Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2663/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยคืนรถยนต์ที่โจทก์นำไปซ่อมท่อไอเสียแล้วหายไป หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคากับค่าเสียหาย จำเลยปฏิเสธความรับผิดว่าเพียงแต่รับจ้างทำท่อไอเสีย ไม่ได้รับฝากทรัพย์ โจทก์ประมาทเลินเล่อไม่นำรถยนต์กลับไปเอง แม้โจทก์และจำเลยจะรับกันว่าร้านรับทำท่อไอเสียของจำเลยอยู่ริมถนนซึ่งต้องทำท่อไอเสียที่ริมถนนจนเสร็จ และจอดรถยนต์รอโจทก์ทิ้งค้างคืนไว้แล้วถูกคนร้ายลักไปก็ตาม การวินิจฉัยว่าจำเลยต้องรับผิดหรือไม่ จะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่มีอยู่ครบถ้วนตามที่คู่ความนำสืบให้ยุติเสียก่อนตามประเด็นข้อพิพาทว่า เหตุที่รถยนต์หายไปเป็นความผิดของจำเลย และจำเลยจะต้องรับผิดหรือไม่ เพียงใด เมื่อโจทก์สืบพยานได้เพียง 3 ปาก ข้อเท็จจริงที่ปรากฏยังไม่ครบถ้วนที่จะฟังเป็นยุติตามประเด็นดังกล่าวได้ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษาคดีไปจึงเป็นการไม่ชอบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับจ้างทำท่อไอเสียรถยนต์ของโจทก์ แล้วรถยนต์หายไประหว่างอยู่ในความครอบครองของจำเลย ขอบังคับให้จำเลยส่งมอบรถยนต์คืนหรือให้ใช้ราคา กับค่าเสียหาย

จำเลยให้การว่า จำเลยรับแต่ซ่อมท่อไอเสีย มิได้รับมอบรถยนต์ไว้ในครอบครอง โจทก์เป็นฝ่ายประมาทไม่มารับรถยนต์ไปทั้งที่ได้รับแจ้งแล้ว และความเสียหายเกิดจากบุคคลภายนอก จำเลยไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา เมื่อสืบพยานโจทก์ไปได้ ๓ ปาก คู่ความแถลงรับกันว่าจำเลยเป็นเจ้าของร้านรับทำท่อไอเสียซึ่งเป็นตึกแถวอยู่ริมถนน แต่เข้าไปทำในร้านไม่ได้ต้องทำอยู่ริมถนน จำเลยรับจ้างโจทก์ซ่อมท่อไอเสียรถยนต์ของโจทก์จริง ซ่อมเสร็จได้จอดรอโจทก์รับคืน กระทั่งรุ่งขึ้นโจทก์ขอรับรถคืน ปรากฏว่าหายไปแล้ว โดยบุคคลภายนอกซึ่งจำเลยไม่ทราบว่าใครลักรถยนต์ของโจทก์ไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า พยานโจทก์ที่นำสืบไปแล้วประกอบกับคำแถลงรับกันของคู่ความ คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษาให้จำเลยคืนรถยนต์คันพิพาทตามฟ้องให้แก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคากับให้ชดใช้ค่าเสียหายด้วย โจทก์จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเท่าที่โจทก์นำสืบมาเพียงว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถพิพาทและมีอำนาจฟ้องจำเลยเท่านั้น ส่วนเหตุที่รถหายเป็นความผิดของจำเลยหรือไม่ จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่เพียงใด เป็นเรื่องที่ต้องฟังข้อเท็จจริงกันต่อไป ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยโดยยังได้ข้อเท็จจริงไม่ครบตามประเด็นที่กำหนดไว้ และคู่ความยังมีความประสงค์จะสืบอยู่อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๓

ศาลอุทธรณ์มีอำนาจยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยาน แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์มีว่า มีเหตุสมควรให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่หรือไม่

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยคืนรถยนต์ที่โจทก์นำไปให้จำเลยทำท่อไอเสียแล้วหายไปหากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคารถยนต์กับให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยปฏิเสธความรับผิดโดยอ้างว่ามิได้รับฝากทรัพย์เพียงแต่รับจ้างทำท่อไอเสีย ได้แจ้งให้โจทก์รับรถยนต์ไปแล้ว โจทก์ประมาทเลินเล่อไม่นำรถยนต์กลับไปเอง และปฏิเสธราคารถยนต์กับค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้อง ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทเป็นประเด็นข้อ ๒ ว่า เหตุที่รถหายเป็นความผิดของจำเลย และจำเลยจะต้องรับผิดหรือไม่เพียงใด ซึ่งการที่จะวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าจำเลยจะต้องรับผิดหรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาข้อเท็จจริงที่มีอยู่ครบถ้วนตามที่คู่ความนำสืบมาให้เป็นยุติเสียก่อน แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏยังไม่ครบถ้วนที่จะฟังเป็นยุติได้ เนื่องจากศาลชั้นต้นงดสืบพยานโดยที่คู่ความยังประสงค์จะนำสืบต่อไปอยู่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังไม่ครบต้องฟังข้อเท็จจริงกันต่อไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย · ชวลิต นราลัย
ศาลล่าง
ศาลแพ่งธนบุรี - นายสมพันธ์ พันธุสิริ
ศาลอุทธรณ์ - นายไมตรี กลั่นนุรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3364/2528

การที่คู่ความจะอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นอย่างไรบ้างนั้น จะดูเพียงหัวเรื่องที่หน้าอุทธรณ์ว่าอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษา เพียงอย่างเดียวไม่ได้เมื่ออุทธรณ์ของจำเลยได้แยกเป็นข้อ ก. ปัญหาข้อเท็จจริงข้อข.ปัญหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1645/2499

โจทก์ฟ้องว่าห้องพิพาทโจทก์ซื้อมาจากเจ้าของเดิม โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยแล้ว ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ยังไม่ได้บอกกล่าว จำเลยได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3044/2541

ตามคำให้การของจำเลยมีข้อความระบุไว้ว่า "จำเลยเคยเสนอเหตุผลว่า จำเลยนี้ไม่เคยติดค้างค่าจ้างแก่โจทก์กับพวกดังที่กล่าวอ้างมาในคำฟ้อง"ย่อมมีความหมายว่า จำเลยได้ให้การปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้เป็นหนี้ค่าจ้างค้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3630/2541

โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาให้รับผิดต่อโจทก์ผู้เป็นบุคคลภายนอกอันเกิดจากการ นำยึด และขายทรัพย์สินโดยมิชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 284 วรรคสอง ซึ่งมิได้มีกฎหมายบัญญัติในเร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 188/2540

ตาม ป.พ.พ.มาตรา 174 เดิม ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะเกิดข้อพิพาท ได้บัญญัติว่า "การฟ้องคดี ท่านไม่นับว่าเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง หากว่าคดีนั้นได้ถอนเสีย..." ดังนั้น การที่โจทก์ถอนฟ้องเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้