Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2634/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นเจ้าของช้างพลายนวล จำเลยที่ 4 และที่ 5 เป็นบุตรจำเลยที่ 3 และเป็นผู้รับเลี้ยงรับรักษาช้างพลายนวลไว้แทนเจ้าของ จำเลยที่ 4 และที่ 5 นำช้างพลายนวลเข้ามาแห่ในงานขบวนแห่นาคกับช้างอื่น ๆ ซึ่งมีช้างของโจทก์รวมอยู่ด้วย ช้างพลายนวลชนช้างของโจทก์ได้รับบาดเจ็บและตายในเวลาต่อมา จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้ร่วมรู้เห็นในการที่จำเลยที่ 5 นำช้างมาร่วมในขบวนแห่นาคเพราะอยู่คนละหมู่บ้านกัน แสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ 4 และที่ 5 เป็นผู้รับเลี้ยงรับรักษาช้างพลายนวลโดยเด็ดขาด โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้รับประโยชน์และเกี่ยวข้องด้วย ความรับผิดย่อมตกแก่จำเลยที่ 4 และที่ 5 ผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 433 จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้ารับผิดชดใช้ราคาช้างให้โจทก์เป็นเงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ ก่อนจำเลยทั้งห้ายื่นคำให้การ

โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 5 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 80,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้แก่โจทก์เสร็จสิ้น กับให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท โจทก์และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ร่วมกันชำระเงิน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่โจทก์เสียเกินมา 2,097.50 บาท ให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์และนายศักดิ์ สามีเป็นเจ้าของช้างพังบุญร่วม จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นเจ้าของช้างพลายนวล มีจำเลยที่ 4 และที่ 5 เป็นผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2537 ขณะที่ช้างพังบุญร่วมและช้างพลายนวลเข้าร่วมขบวนแห่นาคกับช้างเชือกอื่น ช้างพังบุญร่วมได้ตกลงไปในคลองข้างทางได้รับบาดเจ็บ จำเลยที่ 4 และที่ 5 ได้ทำหนังสือยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายศักดิ์ ต่อมาประมาณ 1 เดือน ช้างพังบุญร่วมก็ถึงแก่ความตาย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ประการแรกว่า เหตุที่ช้างพังบุญร่วมตกลงไปในคลองข้างทางเนื่องจากถูกช้างพลายนวลชนจริงหรือไม่ เห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ฟังได้ว่าขณะอยู่ในขบวนแห่นาคช้างพลายนวลได้ชนช้างพังบุญร่วมอย่างแรงจนตกลงไปในคลองได้รับบาดเจ็บและได้ถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา เมื่อจำเลยที่ 4 และที่ 5 ซึ่งเป็นผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของพิสูจน์ไม่ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ จำเลยที่ 4 และที่ 5 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยมา ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาต่อไปมีว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าของช้างพลายนวลจะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 4 และที่ 5 ต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยที่ 4 และที่ 5 เป็นบุตรจำเลยที่ 3 ก็ได้ความจากนายศักดิ์พยานโจทก์ตอบคำถามค้านทนายจำเลยที่ 5 ว่า จำเลยที่ 5 นำช้างพลายนวลไปเลี้ยงที่บ้านไม่ถึง 10 ปี จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้ร่วมรู้เห็นในการที่จำเลยที่ 5 นำช้างมาร่วมในขบวนแห่นาคเพราะอยู่คนละหมู่บ้านกัน แสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ 4 และที่ 5 เป็นผู้รับเลี้ยงรับรักษาช้างพลายนวลโดยเด็ดขาด โดยที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้รับประโยชน์และเกี่ยวข้องด้วย ความรับผิดย่อมตกแก่จำเลยที่ 4 และที่ 5 ผู้รับเลี้ยงรับรักษาแทนเจ้าของ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 433 จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 4 และที่ 5 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย?

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้เป็นพับ ให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 800 บาท แทนโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรพล เจียมจูไร · ธีระจิต ไชยาคำ · บัญชา สหเกียรติมนตรี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นางสาวอินทิรา ฉิวรัมย์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวสันต์ ตรีสุวรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2567

จำเลยที่ 2 เป็นเพียงกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการอันอยู่ในฐานะผู้แทนบริษัทจำเลยที่ 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 วรรคหนึ่ง การมีเสือไว้ในครอบครองและดูแลรักษาก็เพื่อกิจการตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งแสดงออกโด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2628/2526

ด. มีขาลีบเวลาเดินต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันแต่ ด. มีอาชีพคุมงานก่อสร้างต้องขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปคุมงานทุกวัน แสดงว่า ด.มีความสามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ การที่ไม่ได้รับอนุญาตให้มีใบอนุญาตขับขี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2488/2523

สุนัขในบ้านจำเลยออกจากบ้านไปกัดโจทก์ ภริยาจำเลยรับว่าเป็นเจ้าของ เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ต้องสันนิษฐานว่าสุนัขเป็นสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1474 จำเลยจึงเป็นเจ้าของสุนัขด้วย สุนัขหลบหนีอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1067/2496

มารดาเป็นเจ้าของช้างแต่บุตรเป็นผู้ดูแลรักษาช้างนั้นไว้แทนมารดา าและบุตรยังได้จ้างลูกจ้างให้เป็นควานและ เป็นผู้เลี้ยงรักษาช้างนั้น เมื่อเกิดการละเมิด โดยลูกจ้างปล่อยปละประมาทเลินเล่อไม่รัะมัดระวังช้างเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1686/2493

ในกรณีเกิดความเสียหายขึ้นเพราะสัตว์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 นั้น โจทก์บรรยายฟ้องว่าผู้เลี้ยงและเจ้าของกระบือได้ทำละเมิด ทำให้กระบือของตนขวิดกระบือของโจทก์เสียหายถึงตาย เช่นนี้ ก็เป็นฟ้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้