Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3445/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อุทธรณ์ของโจทก์มิได้โต้เถียงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการที่โจทก์ได้ให้เงินแก่จำเลยที่ 1เพื่อนำไปให้แก่จำเลยที่ 2 คงโต้เถียงแต่เพียงว่า การที่โจทก์ให้เงินแก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 นำไปให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นการให้ตามทางแห่งมนุษยธรรมมิใช่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ถือเป็นปัญหาข้อกฎหมาย เพราะปัญหาที่ว่าการกระทำใดเป็นการอันมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามตามกฎหมายหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ ถือเป็นปัญหาข้อกฎหมายคดีจึงไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 341 ป.วิ.อ. มาตรา 2 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 22

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า แม้โจทก์มอบเงินให้จำเลยที่ 1 เพื่อช่วยเหลือจำเลยที่ 1 ให้หย่าขาดจากจำเลยที่ 2 แล้วมาอยู่กินฉันสามีภรรยากับโจทก์ การกระทำของโจทก์เป็นการกระทำด้วยวัตถุประสงค์ซึ่งฝ่าฝืนต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีของประชาชนถือว่าโจทก์มีส่วนในการกระทำผิดของจำเลยทั้งสอง โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายที่จะฟ้องจำเลยทั้งสองได้ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นอีกต่อไป พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า

แม้หากจะฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ยินยอมมอบเงินจำนวน 3,500,000 บาท ให้แก่จำเลยที่ 1 เพื่อช่วยเหลือจำเลยที่ 1 ให้หย่าขาดจากจำเลยที่ 2 แล้วมาอยู่กินเป็นสามีภรรยากับโจทก์และให้จำเลยที่ 2 นำเงินมาฝากธนาคารไว้เพื่อเลี้ยงดูบุตร แต่จำเลยทั้งสองแสร้งจดทะเบียนหย่ากันโดยเมื่อได้จดทะเบียนหย่าแล้วกลับจดทะเบียนสมรสกันใหม่ในวันเดียวกัน เมื่อจำเลยที่ 1 นำทะเบียนหย่ามาแสดงต่อโจทก์แล้ว โจทก์หลงเชื่อมอบเงินให้ไปตามที่โจทก์นำสืบก็ตามการกระทำของโจทก์ก็เป็นการกระทำด้วยวัตถุประสงค์ซึ่งฝ่าฝืนต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีของประชาชน และถือว่าโจทก์เป็นผู้ก่อกับมีส่วนในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสอง โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองได้โจทก์อุทธรณ์ว่า

การกระทำของโจทก์น่าจะถือว่าเป็นไปตามทางแห่งมนุษยธรรมมากกว่าที่จะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน มิได้เป็นการมุ่งวัตถุประสงค์ซึ่งฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งไม่อาจถือได้ว่าโจทก์มีส่วนในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสอง โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย เห็นว่าอุทธรณ์ของโจทก์มิได้โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นรับฟังมาในประเด็นที่เกี่ยวกับการที่โจทก์ได้ให้เงินจำนวน 3,500,000 บาท แก่จำเลยที่ 1 เพื่อนำไปให้แก่จำเลยที่ 2 แต่ประการใด คงโต้เถียงแต่เพียงว่า การที่โจทก์ให้เงินแก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 นำไปให้แก่จำเลยที่ 2 เช่นนั้น เป็นการให้ตามทางแห่งมนุษยธรรม มิใช่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงถือไม่ได้ว่าการกระทำของโจทก์เป็นการก่อให้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสอง ซึ่งปัญหาที่ว่าการกระทำใดเป็นการอันมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามตามกฎหมาย หรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่นั้น

ถือเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ดังนั้น อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์มานั้นเป็นการไม่ชอบ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ หัตถกรรม · สมปอง เสนเนียม · ระพินทร บรรจงศิลป
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 26030)

จำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมว่าสามารถช่วยเหลือโจทก์ร่วมให้เข้าทำงานเป็นพนักงานของการรถไฟ ฯ ได้โดยไม่ต้องสอบและเรียกเงินจากโจทก์ร่วมอ้างว่าจะนำไปเป็นค่าติดต่อกับผู้ใหญ่และเป็นค่าใช้จ่าย ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมให…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 693444)

โจทก์ร่วมทั้งสองถูกจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เอกสารราชการสำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคารและสำเนาระวางที่ดินปลอมมาหลอกลวงขายที่ดินพิพาท ซึ่งเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าไม่มีสิ่งปลูกสร้างว่าเป็นที่ดินมีสิ่งปลูกสร้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2563

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องและได้นำเงินจำนวน 529,846.58 บาท มาวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ขอให้ศาลระงับการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3629/2562

ป.วิ.อ. มาตรา 170 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด แต่คำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกา" ซึ่งหมายความว่า การอุทธรณ์ห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7435/2562

แม้ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ชักชวนสมาชิกมาร่วมลงทุนกับจำเลยประมาณสิบกว่าคน โดยให้คำรับรองว่า บริษัท M. จะคืนเงินลงทุนให้ภายใน 3 เดือน หากบริษัทดังกล่าวไม่คืนเงินให้ โจทก์จะใช้เงินส่วนตัวคืนเงินลงทุน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้