Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2526/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 851 บัญญัติว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนให้ไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความจึงต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วยตัวการมอบอำนาจโดยมิได้ทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือให้ตัวแทนไปตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความ แม้ในชั้นพิจารณาตัวการจะได้มาเบิกความว่าให้สัตยาบันรับรองการทำสัญญาดังกล่าวก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าตัวการปฏิเสธความรับผิดตลอดมา จึงถือไม่ได้ว่าตัวการได้ให้สัตยาบันสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้วจำเลยที่ 1 ขับรถชนรถของโจทก์โดยประมาท จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างได้มอบอำนาจ โดยมิได้ทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือให้จำเลยที่ 3 ไปเจรจาตกลงค่าเสียหายกับโจทก์และบันทึกไว้ตามเอกสารหมาย จ.3 แล้วมาเบิกความต่อศาลว่าให้สัตยาบันรับรองการทำสัญญา แม้จะฟังว่าเอกสารดังกล่าวเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความแต่การมอบอำนาจไม่ชอบ และตามพฤติการณ์ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ให้สัตยาบัน ย่อมไม่ทำให้สัญญาประนีประนอมยอมความมีผล ความรับผิดในมูลละเมิดของจำเลยที่ 2 ในฐานะนายจ้างยังไม่ระงับสิ้นไป โจทก์จึงยังมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์เบ็นซ์หมายเลข กท.ศ 6023 จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 เป็นผู้ควบคุมรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับ จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกหมายเลข กท.บ 5469 ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ในความควบคุมดูแลของจำเลยที่ 3 ด้วยความประมาทคือขับด้วยความเร็วสูงชนท้ายรถของโจทก์ขณะจอดรอสัญญาณไฟ รถของโจทก์เสียหายต้องซ่อมเป็นเงิน 14,753 บาท ไม่มีรถใช้ต้องเสียค่าแท็กซี่ 6,000 บาทค่าเสื่อมสภาพ 20,000 บาท รวม 40,753 บาท จำเลยที่ 2 ที่ 3 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ขอให้ใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์มิใช่เจ้าของรถที่ถูกชน จำเลยที่ 1 มิใช่ลูกจ้างปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 หรืออยู่ในความควบคุมของจำเลยที่ 3เหตุเกิดเพราะความประมาทของคนขับรถที่ถูกชน ค่าเสียหายเรียกมากเกินไป ฟ้องเคลือบคลุม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะมูลละเมิดได้ระงับสิ้นไปแล้วตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายและดอกเบี้ยให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 3จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาเรื่องอำนาจฟ้องศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้คดีฟังได้ว่าโจทก์กับจำเลยที่ 3 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันดังเอกสารหมาย จ.3 โดยโจทก์ยอมรับค่าเสียหายในมูลละเมิดอันเกิดจากรถของจำเลยที่ 2 ได้ชนรถของโจทก์ได้รับความเสียหายก็ดี แต่ผลแห่งสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เนื่องจากจำเลยที่ 3 เป็นบุคคลภายนอก มิได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือให้เป็นตัวแทนจากจำเลยที่ 2 เพื่อทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามเอกสารหมาย

จ.3 กับโจทก์ เพราะการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 851 บัญญัติว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนให้ไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความจึงต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย และฎีกาที่ว่าจำเลยที่ 2 ได้มาเบิกความให้สัตยาบันรับรองการทำสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย จ.3 แล้วนั้น การเบิกความดังกล่าวก็เพียงเพื่อจะใช้เอกสารหมาย จ.3 ต่อสู้คดีนี้เท่านั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่าเมื่อโจทก์ซ่อมรถเสร็จได้ทวงถามค่าซ่อมจากจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ก็ปฏิเสธความรับผิดตลอดมา พฤติการณ์เช่นนี้ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ให้สัตยาบันการทำสัญญาหมาย จ.3 แล้ว ความรับผิดในมูลละเมิดของจำเลยที่ 2 ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ 1 ย่อมไม่ระงับสิ้นไปโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1892/2538

จำเลยและว.ต่างขับรถยนต์โดยประมาทและต่างถูกร้อยตำรวจโทอ.พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับการที่ร้อยตำรวจโทอ.เปรียบเทียบปรับจำเลยและว. และค่าเสียหายของรถยนต์ทั้งสองคันได้มีการตกลงกันให้ต่างคนต่างซ่อมโดยขณะนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2478/2526

จำเลยที่ 1 ลูกจ้างจำเลยที่ 2 ขับรถไปชนรถยนต์ของโจทก์เสียหาย ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับตัวแทนโจทก์ ระบุว่าจำเลยที่ 1 ยอมใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ไม่ปรากฏมีหลักฐานเป็นหนังสือแสดงการตั้งจำเลยที่ 1 เป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1091/2515

พนักงานบริษัทจำเลยอ้างว่าได้รับมอบหมายจากบริษัทจำเลยให้มาตกลงเรื่องค่าเสียหายกับโจทก์ และได้ทำข้อตกลงกับ โจทก์ในเรื่องค่าเสียหายที่บริษัทจำเลยจะชดใช้ให้โจทก์ ดังนี้พนักงานบริษัทจำเลยผู้นั้นอาจเป็นตัวแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4382/2566

ตามคำพิพากษาในคดีก่อนศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในส่วนความรับผิดของโจทก์เพียงข้อหาเดียวว่า โจทก์เป็นนายจ้างของ ป. และ ป. ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง โจทก์จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5724/2562

โจทก์บรรยายฟ้องข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของ จ. ซึ่งเป็นลูกจ้างและตัวแทนของจำเลยที่เป็นเหตุโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว แม้โจทก์จะมิได้กล่าวในฟ้องเกี่ยวกับลักษณะการเป็นตัวแทน โจทก์ก็นำสืบได้เพราะเป็นข้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้