Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2541/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยฯมีข้อความกำหนดวัตถุประสงค์การจัดตั้งการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งเห็นได้อยู่ในตัวว่าเป็นการแสวงหากำไรทางเศรษฐกิจ ดังนี้ ศาลย่อมวินิจฉัยว่าจำเลยมีวัตถุประสงค์แสวงกำไรในทางเศรษฐกิจ โดยมิต้องให้ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญในทางเศรษฐศาสตร์ มาให้ความเห็นก่อนเพราะเป็นเรื่องการแปล กฎหมาย มิใช่ข้อเท็จจริง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 4 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 5 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 10 ป.วิ.พ. มาตรา 84 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 มาตรา 6 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 มาตรา 1

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 จำเลยบรรจุโจทก์เป็นพนักงานของจำเลยในตำแหน่งคนงาน ต่อมาจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ขณะที่โจทก์ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานของจำเลย จำเลยมีข้อบังคับฉบับที่ 31 ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ พ.ศ. 2519 โจทก์มีสิทธิได้รับเงินกองทุนสงเคราะห์เมื่อพ้นจากตำแหน่งตามข้อ 7(2)และข้อ 8 จำนวนเท่ากับเงินเดือนสุดท้ายคูณด้วยอายุการทำงาน ต่อมาจำเลยออกข้อบังคับฉบับที่ 24 ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ พ.ศ. 2525เป็นการตัดสิทธิของพนักงาน จึงขัดหรือแย้งกับข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้างและขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 20 ข้อบังคับฉบับที่ 24 ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์

พ.ศ. 2525 จึงไม่มีผลบังคับใช้ โจทก์มีสิทธิได้รับเงินกองทุนสงเคราะห์ทั้งสิ้น 110,240 บาท และได้ทวงถามแล้วแต่จำเลยจ่ายให้เพียง 64,995.61 บาท ยังขาดอยู่อีก 45,244.39 บาทขอให้บังคับให้จำเลยจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์จำนวน 45,244.39 บาทพร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ แต่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจัดตั้งขึ้นตามประกาศของคณะปฏิวัติและพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยพ.ศ. 2522 เป็นกิจการที่ไม่ได้มีวัตถุปรุสงค์แสวงกำไรในทางเศรษฐกิจจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ข้อบังคับฉบับที่ 31 ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์พ.ศ. 2519 ถูกยกเลิกไปแล้วและใช้ข้อบังคับฉบับที่ 24 ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์

พ.ศ. 2525 ที่กำหนดขึ้นใหม่ เพื่อคุ้มครองรักษาสิทธิของโจทก์และลูกจ้างของจำเลยทุกคนให้ได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ได้ตัดสิทธิโจทก์แต่ประการใด ข้อบังคับฉบับที่ 24ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ พ.ศ. 2525 ยังเป็นคุณแก่โจทก์ ทั้งไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ข้อ 20 เมื่อคำนวณหักค่าชดเชยที่จำเลยจ่ายให้โจทก์ไปแล้ว โจทก์คงมีสิทธิได้รับเงินกองทุนสงเคราะห์เพียง 64,995.61 บาท ซึ่งจำเลยจ่ายให้โจทก์ไปครบถ้วนแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินจำนวน 45,244.39 บาทอีกวันนัดพิจารณา ทนายจำเลยแถลงรับว่า จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด ข้อบังคับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยฉบับที่ 31 ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์

พ.ศ. 2519 และข้อบังคับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 24 ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์พ.ศ. 2525 มิได้เกิดจากการแจ้งข้อเรียกร้อง แต่จำเลยกำหนดขึ้นเองทั้งสองฉบับศาลแรงงานกลางเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานศาลแรงงานกลาง พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 45,244.39 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ประการแรกว่าจำเลยมิได้แสวงกำไรในทางเศรษฐกิจ และการพิจารณาว่าเป็นการแสวงกำไรในทางเศรษฐกิจหรือไม่ต้องฟังจากผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญในทางเศรษฐศาสตร์ มิใช่ศาลแรงงานกลางจะสรุปได้เองนั้น เห็นว่า จำเลยตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 6 ว่า "ให้จัดตั้งการนิคมอุตสาหกรรมขึ้น...มีวัตถุประสงค์ดังนี้(1) การจัดให้ได้มาซึ่งที่ดินที่เหมาะสมเพื่อการจัดตั้งหรือขยายนิคมอุตสาหกรรมา หรือเพื่อดำเนินธุรกิจที่เป็นประโยชน์...(2) ......(3) การให้เช่า ให้เช่าซื้อ การขายอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ในนิคมอุตสาหกรรมหรือเพื่อประโยชน์แก่กิจการของนิคมอุตสาหกรรมโดยตรง(4)

การดำเนินธุรกิจอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวข้องกับกิจการอันอยู่ในวัตถุประสงค์...(5) การร่วมดำเนินงานกับบุคคลอื่นตามวัตถุประสงค์ใน (1) (2)หรือ (3) รวมทั้งการเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือถือหุ้นในนิติบุคคลใด ๆ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับกิจการอันอยู่ในวัตถุประสงค์..."ตามวัตถุประสงค์ของจำเลยตามที่ปรากฏนั้น เห็นได้อยู่ในตัวว่าเป็นการแสวงกำไรในทางเศรษฐกิจ โดยมิต้องให้ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญในทางเศรษฐศาสตร์มาให้ความเห็นดังอุทธรณ์ของจำเลยแต่ประการใด เพราะเป็นเรื่องของการแปลงกฎหมาย ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางต้องฟังความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยปัญหานี้ชอบแล้ว..." (อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · เคียง บุญเพิ่ม · ปรีชา ธนานันท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6191/2540

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า โจทก์ไม่เคยกระทำผิดที่ไหน เมื่อใด และไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้กล่าวหาทั้งไม่เคยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดของโจทก์เมื่อคำให้การจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับคำสั่งดังกล่าวจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 1457)

การตกลงอันจะก่อให้เกิดสัญญาจ้างแรงงานซึ่งรวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นหาได้จำต้องเฉพาะการตกลงโดยชัดแจ้งไม่อาจมีการตกลงโดยปริยายก็ได้ จำเลยเคยจ่ายเงินพิเศษแก่ลูกจ้างปีละ15วันแล้วได้เปลี่ยนมาเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9403/2538

การตกลงอันจะก่อให้เกิดสัญญาจ้างแรงงานซึ่งรวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้น หาได้จำต้องเฉพาะการตกลงโดยชัดแจ้งไม่ อาจมีการตกลงโดยปริยายก็ได้ จำเลยเคยจ่ายเงินพิเศษแก่ลูกจ้างปีละ 15 วัน แล้วได้เปลี่ยน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2093/2532

คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายว่า ขณะเกิดเหตุคดีนี้จำเลยทั้งห้าเป็นลูกจ้างโจทก์ จำเลยแต่ละคนมีตำแหน่งอะไร มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับ และคำสั่งของโจทก์อย่างไร และจำเลยทั้งห้าได้กร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3823/2531

คดีก่อนมีประเด็นว่า คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโจทก์ทางวินัยชอบหรือไม่ โจทก์ถูกย้ายตำแหน่งหน้าที่ชอบหรือไม่ และควรขึ้นค่าจ้างในระหว่างที่โจทก์ถูกสอบสวนหรือไม่ ส่วนคดีหลังมีประเด็นว่าคำสั่งลงโทษโจทก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้