Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 25611)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานแรงงานจังหวัดเพื่อขอให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานโดยขอให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชย ต่อมาโจทก์จำเลยทำบันทึกตกลงว่าโจทก์จะขอรับเพียงเงินค่าจ้างที่ตกค้าง และจะไม่ติดใจเอาความแต่อย่างใดอีกนั้น บันทึกข้อตกลงนี้เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 มีผลบังคับเพียงว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างค้างจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าล่วงเวลาเท่านั้น ส่วนค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนอันไม่อาจตกลงแก้ไขให้ผิดแผกแตกต่างเป็นประการอื่นได้ ดังนั้น ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่กำหนดว่าโจทก์ทั้งสิบเอ็ดไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยจากจำเลยได้นั้น จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 135.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทั้งสิบเอ็ดเป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสิบเอ็ดโดยไม่มีความผิด ไม่บอกกล่าวล่วงหน้า และไม่ยอมจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ากับค่าชดเชย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าล่วงเวลา สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์ โจทก์เป็นฝ่ายทิ้งงานและไม่ได้กลับเข้าทำงานตามปกติ โจทก์ปฏิบัติผิดข้อบังคับของจำเลยการลาหยุดและการลาออก จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ต่อมาหลังจากที่โจทก์ได้หยุดงานแล้วต่างได้ร้องเรียนต่อสำนักงานแรงงานจังหวัดราชบุรีและได้ตกลงประนีประนอมยอมความกับจำเลยโดยจำเลยตกลงจ่ายเงินจำนวน 67,566.38บาท และโจทก์ทั้งสิบเอ็ดไม่ประสงค์เรียกร้องใด

ๆ จากจำเลยอีกดังนั้นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับค่าล่วงเวลา สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยจึงเป็นอันสิ้นสุดตามสัญญาประนีประนอมยอมความขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งสิบเอ็ดกับจำเลยที่สำนักงานแรงงานจังหวัดราชบุรีเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความอันเป็นผลให้สิทธิเรียกร้องในค่าล่วงเวลา สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าจ้างตามผลงานของโจทก์ที่ 8 เป็นอันระงับ แต่ไม่มีผลบังคับกับค่าชดเชยซึ่งเกิดขึ้นโดยผลของประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน อันเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสิบเอ็ดจำเลยทั้งสิบเอ็ดสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาว่าโจทก์ทั้งสิบเอ็ดมีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยจากจำเลยหรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ว่าข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งสิบเอ็ดกับจำเลยที่ทำกันที่สำนักงานแรงงานจังหวัดราชบุรีเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งมีผลให้การเรียกร้องของแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่ได้แสดงในสัญญาว่าเป็นของตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 852 ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนแต่อย่างใด และตรงกับเจตนาของคู่กรณี จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ได้ความว่า เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2529 โจทก์ทั้งสิบเอ็ดได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานแรงงานจังหวัดราชบุรี ตามข้อร้องทุกข์ของลูกจ้างเพื่อขอให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 7ถึงที่ 10 แผ่นที่ 12 ที่ 13 ที่ 15 ถึงที่ 18 และที่ 29 ขอให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลา สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยต่อมาเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2529 โจทก์ทั้งสิบเอ็ดกับจำเลยได้ทำข้อตกลงตามบันทึก เอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 40 โดยมีข้อความสำคัญว่า โจทก์ทั้งสิบเอ็ดจะขอรับเพียงเงินค่าจ้างที่ตกค้างอยู่ รวมกับลูกจ้างที่มิได้ฟ้องคดีนี้อีก 2 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 81,867 บาท82 สตางค์ และจะไม่ติดใจเอาความแต่อย่างใดอีก

ศาลฎีกาเห็นว่า บันทึกข้อตกลงนี้ถือได้ว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 และมีผลบังคับต่อไปว่า โจทก์ทั้งสิบเอ็ดไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างค้างจ่าย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าล่วงเวลาเท่านั้น ส่วนค่าชดเชยนั้น ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน ข้อ 46 ซึ่งแก้ไขโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6)ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2521 ข้อ 2 มีวัตถุประสงค์ในอันที่จะก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ลูกจ้าง เป็นบทคุ้มครองและอำนวยประโยชน์แก่ลูกจ้างเนื่องจากมีฐานะทางเศรษฐกิจด้อยกว่านายจ้าง หากยินยอมให้มีการตกลงเกี่ยวกับค่าชดเชยให้มีผลเป็นว่าลูกจ้างไม่ขอรับค่าชดเชยก็ดี หรือได้รับค่าชดเชยมีจำนวนน้อยกว่าที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าวกำหนดไว้ก็ดี

ฐานะทางเศรษฐกิจอันเสียเปรียบของลูกจ้างก็อาจเป็นเหตุให้ลูกจ้างจำต้องยินยอมตามข้อเสนออันไม่เป็นธรรมได้ประกาศกระทรวงมหาดไทยที่กำหนดหลักเกณฑ์ในการจ่ายค่าชดเชย จึงมีผลเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนอันไม่อาจตกลงแก้ไขให้ผิดแผกแตกต่างเป็นประการอื่นได้ ดังนั้น ข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งสิบเอ็ดกับจำเลยที่กำหนดว่าโจทก์ทั้งสิบเอ็ดไม่ติดใจเอาความแต่อย่างใดอีก ซึ่งจำเลยถือว่าโจทก์ทั้งสิบเอ็ดไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยจากจำเลยได้นั้น จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 135 ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสิบเอ็ดนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2519

โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และ ช. ตกลงแบ่งที่ดินอันเป็นมรดกของ ก.ให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และ ช.โดยโจทก์จำเลยที่1ที่2และช. ไปยื่นคำขอแบ่งแยกต่อเจ้าพนักงานที่ดิน จนกระทั่งเจ้าพนักงานได้รังวัดแบ่งแยกที่ดินออก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 306/2509

สัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อระงับคดีอาญาที่โจทก์ฟ้องจำเลยฐานฉ้อโกงและมีข้อความตอนหนึ่งว่า จำเลยยินยอมไม่ฟ้องคดีอาญาอันเนื่องมาจากการที่โจทก์ฟ้องคดีอาญาเรื่องฉ้อโกงนั้นถือว่าข้อความตอนนี้เป็นส่วนที่พึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2540

ข้อสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยว่าจำเลยจะทำการรื้อถอนกำแพงคอนกรีตของวัดที่อยู่ติดกับถนนสาธารณประโยชน์ทางทิศตะวันออกของที่ดินแปลงตามสัญญาตกลงร่วมหุ้นออกไปภายใน 40 วัน นับแต่วันทำหนังสือนั้น เมื่อตาม พ.ร.บ.คณ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2405/2538

แม้จำเลยมิได้ต่อสู้ไว้ในคำให้การว่าเช็คพิพาทมีการรวมดอกเบี้ยเกินอัตราตามกฎหมายทบต้นไว้ในเช็คนั้นด้วยจึงเป็นโมฆะทั้งฉบับ ทั้งท้ายคำให้การยังมีคำขอให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนของเงินที่เป็นดอกเบี้ยที่เป็นโมฆะ แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5487/2537

ถึงแม้ที่ดินที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ใช้ตามหนังสืออนุญาตจะมีข้อความระบุว่าผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 3(พ.ศ.2515) ข้อ 12 โดยเคร่งครัด คือ ฯลฯ ต้องใช้ประโยชน์ท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้