Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 268667)

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพและซัดทอดในชั้นจับกุมว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางทั้งหมดเป็นของจำเลยที่ 3 ฝากให้จำหน่ายนั้น เป็นการให้การต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมทันทีในวันที่ถูกจับ จึงเป็นการยากที่จำเลยที่ 2 จะปรุงแต่งเรื่องขึ้นเพื่อต่อสู้หรือปรักปรำจำเลยที่ 3 และแม้จะถือได้ว่าเป็นคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันก็ตาม แต่คำซัดทอดดังกล่าวก็มิได้เป็นเรื่องการปัดความผิดของจำเลยที่ 2 ผู้ซัดทอดให้เป็นความผิดของจำเลยที่ 3 แต่ผู้เดียวคงเป็นการแจ้งเรื่องราวถึงเหตุการณ์ที่จำเลยที่ 2 ได้ประสบมาจากการกระทำความผิดของตนยิ่งกว่าเป็นการปรักปรำจำเลยที่ 3 เมื่อนำมาพิจารณาประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์แล้ว ถือเป็นคำซัดทอดที่ชอบด้วยเหตุผลพอให้รับฟังว่าเป็นความจริงที่เกิดขึ้น การที่จำเลยที่ 3 ฝากให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเป็นการก่อให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 กระทำความผิดดังกล่าว จำเลยที่ 3 จึงเป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 กระทำความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตาม ป.อ. มาตรา 84 มิใช่เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดด้วยกันตามมาตรา 83 ดังที่โจทก์ฟ้อง ซึ่งเป็นการแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญ ย่อมลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดไม่ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง แต่การกระทำความผิดของจำเลยที่ 3 ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตาม ป.อ. มาตรา 86 ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานเป็นผู้สนับสนุนได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกโจทก์ทั้งสองสำนวนว่า โจทก์ เรียกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เรียกจำเลยในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 3

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เสพเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 และจำเลยทั้งสามร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 63 เม็ด น้ำหนักรวม 6.080 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แล้วจำเลยทั้งสามร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่มีไว้ดังกล่าวจำนวน 5 เม็ด ให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อในราคา 350 บาท เจ้าพนักงานจับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าว ธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 2 ฉบับ ฉบับละ 20 บาท จำนวน 7 ฉบับและฉบับละ 10 บาท จำนวน 1 ฉบับ รวมเป็นเงิน 350 บาท ที่ใช้ล่อซื้อและถุงพลาสติก 1 ใบ ที่ใช้ใส่ยาเสพติดให้โทษเป็นของกลาง ต่อมาเจ้าพนักงานจับจำเลยที่ 3 ได้ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบเมทแอมเฟตามีน และถุงพลาสติกของกลาง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (ที่ถูกมาตรา 15 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่)), 57, 66 วรรคหนึ่งและวรรคสอง (ที่ถูกมาตรา 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่)), 91 (ที่ถูกมาตรา 91 (ที่แก้ไขใหม่)) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 4 ปี ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 6 ปี รวมจำคุกคนละ 11 ปี จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา

มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 8 ปี 3 เดือน จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม (ที่ถูกมาตรา 15 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่)), 66 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง (ที่ถูกมาตรา 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่)) การกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี ฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 ปี รวมจำคุก 10 ปี ริบของกลาง จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 2 ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 3 เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดข้อหาดังกล่าวกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 หรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกพงศพัศ จ่าสิบตำรวจพิชัย และสิบตำรวจโทสุมิตรว่า ชั้นจับกุมจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพและซัดทอดว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางทั้งหมดเป็นของจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านได้ฝากให้จำหน่ายโดยจำเลยที่ 3 ให้ค่าตอบแทนเม็ดละ 10 บาท เห็นว่า แม้ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 3 มิได้อยู่ที่บ้านที่เกิดเหตุจริงโดยจำเลยที่ 3 นำสืบต่อสู้อ้างว่าในช่วงเกิดเหตุได้ขายบ้านหลังดังกล่าวให้แก่ผู้อื่นไปแล้ว แต่หลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ 3 ได้ที่หน้าบ้านที่เกิดเหตุเป็นเพราะจำเลยที่ 3 กลับมาเยี่ยมนางอัมพรบุตรสาวซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ๆ

กันนั้นก็ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้นำนางอัมพรบุตรสาวหรือบุคคลซึ่งจำเลยที่ 3 อ้างว่ารับซื้อบ้านของจำเลยที่ 3 ไปแล้วมาเบิกความยืนยัน คงมีแต่เพียงคำเบิกความกล่าวอ้างของจำเลยที่ 3 ลอยๆ เพียงปากเดียวโดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุน ข้ออ้างของจำเลยที่ 3 ดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนักให้น่าเชื่อถือว่าความจริงเป็นดังที่จำเลยที่ 3 กล่าวอ้าง ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 ยังคงเป็นเจ้าของและพักอาศัยอยู่ที่บ้านที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 3 จึงถูกจับกุมได้ขณะยืนอยู่ที่หน้าบ้านของตน ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพและซัดทอดในชั้นจับกุมว่า เมทแอมเฟตามีนของกลางทั้งหมดเป็นของจำเลยที่ 3 ฝากให้จำหน่ายดังกล่าวมานั้นก็เป็นการให้การต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมทันทีในวันที่จำเลยที่ 2 ถูกจับ จึงเป็นการยากที่จำเลยที่ 2 จะปรุงแต่งเรื่องขึ้นเพื่อต่อสู้คดีหรือปรักปรำจำเลยที่ 3 และแม้จะถือได้ว่าเป็นคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันก็ตาม แต่คำซัดทอดดังกล่าวก็มิได้เป็นเรื่องการปัดความผิดของจำเลยที่ 2 ผู้ซัดทอดให้เป็นความผิดของจำเลยที่ 3 แต่ผู้เดียว

คงเป็นการให้การแจ้งเรื่องราวถึงเหตุการณ์ที่จำเลยที่ 2 ได้ประสบมาจากการกระทำความผิดของตนยิ่งกว่าเป็นการปรักปรำจำเลยที่ 3 ฉะนั้น เมื่อนำข้อเท็จจริงตามคำซัดทอดดังกล่าวมาพิจารณาประกอบข้อเท็จจริงที่ฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 เป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุและพยานหลักฐานอื่นๆ ของโจทก์แล้ว เห็นว่า เป็นคำซัดทอดที่ชอบด้วยเหตุผลพอให้รับฟังว่าเป็นความจริงที่เกิดขึ้น ข้อเท็จจริงฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น การที่จำเลยที่ 3 ฝากให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเป็นการก่อให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 กระทำความผิดดังกล่าว

จำเลยที่ 3 จึงเป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 กระทำความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 มิใช่เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดด้วยกันตามมาตรา 83 ดังที่โจทก์ฟ้องซึ่งเป็นการแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญ ย่อมลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง แต่การกระทำของจำเลยที่ 3 ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานเป็นผู้สนับสนุนได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91 การกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 ปี ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 2 ปี 8 เดือน รวมจำคุก 8 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล · สบโชค สุขารมณ์ · มนตรี ยอดปัญญา
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712/2559

จำเลยที่ 2 สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจาก อ. ชาวลาวให้ส่งเมทแอมเฟตามีนนั้นจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้ามาในประเทศไทย โดยไม่ได้ความว่าจำเลยที่ 2 กับ อ. เป็นพวกเดียวกันและได้วางแผนแบ่งหน้าที่กั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8117/2554

การที่จำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนของกลางติดตัวมานั้นเพื่อส่งมอบให้แก่จำเลยที่ 2 ตามที่สั่งซื้อไว้ แม้จำเลยที่ 2 จะถูกจับกุมเสียก่อน แต่ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ก่อให้จำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนของกลาง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1455/2551

การที่จำเลยที่ 2 พูดว่า ยิงเลย ยิงเลย เป็นการก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดด้วยการยุยงส่งเสริม จำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด แต่เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกระทำความผิดด้วยกัน ข้อเท็จจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6742/2547

การที่จำเลยซึ่งอยู่ในฝั่งประเทศไทยตะโกนข้ามแม่น้ำเหืองที่กั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนและกัญชาจากพวกของจำเลยที่ยืนอยู่ที่ฝั่งลาว โดยจำเลยไม่ได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3044/2540

เหตุเกิดเพราะการที่จำเลยที่1พยักหน้าและร้องว่าเอามันแล้วจำเลยที่2และที่3เข้าร่วมทำร้ายร่างกายผู้เสียหายถือได้ว่าจำเลยที่1ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดด้วยการยุยงส่งเสริมจึงเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้