Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2613/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1068 ไม่ใช่เรื่องอายุความ แต่เป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่ออกจากหุ้นส่วนให้รับผิดในหนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนออกจากหุ้นส่วนพียงสองปีนับแต่เมื่อออกจากหุ้นส่วน บทบัญญัติดังกล่าวไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน คู่กรณีจึงอาจตกลงเป็นอย่างอื่นได้เมื่อจำเลยทำสัญญารับผิดในหนี้ของห้างหุ้นส่วนที่มีอยู่ก่อนที่ตนออกจากหุ้นส่วนทั้งหมด ข้อตกลงดังกล่าวก็มีผลใช้บังคับได้ โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นลูกหนี้กรมสรรพากร การชำระหนี้ต้องชำระในนามของโจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการได้นำเงินส่วนตัวชำระหนี้แทนโจทก์ที่ 1 แล้วจำเลยจึงต้องรับชำระเงินตามจำนวนนั้นพร้อมทั้งดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ที่ 2 ตามสัญญา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด เดิมทีจำเลยและนายวสันต์ร่วมกันเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ต่อมาจำเลยโอนขายหุ้นส่วนของตนให้โจทก์ที่ ๒ ส่วนนายวสันต์ยังเป็นหุ้นส่วนต่อไป ในการโอนหุ้นให้โจทก์ที่ ๒ จำเลยกับนายวสันต์ได้ทำสัญญาให้โจทก์ที่ ๒ ไว้ว่า หากมีหนี้สินหรือข้อผูกพันกับโจทก์ที่ ๑ อยู่ก่อนวันทำสัญญาโอนหุ้น จำเลยกับนายวสันต์จะเป็นผู้รับผิดชอบในหนี้สินหรือข้อผูกพันอื่นนั้นทั้งสิ้น ต่อมาปรากฏว่ากรมสรรพากรตรวจพบว่าโจทก์ที่ ๑ ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ค้างมา ๔ ปี และเงินเพิ่มรวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๐๒,๓๗๖.๖๔ บาท โจทก์ที่ ๑ ได้ชำระเงินภาษีดังกล่าวให้กรมสรรพากรไปแล้ว และนายวสันต์ได้ชำระเงินที่ต้องรับผิดตามสัญญาให้โจทก์แล้วครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งเป็นจำนวนเงิน ๕๑,๑๘๘.๓๒ บาท จำเลยจะต้องเป็นผู้ชำระตามสัญญา จำเลยไม่ยอมชำระจึงขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้หลายประการพร้อมทั้งต่อสู้ว่า หนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยนี้เดิมระยะเวลาตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๖๔ กำหนดให้ต้องรับผิดคือเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดขึ้นเกินกว่า ๒ ปี ก่อนที่จำเลยออกจากการเป็นหุ้นส่วน เป็นการขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อย โจทก์จึงไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้องให้โจทก์ที่ ๒

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ที่จำเลยฎีกาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๖๘

ศาลฎีกาเห็นว่า บทบัญญัติในมาตราดังกล่าวหาใช่เรื่องอายุความไม่ แต่เป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่ออกจากหุ้นส่วนให้รับผิดในหนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้น ก่อนที่ตนออกจากหุ้นส่วนเพียงสองปีนับแต่เมื่อออกจากหุ้นส่วน บทบัญญัติดังกล่าวไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน คู่กรณีจึงอาจตกลงเป็นอย่างอื่นได้ เมื่อจำเลยทำสัญญายอมรับผิดในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนที่มีอยู่ก่อนที่ตนออกจากหุ้นส่วนทั้งหมดข้อตกลงดังกล่าวก็ย่อมมีผลใช้บังคับได้ ปัญหาเรื่องจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ที่ ๒ หรือไม่นั้นเห็นว่าโจทก์ที่ ๑ เป็นลูกหนี้กรมสรรพากร การชำระหนี้จึงต้องชำระในนามของโจทก์ที่ ๑ แต่โจทก์ที่ ๒ เป็นผู้ออกเงินส่วนตัวชำระหนี้แทนโจทก์ที่ ๑ จำเลยจึงต้องรับผิดชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ที่ ๒ ตามสัญญา

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัฒน์ รัตรสาร · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสมัคร สังวรราชทรัพย์
ศาลอุทธรณ์ - นายสกุล เศรษฐสุข
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 735/2561

จำเลยที่ 1 มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการระหว่างวันที่ 8 กันยายน 2547 ถึงวันที่ 23 กันยายน 2556 และมีจำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการระหว่างวันที่ 24 กันยายน 2556 จนถึงปัจจุบัน เมื่อวันที่ 30 มิถุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10206/2546

จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ในช่วงเวลาระหว่างวันที่โจทก์รับจ้างตกแต่งร้านค้าให้จำเลยที่ 1 ตั้งแต่เดือนกันยายน 2538 จนถึงวันที่ทำการตกแต่งร้านค้าเสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2538 และได้ลา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6294/2545

จำเลยเป็นเพียงผู้อาศัยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาท ไม่ใช่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีที่ ล. มารดาโจทก์ทั้งสี่ฟ้องบังคับให้ ท. จดทะเบียนโอนที่ดิน การที่จำเลยกับ ล. ทำหนังสือสัญญากันระบุว่า ล. จะจดทะเบียนแบ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2541 (เลขอ้างอิง 93070)

พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มาตรา28 ที่บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายด้วยประการใด ๆ หรือก่อให้เกิดภาระติดพันใด ๆซึ่งที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินภายในระยะเวลา 3 ปี เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7810/2540

โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์การของรัฐบาลพ.ศ. 2496 โดยจัดตั้งขึ้นตาม พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ. 2517 โจทก์จึงมีอำนาจเป็นตัวการที่จะกระทำ การใดหรือทำนิติกรรมใด ๆ ไ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้