจการด้านการค้าต่างประเทศจึงโอนกิจการด้านการตลาดภายในประเทศ ทรัพย์สินและหนี้สินรวมทั้งพนักงานของโจทก์ให้แก่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัดดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้ว นับว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการดำเนินกิจการของโจทก์และจากรายงานประจำปี พ.ศ. 2521 ของโจทก์ระบุว่างบดุลวันที่ 31 ธันวาคม 2521 ขาดทุนสะสม 12,417,591 บาทยกไปปี พ.ศ. 2522 และในรายงานดังกล่าวยังระบุงบกำไรขาดทุนและขาดทุนสะสมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2521 ว่าขาดทุนสะสมสิ้นปีจำนวน 12,417,591 บาท ดังนั้นในการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของโจทก์สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปีพ.ศ. 2521 โจทก์ได้ระบุยอดขาดทุนสุทธิไว้จำนวน 10,757,180.17 บาทปรากฎตามเอกสารหมาย

ล.1 แผ่นที่ 73 เมื่อจำเลยไม่นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงฟังได้ว่าโจทก์มีผลขาดทุนสุทธิสะสมสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2521 และมียอดยกมาในปี พ.ศ. 2522 จำนวน10,757,180.07 บาท โจทก์จึงมีสิทธินำผลขาดทุนสุทธิดังกล่าวมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของโจทก์สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี พ.ศ. 2522 ได้ตามความในประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี(12)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ ทองแย้ม · นิเวศน์ คำผอง · ปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2646/2566

การมีค่าความนิยมคงเหลือ ณ วันเลิกประกอบกิจการถือเป็นการขายที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม ป.รัษฎากร มาตรา 77/2 (1) และมาตรา 77/1 (8) (ฉ) โจทก์ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 489/2562

การที่จำเลยสามารถลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเนื่องจากโจทก์ทำหลักฐานว่ามีรายจ่ายซึ่งโจทก์กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริงและนำไปหักออกจากกำไรจากการประกอบกิจการของจำเลย นั้น ถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งตาม ป.รัษฎากร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4727/2561

โจทก์กู้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้า มีหนี้สินคงเหลืออยู่ ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2553 ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 65 ทวิ (5) (ก) โจทก์มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,195,93…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4546/2561

โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ฉบับปกติและฉบับยื่นเพิ่มเติมสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีพิพาท โดยกรอกรายการรายได้ส่วนที่ได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีไว้ในแบบแสดง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3618/2561

การอุทธรณ์หนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากรเป็นกรณีโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งทางปกครองของจำเลยเกี่ยวกับการขอคืนภาษีของโจทก์ กรณีคืนภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ผู้มีอำนาจออกคำสั่งคือ เจ้าหน้าที่ผู้ท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้