Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 26030)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมว่าสามารถช่วยเหลือโจทก์ร่วมให้เข้าทำงานเป็นพนักงานของการรถไฟ ฯ ได้โดยไม่ต้องสอบและเรียกเงินจากโจทก์ร่วมอ้างว่าจะนำไปเป็นค่าติดต่อกับผู้ใหญ่และเป็นค่าใช้จ่าย ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมให้เงินไปเพื่อให้จำเลยนำไปให้เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการใด ๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ ถือไม่ได้ว่าเป็นการใช้ให้กระทำผิดกฎหมายโจทก์ร่วมย่อมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายความผิดฐานฉ้อโกง ศาลชั้นต้นยกฟ้องปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวจึงไม่ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 22ทวิ และเป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ที่จะพิจารณาว่าเป็นการจำเป็นหรือไม่ที่จะสั่งให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่จำเป็นและสมควรวินิจฉัยเสียเองก็ย่อมกระทำได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 341 ป.วิ.อ. มาตรา 2 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 22

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม 2526 เวลากลางวันถึงวันที่ 11 สิงหาคม 2526 เวลากลางวันจำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันหลอกลวงนางสาวศศิธร บุญสุขผู้เสียหาย (โจทก์ร่วม) ว่าจำเลยกับพวกสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายให้เข้าทำงานเป็นพนักงานของการรถไฟ ฯ ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินได้โดยไม่ต้องสอบเข้า เพราะพวกของจำเลยมีสามีเป็นนายสถานีรถไฟหัวลำโพง สามีของพวกจำเลยจะเป็นผู้ดำเนินการให้ผู้เสียหายเข้าทำงานได้ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นความจริง จึงจ่ายเงินจำนวน 20,000 บาทให้จำเลยกับพวกไปความจริงจำเลยกับพวกไม่มีเจตนาจะดำเนินการให้ผู้เสียหายเข้าทำงานการรถไฟ ฯ ก็มิได้เปิดรับสมัครพนักงานเจ้าหน้าที่การเงินในระหว่างเกิดเหตุ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 83และคืนเงินแก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าโจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ลงโทษจำคุกคนละ 6 เดือนและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินแก่โจทก์ร่วม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ระหว่างฎีกาโจทก์ร่วมขอถอนคำร้องทุกข์เฉพาะจำเลยที่ 2ศาลฎีกาเห็นว่าสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 (2) ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2

ศาลฎีกาวินิจฉัยคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ว่าปัญหาว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยรับเงินจากโจทก์ร่วมโดยบอกว่าจะนำไปเป็นค่าติดต่อกับผู้ใหญ่ให้เข้าทำงานและเป็นค่าใช้จ่ายข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมให้เงินไปเพื่อให้จำเลยนำไปให้เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการใด ๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ร่วมได้ร่วมกับจำเลยนำสินบนไปให้แก่เจ้าพนักงานอันเป็นการใช้ให้กระทำผิดกฎหมาย โจทก์ร่วมย่อมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย มีสิทธิร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลย ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจยกปัญหาข้อเท็จจริงขึ้นวินิจฉัย เพราะคดีนี้ศาลแขวงนครสวรรค์พิพากษายกฟ้อง การอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องมีการดำเนินการตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ.2499 มาตรา 22 ทวิ

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย จึงไม่ต้องดำเนินการตามบทกฎหมายดังกล่าว และเป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ที่จะพิจารณาว่าเป็นการจำเป็นหรือไม่ที่จะสั่งให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่จำเป็นและสมควรวินิจฉัยเสียเองก็ย่อมกระทำได้โดยชอบ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3445/2540

อุทธรณ์ของโจทก์มิได้โต้เถียงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการที่โจทก์ได้ให้เงินแก่จำเลยที่ 1เพื่อนำไปให้แก่จำเลยที่ 2 คงโต้เถียงแต่เพียงว่า การที่โจทก์ให้เงินแก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 นำไปให้แก่จำเลยที่ 2 เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 693444)

โจทก์ร่วมทั้งสองถูกจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เอกสารราชการสำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคารและสำเนาระวางที่ดินปลอมมาหลอกลวงขายที่ดินพิพาท ซึ่งเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าไม่มีสิ่งปลูกสร้างว่าเป็นที่ดินมีสิ่งปลูกสร้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2563

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องและได้นำเงินจำนวน 529,846.58 บาท มาวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ขอให้ศาลระงับการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7435/2562

แม้ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ชักชวนสมาชิกมาร่วมลงทุนกับจำเลยประมาณสิบกว่าคน โดยให้คำรับรองว่า บริษัท M. จะคืนเงินลงทุนให้ภายใน 3 เดือน หากบริษัทดังกล่าวไม่คืนเงินให้ โจทก์จะใช้เงินส่วนตัวคืนเงินลงทุน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3629/2562

ป.วิ.อ. มาตรา 170 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด แต่คำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกา" ซึ่งหมายความว่า การอุทธรณ์ห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้