Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 268/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยยื่นคำให้การพ้นกำหนดไป 1 วัน โดยอ้างเหตุหลงลืมนั้น ถือว่าเป็นการขาดนัดยื่นคำให้การโดยจงใจ เพราะเมื่อจำเลยถูกฟ้อง จำเลยก็มีหน้าที่จดจำและปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด หากยอมให้จำเลยอ้างเป็นข้อแก้ตัวได้ ก็ย่อมทำให้กฎหมายที่กำหนดระยะเวลาให้จำเลยต้องปฏิบัติเป็นอันไร้ผล และการที่จำเลยยื่นคำให้การเมื่อพ้นกำหนดแล้วแสดงว่าจำเลยไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การก็ไม่ได้อีกเพราะถ้าถือเช่นนั้น ก็จะบังเกิดผลว่าจำเลยยื่นคำให้การเมื่อพ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำละเมิดขอให้ใช้ค่าเสียหายจำเลยที่ 1 ไม่ยื่นคำให้การ ส่วนจำเลยที่ 2 ถึง 5 ยื่นคำให้การแต่พ้นกำหนดไป 1 วัน ศาลแพ่งสั่งไม่รับคำให้การ จำเลยที่ 2 ถึง 5 ยื่นคำร้องว่าจำวันรับหมายผิดพลาดขอให้รับ ศาลแพ่งสอบแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้องและสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ แล้วสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว พิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยยื่นคำให้การไว้ เป็นพฤติการณ์ที่ส่อแสดงว่าจำเลยจงใจต่อสู้คดี มิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้รับคำให้การจำเลยแล้วพิจารณาพิพากษาใหม่โจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยรับหมายเรียกวันที่ 7 มีนาคม แล้วยื่นคำให้การในวันที่ 16 มีนาคม 2503 ก็ได้ชื่อว่าจำเลยมิได้ยื่นคำให้การภายในกำหนด 8 วันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177เหตุที่จำเลยบอกทนายว่าจำเลยรับหมายเรียกวันที่ 8 มีนาคม จึงเป็นการบอกผิด

เมื่อจำเลยถูกฟ้องจำเลยก็มีหน้าที่จดจำและปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด หากยอมให้จำเลยอ้างเอาความหลงลืมมาเป็นข้อแก้ตัวได้ ก็ย่อมทำให้กฎหมายที่กำหนดระยะเวลาให้จำเลยต้องปฏิบัติเป็นอันไร้ผล เพราะจำเลยอาจกล่าวอ้างความหลงลืมมาเป็นข้อแก้ตัว ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ฉะนั้น ศาลฎีกาจึงเห็นว่าถ้าจำเลยหลงลืมก็เป็นความผิดของจำเลยเอง จะอ้างมาเป็นข้อแก้ตัวเพื่อยื่นคำให้การเมื่อพ้นกำหนดที่กฎหมายบัญญัติไว้ไม่ได้ และจะถือว่าเมื่อจำเลยได้ยื่นคำให้การแล้วก็แสดงว่าจำเลยไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การก็ไม่ได้ เพราะถ้าถือเช่นนั้น ก็ย่อมบังเกิดผลว่าจำเลยยื่นคำให้การเมื่อพ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ได้ ข้ออ้างของจำเลยไม่ต้องด้วยมาตรา199 ที่จะอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การเมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา 177 ได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สอาด นาวีเจริญ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · บริรักษ์จรรยาวัตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1222/2557

คำให้การจำเลยที่ 2 และที่ 3 ว่า ที่ดินพิพาทจะเป็นสินสมรสหรือไม่ ไม่ทราบและไม่รับรอง เป็นคำให้การที่ไม่มีเหตุแห่งการปฏิเสธตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง จึงไม่มีประเด็นที่จะนำสืบในเรื่องนี้ เมื่อโจทก์ฟ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9101/2547

เมื่อจำเลยได้รับหมายเรียกให้ยื่นคำให้การแล้วก็ต้องยื่นคำให้การต่อศาลภายในสิบห้าวัน มิฉะนั้นให้ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 197 เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่ยื่นคำให้ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6932/2540

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินของจำเลยที่ 1ในที่ดินพิพาททั้ง 6 แปลง ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกนายเลื่อน จุลสิกขี เจ้ามรดก และเพิกถอนการจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทดังกล่าว 1 แปลง ระห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1193/2540

จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกให้ทำคำให้การแก้คดียื่นต่อศาลโดยจำเลยที่2หุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่1เป็นผู้รับเองเมื่อวันที่31กรกฎาคม2535ซึ่งหมายเรียกดังกล่าวระบุให้จำเลยทั้งสองยื่นคำให้การ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2606/2536

จำเลยป่วยเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อมหรือข้อกระดูกสันหลังติดมีอาการปวดหลัง แพทย์ให้การรักษาโดยวิธีกายภาพบำบัดและฝังเข็มความไม่ปรากฏตามความเห็นของแพทย์ว่า อาการป่วยของจำเลยรุนแรงถึงขนาดจำเลยลุกขึ้นเดินไป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้