Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2606/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 เดือน ปรับ 1,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี และริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยฟังข้อเท็จจริงว่าของกลางเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเลยใช้ในการกระทำผิด จำเลยฎีกาขอให้สั่งคืนของกลางโดยอ้างว่าของกลางไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิด เป็นฎีกาคัดค้านในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2517 มาตรา 6 ป.วิ.อ. มาตรา 219

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตั้งโรงงานแปรรูปไม้เพื่อประดิษฐ์กรรมด้วยเครื่องจักร และทำการแปรรูปไม้เป็นเครื่องเรือนภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตเจ้าพนักงานตรวจพบการกระทำผิดได้จับกุมจำเลยพร้อมด้วยเครื่องซอยไม้ด้วยไฟฟ้า ๑ เครื่อง เครื่องไสไม้ด้วยไฟฟ้า ๑ เครื่อง อันเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่ใช้ในการกระทำผิดและเป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลจากการกระทำผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๗,๔๘,๗๓,๗๔ ทวิ ฯลฯ และริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ฯลฯ รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก ๑ เดือน ปรับ ๑,๕๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอไว้ ๑ ปี ไม่ชำระค่าปรับกักขังแทน ของกลางริบ

จำเลยอุทธรณ์ว่า เครื่องซอยไม้และเครื่องไสไม้ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิด ขอให้สั่งคืน

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ของกลางเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเลยใช้ในการกระทำผิด ต้องริบ พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๑ เดือน ปรับ ๑,๕๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๑ ปี และริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยฟังข้อเท็จจริงว่าของกลางเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเลยใช้ในการกระทำผิด ดังนี้ การที่จำเลยฎีกาขอให้สั่งคืนของกลาง โดยอ้างว่าเครื่องซอยไม้และเครื่องไสไม้ของกลางไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิด จึงเป็นฎีกาคัดค้านในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาของจำเลย.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ภิญโญ ธีรนิติ · สีห์ คลายนสูตร · สีห์ คลายนสูตร
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายศิริชัย สวัสดิ์มงคล
ศาลอุทธรณ์ - นายวีระ ทรัพย์ไพศาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2184/2520

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี แม้ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ให้รอการลงโทษแต่ก็ยังลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี โจทก์ฎีกาในข้อดุลพินิจการลงโทษของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 716/2519

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน 15 วัน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้รอการลงโทษไว้ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำคุกไปเลย ดังนี้ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 เดือน 10 วัน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน มีกำหนด 1 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพียงแต่พิพากษาแก้ในส่วนกำหนดเวลาที่ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน แต่ยังพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นพิพากษาแก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้