Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2663/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ขับรถแล่นขึ้นล่องไปมาในท้องที่เกิดเหตุก่อนเกิดเหตุและขับรถตามหลังแล้วแซงขึ้นหน้ารถโดยสารคันที่ถูกปล้น เพื่อคอยช่วยเหลือจำเลยอื่นขณะทำการปล้นอยู่ในรถ ทั้งเพื่อคอยรับพาหลบหนีหลังจากการปล้นทรัพย์เสร็จสิ้นแล้ว จึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด มิใช่เป็นตัวการร่วมปล้นทรัพย์ด้วยโดยการแบ่งหน้าที่กันทำ เพราะมิได้มาในรถโดยสารและร่วมปล้นด้วยเมื่อจำเลยอื่นร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ ก็ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้สนับสนุนในการปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธด้วยจำเลยที่ 1 ได้ใช้รถคอยช่วยเหลือพวกที่กำลังปล้นรถยนต์ของกลางจึงเป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 กับพวกใช้ในการกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์ศาลมีอำนาจสั่งริบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคสอง จำคุก 20 ปี จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี จำคุกคนละ 30 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกคนละ 20 ปี ของกลางนอกจากฝาลูกกลม 3 ลูก ให้ริบ คำขอนอกจากนี้ให้ยก

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคแรก, 86 จำคุก 10 ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ขับรถแล่นขึ้นล่องไปมาในท้องที่เกิดเหตุก่อนเกิดเหตุ และขับรถตามหลังแล้วแซงขึ้นหน้ารถโดยสารคันที่ถูกปล้น เห็นเจตนาว่าเพื่อคอยช่วยเหลือจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ขณะทำการปล้นอยู่ในรถ ทั้งเพื่อคอยรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 หลบหนีภายหลังจากการปล้นทรัพย์เสร็จสิ้นแล้ว เช่นนี้เห็นว่าจำเลยที่ 1 กระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 แม้จำเลยที่ 1จะมีส่วนรู้เห็นในการปล้นทรัพย์รายนี้มาก่อนตามที่โจทก์ฎีกา

ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวการร่วมปล้นทรัพย์รายนี้ด้วยโดยการแบ่งหน้าที่กันกระทำเพราะจำเลยที่ 1 มิได้มาในรถโดยสารและร่วมปล้นทรัพย์รายนี้ด้วยดังกล่าวแล้ว ศาลฎีกามีความเห็นต่อไปว่า คดีนี้ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ดังนั้นจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนในการปล้นทรัพย์ครั้งนี้ ก็ต้องถือว่าเป็นผู้สนับสนุนในการปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสองด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้สนับสนุนในการปล้นทรัพย์โดยไม่มีอาวุธ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคแรก ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาที่จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้คืนรถยนต์ของกลาง

เห็นว่าเหตุปล้นทรัพย์รายนี้เกิดขึ้นในรถยนต์โดยสารประจำทางซึ่งพวกคนร้ายได้มาในรถ และขณะรถกำลังแล่นอยู่โดยที่ในขณะกำลังปล้นกันอยู่นั้น จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์คันของกลางตามหลังรถที่ถูกปล้น แล้วขับแซงรถขึ้นไปอยู่ข้างหน้า เห็นได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ใช้รถของกลางคอยช่วยเหลือพวกที่กำลังปล้น รถยนต์ของกลางจึงเป็นทรัพย์สินที่จำเลยที่ 1 กับพวกใช้ในการกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์ ซึ่งศาลมีอำนาจสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ฎีกาโจทก์บางข้อฟังขึ้น ส่วนฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคสอง ประกอบมาตรา 86 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 ข้อ 14 จำคุก 13 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประเสริฐ วราภรณ์ · เพียร ศรีอรุณ · ประสม ศรีเจริญ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6316/2548

ขณะผู้เสียหายที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ 1 ไปตามถนน จำเลยได้ขับรถจักรยานยนต์ของกลางโดยมี ศ. นั่งซ้อนท้ายตามหลังรถจักรยานยนต์ผู้เสียหายที่ 2 แสดงว่าจำเลยกับ ศ. ขับรถจักรยานยนต์ของกลางตามรถจั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16/2544

จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำสายไฟฟ้าเก่าของผู้เสียหายที่วางอยู่ตามพื้นโรงงานมาวางบนเหล็กร้อน ทำให้เปลือกสายไฟฟ้าไหม้ ละลายหมดเหลือแต่ลวดทองแดงที่เป็นซากของสายไฟฟ้าเพื่อความสะดวกในการเอาทรัพย์นั้นไปขาย แต่ก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6203/2533

ล. เจ้าของถ่าน ไม้ของกลางได้ครอบครองถ่าน ไม้ของกลางอยู่ด้วยตนเอง จำเลยเป็นเพียงผู้รับจ้างขับรถยนต์บรรทุก ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการครอบครองถ่าน ไม้ของกลาง จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกระทำผิดกับ ล. และจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5299/2533

ตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 มาตรา 44(7),71และมาตรา 76 ได้บัญญัติเอาผิดและลงโทษแก่โรงงานและผู้แทนนิติบุคคลที่ขนย้ายน้ำตาลทรายที่ผลิตได้ออกนอกบริเวณโรงงานโดยฝ่าฝืนระเบียบที่คณะกรรมการกำห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2552/2532

จำเลยทั้งสามนั่งเรือไปที่แพดูดดำแร่ ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลประมาณ 1 กิโลเมตร จำเลยที่ 1 ที่ 3 ขึ้นไปบนแพดูดดำแร่ จำเลยที่ 3 ซึ่งแต่งกายและแสดงตนว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ มีอาวุธปืนติดตัวมองเห็น ได้บอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้