คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 1 คนร่วมกันชิงทรัพย์ โดยจำเลยเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์ให้พวกของจำเลยนั่งซ้อนท้ายเข้าทำการชิงทรัพย์ในร้านขายทอง แล้วพาหลบหนีไป จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน และเจ้าพนักงานตำรวจยึดรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 335,340 ตรี83, 93 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 14, 15 ริบของกลาง และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับในข้อที่เคยต้องโทษและพ้นโทษศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง, 83 ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี, ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ข้อ 14, 15 จำคุก 15 ปี
เพิ่มโทษมาตรา 93 กึ่งหนึ่งจำคุก 22 ปี 6 เดือน รับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสามจำคุก 15 ปี ของกลางริบ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยได้ร่วมกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์รายนี้โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะหลบหนีเพื่อให้พ้นการจับกุมเมื่อพวกของจำเลยชิงทรัพย์ได้มาแล้ว จำเลยจึงต้องระวางโทษหนักขึ้นตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี แต่รถจักรยานยนต์นี้ก็มิใช่ทรัพย์สินซึ่งจำเลยกับพวกได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์รายนี้ คงเป็นเพียงยานพาหนะไปมาและพาจำเลยกับพวกหลบหนีให้พ้นการจับกุมโดยสะดวกและรวดเร็วเท่านั้นจึงมิใช่ทรัพย์สินที่ริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาริบรถจักรยานยนต์ของกลางยังไม่ถูกต้องพิพากษาแก้เฉพาะข้อที่ให้ริบของกลางเป็นว่า รถจักรยานยนต์ของกลางให้คืนจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์