Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6191/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า โจทก์ไม่เคยกระทำผิดที่ไหน เมื่อใด และไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้กล่าวหาทั้งไม่เคยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดของโจทก์เมื่อคำให้การจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับคำสั่งดังกล่าวจำเลยมิได้ให้การปฏิเสธจึงต้องถือว่าจำเลยรับข้อเท็จจริงในส่วนนี้แล้ว ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบเข้ามาเอง แม้ศาลแรงงานมิได้นำมาประกอบการวินิจฉัยคดีก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าเป็นที่ยุติแล้ว ศาลฎีการับฟังข้อเท็จจริงนี้ได้ไม่เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 56 ขณะที่ อ.ผู้บังคับบัญชาของโจทก์กำลังสอนนักศึกษาหลักสูตรวิชาบำรุงรักษาเครื่องสื่อสารอยู่ โจทก์ได้เข้ามาซ่อมเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับการเรียนการสอนอยู่ในห้องเดียวกัน ขณะที่ทำการซ่อมนั้นเกิดเสียงดัง อ. บอกให้โจทก์หยุดซ่อม เพราะรบกวนการเรียนการสอน แต่โจทก์ไม่หยุดและเกิดการโต้เถียงกัน เมื่อโจทก์ซ่อมงานเสร็จแล้ว ขณะที่โจทก์กำลังจะออกไปนอกห้องโจทก์ได้พูดกับ อ.อีกว่า ถ้ามีปัญหาอะไรให้ออกไปคุยกันข้างนอก แล้วโจทก์ก็ออกไปพร้อมกับปิดประตูด้วยเสียงดังนั้น เห็นได้ว่าถ้อยคำที่โจทก์กล่าวโต้ตอบ อ.เป็นการแสดงถึงความไม่เคารพหรือยำเกรง ทั้งเป็นการท้าทายผู้บังคับบัญชี เป็นการแสดงถึงความกระด้างกระเดื่องและใช้กิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อผู้บังคับบัญชาต้องด้วยข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ด้วยแล้ว และขณะเกิดเหตุ อ.กำลังปฏิบัติหน้าที่มีนักศึกษาจำนวนหลายคนฟังการบรรยายของ อ.อยู่ความเสียหายที่เกิดขึ้นย่อมมีมาก ที่จำเลยมีคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือนโจทก์ตามฟ้อง ซึ่งนับว่าเป็นผลดีแก่โจทก์อยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุที่ศาลแรงงานจะพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวของจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 84 ป.วิ.พ. มาตรา 172 ป.วิ.พ. มาตรา 177 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 35 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 37 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 39 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 5

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยตั้งแต่วันที่1 ตุลาคม 2537 ตำแหน่งช่างอิเล็กทรอนิกส์การบิน 2 ส่วนบริการกองวิชาอิเล็กทรอนิกส์ ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 16,950 บาทต่อมาวันที่ 25 กันยายน 2539 จำเลยมีคำสั่งที่ 156/2539 ลงโทษตัดเงินเดือนโจทก์เดือนละ 10 เปอร์เซ็นต์ มีกำหนด 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2539 เป็นต้นไป กล่าวหาว่าโจทก์แสดงกิริยาไม่เหมาะสมและแสดงความกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาเมื่อวันที่ 4กรกฎาคม 2539 ซึ่งไม่เป็นความจริง และจากคำสั่งดังกล่าวจำเลยยังอ้างว่าโจทก์เคยถูกลงโทษภาคทัณฑ์ตามคำสั่งที่ 20/2538 โดยโจทก์ไม่เคยกระทำความผิดที่ไหน เมื่อใด และไม่ทราบว่ามีผู้ใดเป็นผู้กล่าวหา

อีกทั้งไม่เคยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดของโจทก์และโจทก์ไม่เคยทราบมาก่อนว่าเคยถูกลงโทษตามคำสั่งที่ 20/2538คำสั่งลงโทษโจทก์ทั้งสองฉบับจึงไม่ถูกต้องตามขั้นตอนตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย จำเลยไม่มีอำนาจลงโทษโจทก์ได้ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งที่ 20/2538 และคำสั่งที่ 156/2539จำเลยให้การว่า คำสั่งลงโทษของจำเลยที่ 156/2539 และที่ 20/2538 นั้น ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2539 เวลาประมาณ 16.30 นาฬิกา โจทก์ได้แสดงกิริยากระด้างกระเดื่องไม่เหมาะสมต่อนายอำนาจ วัชรโยธิน และนายอานุภาพ จันทนะโพธิอาจารย์แผนกวิชาอิเล็กทรอนิกส์ การบินขั้นมูลฐาน ขณะที่อาจารย์ทั้งสองกำลังสอนนักศึกษาหลักสูตรวิชาบำรุงรักษาเครื่องสื่อสารรุ่นที่ 33 อยู่ เป็นการกระทำผิดวินัยตามข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยการบรรจุ

การแต่งตั้ง การออกจากตำแหน่ง วินัยและการลงโทษของพนักงาน พ.ศ. 2537 ข้อ 27, 28 และ 36 และก่อนหน้านั้นโจทก์เคยถูกลงโทษทางวินัยภาคทัณฑ์มาแล้ว 1 ครั้ง ตามคำสั่งที่ 20/2538 ด้วยขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งที่ 20/2538 และคำสั่งที่ 156/2539 ของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การที่โจทก์ชี้แจงโต้เถียงกับผู้บังคับบัญชา เป็นการผิดข้อบังคับสถาบันการบินพลเรือนว่าด้วยการบรรจุแต่งตั้ง การออกจากตำแหน่ง วินัยและการลงโทษของพนักงาน พ.ศ. 2537 ข้อ 28เอกสารหมาย ล.2 หรือไม่สำหรับกรณีคำสั่งที่ 20/2538

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า โจทก์ไม่เคยกระทำผิดที่ไหน เมื่อใด และไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้กล่าวหา ทั้งไม่เคยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดของโจทก์ ส่วนคำให้การจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับคำสั่งดังกล่าวจำเลยมิได้ให้การปฏิเสธจึงต้องถือว่าจำเลยรับข้อเท็จจริงในส่วนนี้แล้ว ฉะนั้นที่ศาลแรงงานกลางให้เพิกถอนคำสั่งนี้ ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องด้วยในผลส่วนอุทธรณ์ของจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับคำสั่งที่ 156/2539 นั้นข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางว่า เมื่อวันที่4 กรกฎาคม 2539 เวลา 16.30 นาฬิกา ขณะที่นายอำนาจ วัชรโยธินอาจารย์แผนกวิชาอิเล็กทรอนิกส์ การบินขั้นมูลฐาน กำลังสอนนักศึกษาหลักสูตรวิชาบำรุงรักษา เครื่องสื่อสารอยู่

ณ ห้องปฏิบัติการอาคาร10 ชั้น 2 โจทก์ได้เข้ามาซ่อม เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับการเรียนการสอนอยู่ในห้องเดียวกันด้วย ขณะที่ทำการซ่อมนั้นเกิดเสียงดัง นายอำนาจบอกให้โจทก์หยุดซ่อม เพราะรบกวนการเรียนการสอน แต่โจทก์ไม่หยุด และเกิดการโต้เถียงกัน และข้อเท็จจริงได้ความต่อไปว่าเมื่อโจทก์ซ่อมงานเสร็จแล้วขณะที่โจทก์กำลังจะออกไปนอกห้องโจทก์ได้พูดกับนายอำนาจอีกกว่า ถ้ามีปัญหาอะไรให้ออกไปคุยกันข้างนอก แล้วโจทก์ก็ออกไปพร้อมกับปิดประตูด้วยเสียงดัง แม้ข้อเท็จจริงส่วนนี้ศาลแรงงานกลางมิได้รับฟังประกอบการวินิจฉัยคดีก็ตาม แต่ก็เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบเข้ามาเองอันเป็นข้อเท็จจริงที่ถือได้ว่าเป็นที่ยุติแล้วเช่นกันจึงไม่เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. 2522 มาตรา 56 วรรคสองที่ศาลฎีกาจะรับฟัง เมื่อฟังข้อเท็จจริงเช่นนี้แล้วย่อมเห็นได้ว่าถ้อยคำที่โจทก์กล่าวโต้ตอบนายอำนาจนั้น เป็นการแสดงถึงความไม่เคารพหรือยำเกรง ทั้งเป็นการท้าทายผู้บังคับบัญชา จึงเป็นการแสดงถึงความกระด้างกระเดื่องและใช้กิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อบังคับบัญชาต้องด้วยข้อบังคับ ข้อ 28 ของเอกสารหมาย ล.2 ดังกล่าวแล้วประกอบกับขณะเกิดเหตุนายอำนาจกำลังปฏิบัติหน้าที่ มีนักศึกษาจำนวนหลายคนฟังการบรรยายของนายอำนาจอยู่ ความเสียหายที่เกิดขึ้นย่อมมีมาก ที่จำเลยลงโทษตัดเงินเดือนโจทก์ตามฟ้องนั้น นับว่าเป็นผลดีแก่โจทก์อยู่แล้ว ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งที่ 156/2539 ด้วย ศาลฎีกาไม่เห็นฟ้องด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า ไม่เพิกถอนคำสั่งที่ 156/2539 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย หมวดเมือง · อัมพร ทองประยูร · พิมล สมานิตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4618/2541

โจทก์ฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดและค่าพัสดุอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเลยเบิกไปใช้งานแล้วไม่นำไปใช้หรือใช้ไม่หมด แต่ไม่นำมาคืน ตามที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของโจทก์สรุปความเห็นไว้ จำเลยให้การปฏิเสธว่า จำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2527 (เลขอ้างอิง 28538)

จำเลยประสบภาวะการขาดทุนจึงเลิกจ้างโจทก์กับพวกซึ่งมีหน้าที่เป็นยาม โดยมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งหรือเจาะจงเลิกจ้างเฉพาะโจทก์กับพวกแม้จำเลยจะมิได้ยุบเลิกกิจการยามเสียทั้งแผนก ก็จะถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2527 (เลขอ้างอิง 103058)

จำเลยประสบภาวะการขาดทุนจึงเลิกจ้างโจทก์กับพวกซึ่งมีหน้าที่เป็นยาม โดยมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งหรือเจาะจงเลิกจ้างเฉพาะโจทก์กับพวก แม้จำเลยจะมิได้ยุบเลิกกิจการยามเสียทั้งแผนก ก็จะถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2541

ใบสมัครงานของโจทก์ระบุชัดว่า โจทก์จะทำงานกับจำเลยอย่างน้อย 1 ปี และถ้าจะลาออกจะแจ้งให้จำเลยทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน ถ้าผิดสัญญาและ/หรือถูกจำเลยให้ออก ไล่ออกด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม โจทก์จะไม่รับเงินค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1042/2541

ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแรงงานว่าเหตุทำร้ายร่างกายที่ทำให้ ส. ลูกจ้างจำเลยได้รับบาดเจ็บกระดูกใบหน้าด้านขวาและกระดูกข้อเท้าซ้ายแตกได้เกิดขึ้นขณะที่โจทก์และ ส. เดินออกจากบริษัทจำเลยห่างจากรั้วแ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้