Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 263/2504

พ.ศ. 2504 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เสียหายแจ้งความว่า จำเลยออกเช็คโดยเจตนาไม่ใช้เงิน ขอแจ้งความให้เจ้าพนักงานทราบไว้เป็นหลักฐาน เพราะเกรงจะขาดอายุความ เจ้าพนักงานตำรวจรับแจ้งความไว้ และเรียกจำเลยไปสอบถามบันทึกคำให้การ ต่อมาเรียกคู่กรณีไปเปรียบเทียบแต่ไม่ตกลงกัน ผู้เสียหายจึงฟ้องคดีต่อศาล ดังนี้ถือว่า คำแจ้งความนั้นเป็นการร้องทุกข์ตามกฎหมายแล้ว (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 33/2503 แต่แล้วถอนไป จึงไม่มีการลงมติ) จำเลยออกเช็คโดยไม่ประทับตราเพื่อให้ธนาคารจ่ายเงินตามเช็ค ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาจะไม่ให้มีการจ่ายเงินตามเช็คนั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 2 ป.วิ.อ. มาตรา 121 ป.วิ.อ. มาตรา 122 ป.วิ.อ. มาตรา 130 ป.วิ.อ. มาตรา 131 ป.วิ.อ. มาตรา 140 ป.อ. มาตรา 96 ป.อ. มาตรา 59 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 4

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ จำเลยปฏิเสธ ศาลอาญาวินิจฉัยว่าจำเลยออกเช็คโดยไม่ประทับตราตามที่ตกลงไว้กับธนาคารๆ จึงไม่ยอมจ่ายเงินให้แก่โจทก์ ถือได้ว่าจำเลยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค แต่ที่โจทก์ไปแจ้งความไว้ต่อเจ้าพนักงานตำรวจนั้นโจทก์แจ้งไว้เพื่อไม่ให้ขาดอายุความเท่านั้น จึงไม่เป็นคำร้องทุกข์

โจทก์ฟ้องคดีเกิน ๓ เดือน ขาดอายุความพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ว่า คดีไม่ขาดอายุความ

ศาลอุทธรณ์อุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำแจ้งความของโจทก์ถือได้ว่าเป็นคำร้องทุกข์ คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ (๑) ลงโทษจำคุก ๓ เดือน จำเลยฎีกาว่า ไม่ได้ทำผิดและคดีขาดอายุความ ในปัญหาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นความผิดอันยอมความกันได้ ต้องจัดการนำคดีขึ้นร้องทุกข์หรือฟ้องเสียภายในกำหนด ๓ เดือน นับแต่วันรู้การกระทำผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด เรื่องนี้โจทก์ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจภายใน ๓ เดือน เจ้าพนักงานจดข้อความที่โจทก์แจ้งความไว้โดยละเอียด และในตอนท้ายได้จดไว้ว่าจำเลยออกเช็คให้โดยเจตนาไม่ใช้เงิน โจทก์ขอแจ้งความให้เจ้าพนักงานทราบไว้เป็นหลักฐานเพราะเกรงจะขาดอายุความ เจ้าพนักงานตำรวจรับแจ้งความไว้และได้เรียกจำเลยไปสอบถามบันทึกคำให้การไว้ด้วย ต่อมาเรียกโจทก์จำเลยไปเปรียบเทียบแต่ไม่ตกลงกัน โจทก์จึงฟ้องศาล

ศาลฎีกาเห็นว่าที่โจทก์ไปแจ้งความก็เพื่อไม่ให้คดีขาดอายุความฟ้องร้อง เป็นการแสดงเจตนาที่จะว่ากล่าวเอาผิดแก่จำเลย และเจ้าพนักงานตำรวจก็ได้ทำการสอบสวนต่อ ส่วนที่โจทก์ไม่ขอให้เจ้าพนักงานสอบสวนฟ้องร้องให้ ก็เพราะโจทก์มีความประสงค์จะฟ้องร้องเสียเอง และต่อมาโจทก์ก็ได้นำคดีมาฟ้องต่อศาล ดังนี้ถือได้ว่า ที่โจทก์ไปแจ้งความไปนั้น เป็นการร้องทุกข์เพื่อจะว่ากล่าวเอาโทษแก่จำเลย คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยออกเช็คไม่ประทับตราเพื่อให้ธนาคารจ่ายเงินตามเช็ค ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ ฤทธิศาสตร์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สอาด นาวีเจริญ
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายโกวิทย์ ถิระวัฒน์
ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ยะสารวรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4714/2533

ข้อความในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีตอนแรกระบุว่า โจทก์มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ให้ได้รับโทษตามกฎหมาย แต่ในตอนท้ายระบุว่าร้อยเวรสอบสวนได้รับแจ้งไว้แล้ว สอบถาม ผู้แจ้งยืนยันว่ายังไม่มอบคดีแก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 186/2503

ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์เรื่องจำเลยออกเช็คไม่มีเงินต่อพนักงานตำรวจสถานีบางซื่อตามเอกสารคำร้องทุกข์ว่า ให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีจนถึงที่สุด แม้ผู้เสียหายจะเบิกความต่อศาลว่าไม่มีเจตนาจะให้เอาโทษจำเลย ขอให้ไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13536/2553

จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมมีอำนาจหน้าที่ทำการสืบสวนคดีอาญา เมื่อสืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานจนทราบรายละเอียดแห่งความผิดแล้วว่าโจทก์อยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัยหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าน้ำม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13537/2553

จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมมีอำนาจหน้าที่ทำการสืบสวนคดีอาญา เมื่อสืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานจนทราบรายละเอียดแห่งความผิดแล้วว่าโจทก์อยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัยหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าน้ำม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3354/2530

การที่พนักงานสอบสวนมิได้แจ้งฝ่ายทหารให้มาฟังการสอบสวนผู้ต้องหาซึ่งเป็นทหารตามข้อตกลงระหว่างกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงมหาดไทยนั้น กฎหมายมิได้บัญญัติว่าเป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบพวกของจำเลยมีและใช้อาวุธมีดปลาย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้