Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2529/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์กับ ส. ผู้ลงนามแทนโจทก์ในสัญญาท้ายฟ้องมีนิติสัมพันธ์ต่อกันอย่างไรมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวเนื่องกันอย่างไร เป็นข้อเท็จจริงรายละเอียดที่โจทก์จะนำสืบในทางพิจารณา ไม่จำเป็นต้องบรรยายในฟ้อง ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมเมื่อฟังว่า โจทก์โดย ส. เป็นคู่สัญญากับจำเลย จำเลยผิดสัญญาโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา และได้มีการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าในสัญญาโจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องเบี้ยปรับตามสัญญาได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ทำสัญญารับจ้างเหมาส่งไม้กลมไม้เหลี่ยม ตอม่อ และไม้แปรรูปต่าง ๆ เพื่อใช้ในการสร้างและซ่อมสะพานหลายแห่งในทางสายท่าตูม-สุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นทางหลวงแผ่นดินให้กับโจทก์หลายครั้ง หลังจากจำเลยทั้งสองได้ทำสัญญากับโจทก์ แต่ละฉบับทั้ง 10 ฉบับแล้ว จำเลยทั้งสองผิดสัญญา ไม่สามารถส่งมอบไม้ตามจำนวนและชนิดที่ตกลงสัญญากับโจทก์ไว้ โจทก์ได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญากับจำเลย เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2511 และโจทก์มีสิทธิได้รับเบี้ยปรับเป็นรายวันตามสัญญาทั้ง 10 ราย รวมเป็นเงิน 644,450 บาท ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเบี้ยปรับ 644,450 บาทแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

จากจำนวนเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจำเลยทั้งสองให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ไม่ได้ความชัดว่าโจทก์กับนายสมนึก เตมียเสนผู้ลงนามในสัญญา มีการมอบหมายกันมาอย่างไรจำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ จำเลยที่ 2 เป็นแต่เพียงผู้กระทำการแทนจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดชอบด้วย จำเลยที่ 1 ไม่ได้ส่งไม้ตามสัญญา เพราะมีเหตุสุดวิสัย จำเลยไม่ได้ผิดสัญญา ไม่ต้องรับผิดสำหรับเบี้ยปรับ จำเลยที่ 1 ยินยอมให้นายสมนึก เตมียเสน ยึดเงินประกันตามสัญญาบางฉบับไป ถือได้ว่าสัญญาระหว่างนายสมนึกกับจำเลยที่ 1 เลิกกันแล้ว อย่างไรก็ตาม การบอกเลิกสัญญาที่โจทก์อ้าง ไม่ทำให้เกิดสิทธิเรียกร้องเอาเบี้ยปรับ เบี้ยปรับที่โจทก์เรียกร้องเป็นเบี้ยปรับสูงเกินควรศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เบี้ยปรับแก่โจทก์เป็นเงิน205,027.17 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาสำหรับประเด็นข้อ (1) ที่ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้น เห็นว่า ได้บรรยายแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา และคำขอบังคับ ตลอดจนข้ออ้างอันอาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นหาเคลือบคลุมไม่ โจทก์กับนายสมนึก ผู้ลงนามในสัญญาท้ายฟ้องมีนิติสัมพันธ์ต่อกันอย่างไร มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวเนื่องกันอย่างไร เป็นข้อเท็จจริง รายละเอียดที่โจทก์จะนำสืบในทางพิจารณาไม่จำเป็นต้องบรรยายมาในฟ้อง ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมประเด็นข้อ (2) โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ฟังได้ว่ากรมทางหลวงโจทก์ โดยนายสมนึก

เตมียเสน เป็นคู่สัญญากับจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดสัญญา โจทก์มีอำนาจฟ้องได้ประเด็นข้อ (3) ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า กำหนดเวลาที่จำเลยส่งมอบให้แก่โจทก์ตามสัญญาเป็นเงื่อนเวลาสุดสิ้นตามมาตรา 154 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประโยชน์แห่งเงื่อนเวลานั้นฝ่ายใดจะสละเสียก็ได้ ในเรื่องนี้โจทก์หรือนายสมนึกได้สละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาจึงไม่ถือว่าจำเลยผิดนัดชำระหนี้และไม่ต้องใช้เบี้ยปรับแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อนี้ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแต่ศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ประเด็นข้อสุดท้าย

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาและได้มีการกำหนดเบี้ยปรับอันเป็นการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าในสัญญาแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องเบี้ยปรับตามสัญญาได้ ในการที่ศาลจะพิจารณาเรื่องเบี้ยปรับนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 383 ได้บัญญัติให้ศาลพิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย มิใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สินเท่านั้น ในเรื่องนี้ศาลล่างก็ได้พิจารณาถึงอัตราเบี้ยปรับและระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 ควรรับผิดเป็นการเหมาะสมแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุธี ชอบธรรม · วิกรม เมาลานนท์ · สมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3794/2540

คำฟ้องโจทก์บรรยายว่า กรรมการผู้มีอำนาจสองในสามคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัทกระทำการแทนและผูกพันโจทก์ตามสำเนาภาพถ่ายหนังสือรับรองบริษัทเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1 โดยโจทก์แนบสำเนาหนังสื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2273/2526

โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเบี้ยปรับตามสัญญาค้ำประกันคนต่างด้าว5 ราย โดยจำเลยทำสัญญาค้ำประกันเป็นรายฉบับรวม 5 ฉบับ สำหรับลูกประกันแต่ละรายหากจำเลยผิดสัญญายอมให้ปรับรายละ 20,000 บาท ทุนทรัพย์ในคดีจึงแยกออกตามส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2151/2522

โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด การฟ้องคดีไม่จำเป็นต้องบรรยายมาในคำฟ้องด้วยว่าโจทก์มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการค้าอะไร เพราะวัตถุประสงค์ของโจทก์จะประกอบกิจการค้าอะไรมิใช้ข้อหาอันกฎหมายบังคับต้องบรรย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6662/2558

การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา นั้น แม้จำเลยจะเข้าทำสัญญาซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดกับเจ้าพนักงานบังคับคดีก็ตาม แต่การทำสัญญาดังกล่าวเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9489/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยประมาทเลินเล่อขับรถบรรทุกชนท้ายรถโดยสาร ทำให้รถโดยสารที่โจทก์ครอบครองและใช้ประโยชน์อยู่ได้รับความเสียหาย เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น และ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้