Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 266772)

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 3 ชักชวนผู้เสียหายนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปรับประทานข้าวต้มด้วยกัน ระหว่างทางจำเลยที่ 3 จอดรถและรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 นั่งรถไปด้วยโดยเปลี่ยนให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับ เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์มาจอดในที่เกิดเหตุ และจำเลยที่ 3 วิ่งหนีออกไป จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ร่วมกันรุมชกต่อยผู้เสียหายจนล้มลง ผู้เสียหายแกล้งทำเป็นสลบ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ร่วมกันปลดเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายไปได้แล้วจึงช่วยกันจับผู้เสียหายโยนลงไปในคลองโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายเพื่อปกปิดความผิดฐานปล้นทรัพย์ซึ่งสำเร็จเสร็จสิ้นไปก่อนแล้ว มิได้มีเจตนาฆ่าผู้เสียหายมาแต่แรก การพยายามฆ่าผู้เสียหายเพิ่งเกิดขึ้นภายหลัง จึงเป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งต่างหาก การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกโจทก์ทั้งสองสำนวนว่า โจทก์ เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตาม ป.อ. มาตรา 80, 83, 91, 288, 340 และให้จำเลยทั้งสามคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 4,380 บาท ที่ไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 340 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 และจำเลยที่ 1 กับที่ 2 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 80, 288 ประกอบมาตรา 83 อีกกรรมหนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 วางโทษจำคุกจำเลยทั้งสามฐานปล้นทรัพย์คนละ 12 ปี และจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฐานพยายามฆ่าอีกคนละ 10 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 22 ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 คนละหนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีกำหนดคนละ 16 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 3 มีกำหนด 9 ปี และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายเป็นเงิน 4,380 บาท ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 340 วรรคแรก, 83, 288, 80 การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 10 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 10 ปี ลดโทษให้จำเลยทั้งสามคนละหนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 7 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายกับจำเลยที่ 3 ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ที่ร้านอาหารสายฝน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ต่อมาวันที่ 27 สิงหาคม 2533 เวลาประมาณ 1 นาฬิกา หลังจากร้านอาหารปิดบริการแล้วจำเลยที่ 3 ชวนนางบัวลา ผู้เสียหาย ไปรับประทานข้าวต้มที่ตลาด ผู้เสียหายตกลงและได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ซึ่งจำเลยที่ 3 เป็นผู้ขับ ระหว่างทางจำเลยที่ 3 จอดรถและรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งผู้เสียหายเคยเห็นหน้ามาก่อน จำเลยที่ 3 เปลี่ยนให้จำเลยที่ 1 เป็นคนขับ เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ต่อไปถึงบนสะพานคลองแร่บริเวณที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 1 จอดรถ แล้วจำเลยที่ 3 วิ่งออกไป ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชกต่อยทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย

ผู้เสียหายแกล้งทำเป็นสลบ จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงร่วมกันถอดเอาสร้อยคอทองคำ 1 เส้น แหวนทองคำ 1 วง และนาฬิกาข้อมือ 1 เรือน รวมราคา 4,380 บาท ที่ผู้เสียหายสวมอยู่ไป แล้วจำเลยที่ 1 และที่ 2 ช่วยกันจับผู้เสียหายโยนลงไปในคลองใต้สะพาน จากนั้นจำเลยทั้งสามขับรถจักรยานยนต์หลบหนี ส่วนผู้เสียหายได้ว่ายน้ำขึ้นฝั่งไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจที่ป้อมตำรวจ...

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นความผิดกรรมเดียวตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์มาจอดในที่เกิดเหตุ และจำเลยที่ 3 วิ่งหนีออกไป จากนั้นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ร่วมกันรุมชกต่อยผู้เสียหายจนล้มลง ผู้เสียหายแกล้งทำเป็นสลบ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ร่วมกันปลดเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายไปได้แล้ว จึงช่วยกันจับผู้เสียหายโยนลงไปในคลองโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายเพื่อปกปิดความผิดฐานปล้นทรัพย์ซึ่งสำเร็จเสร็จสิ้นไปก่อนแล้ว มิได้มีเจตนาฆ่าผู้เสียหายมาแต่แรก การพยายามฆ่าผู้เสียหายเพิ่งเกิดขึ้นภายหลัง จึงเป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งต่างหาก การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาว่าเป็นความผิดต่อเนื่องเป็นกรรมเดียวกันนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 โดยความผิดฐานปล้นทรัพย์ให้จำคุกคนละ 10 ปี ลดโทษหนึ่งในสี่ คงจำคุกคนละ 7 ปี 6 เดือน เมื่อรวมกับความผิดฐานพยายามฆ่าตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 แล้วให้จำคุกคนละ 15 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย จึงประเสริฐ · บุญรอด ตันประเสริฐ · ชัชลิต ละเอียด
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดตรัง - นายสุเมธ รักษภักดี
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นางสาวบุญมี ฐิตะศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8710/2560

จำเลยเพียงเข้าไปชกต่อยและถีบผู้เสียหาย พฤติการณ์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกับพวกใช้มีดแทงผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยรู้ว่า อ. พาอาวุธมีดมา จำเลยจึงไม่มีความผิดฐาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11666/2557

จำเลยกับพวกร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบ้านพักอาศัยของผู้เสียหายที่ 1 แล้วชกต่อยผู้เสียหายที่ 2 แสดงว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาแต่แรกเพียงที่จะทำร้ายผู้เสียหายที่ 2 เท่านั้น แต่ภายหลังจำเลยชกต่อยกับผู้เสียหายที่ 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20504/2556

ข้อเท็จจริงในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นที่โจทก์บรรยายไว้ในคำฟ้องเป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวหาจำเลยทั้งสองว่ากระทำผิดด้วยเจตนาโดยประสงค์ต่อผลให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายจากการถูกฟันด้วยมีดแตกต่างไปจาก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2322/2529

การที่จำเลยทั้งสองกับพวกอีกสองคนร่วมดื่มสุราอยู่ในที่เกิดเหตุ เมื่อจำเลยที่ 2 ใช้ปืนจี้และขู่ผู้เสียหายไม่ให้ร้อง จำเลยที่ 1 กับพวกต่างก็ใช้มีดจี้ผู้เสียหายทันที แสดงว่าจำเลยที่ 1 กับพวกพร้อมที่จะช่วย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1573/2519

จำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งร่วมกันกระทำผิด โดยมาขอนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่ อ. ขับขี่ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพวกของจำเลยสั่งให้หยุดแล้วใช้อาวุธปืนยิง อ. ที่ท้ายทอยตกจากรถจากนั้นจำเลยขับรถจักรยานยนต์พาพวกหลบห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้