Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2687/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญากู้กล่าวถึงเรื่องดอกเบี้ยไว้สองข้อคือ ข้อ 2. ว่าผู้กู้ยอมให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ให้กู้ชั่งละหนึ่งบาทต่อเดือนนับแต่วันทำสัญญานี้เป็นต้นไป และข้อ 5. ว่าถ้าหากผิดสัญญาชำระดอกเบี้ยผู้กู้ยอมให้ผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยทบต้นได้ด้วย ดังนี้ ข้อสัญญาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655 เฉพาะการคิดดอกเบี้ยทบต้นตามสัญญากู้ข้อ 5 เท่านั้น แต่การคิดดอกเบี้ยตามข้อ 2 ไม่เป็นโมฆะ เพราะเป็นการคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด แม้มาตรา 166 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้บัญญัติให้เรียกดอกเบี้ยค้างส่งได้ภายในกำหนดห้าปี แต่ปรากฏว่าในคำให้การของจำเลยมิได้ยกเรื่องอายุความขึ้นสู้ไว้ ศาลจะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทกไป ๑๗,๐๐๐ บาท ยอมให้ดอกเบี้ยแก่โจทก์ชั่งละหนึ่งบาทต่อเดือน หรือร้อยละ ๑๕ ต่อปี ถ้าหากจำเลยผิดนัดผิดสัญญาชำระดอกเบี้ย จำเลยยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยที่ค้างทบต้นได้อีกด้วย ปรากฏตามภาพถ่ายหนังสือสัญญากู้ท้ายฟ้อง ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ยอมชำระ จำเลยคงค้างต้นเงินและดอกเบี้ยคิดทบต้นจากวันกู้ถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๙ จำนวน ๕๘,๖๕๑.๘๖ บาท รวมเป็นเงิน ๗๕,๖๕๑.๘๖ บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๗๕,๖๕๑,.๘๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเงินเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยยืมเงินใดๆ จากโจทก์เลย สัญญากู้ไม่เป็นความจริงและไม่ใช่ลายมือของจำเลย ทั้งสัญญากู้ทั้งข้อ ๕. ให้คิดดอกเบี้ยทบต้นได้ก็เป็นโมฆะโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้อง ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยขอต่อสู้เพียงข้อเดียวว่าข้อความในสัญญากู้ข้อ ๕. ที่ว่าผู้กู้ยอมให้ผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยทบต้นได้เป็นโมฆะเพราะขัดต่อกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยทบต้นจากจำเลยได้ ทนายโจทก์และทนายจำเลยแถลงไม่สืบพยาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระต้นเงิน ๑๗,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๐๙ ซึ่งเป็นวันที่จำเลยกู้ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีจากต้นเงิน ๑๗,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๑๑ จนถึงวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๑๙ คิดเป็นเงิน ๒๒,๑๐๐ บาทแก่โจทก์ กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๑๗,๐๐๐ บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินแก่โจทก์เสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญากู้ท้ายฟ้องกล่าวถึงเรื่องดอกเบี้ยไว้ ๒ ข้อ คือในข้อ ๒. และข้อ ๕. ความในข้อ ๒. มีว่าผู้กู้ยอมให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ให้กู้ชั่งละหนึ่งบาทต่อเดือน นับแต่วันทำสัญญานี้เป็นต้นไป และยอมชำระดอกเบี้ยภายในวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๑๐ และความในข้อ ๕ มีว่าถ้าหากผิดสัญญาชำระดอกเบี้ยผู้กู้ยอมให้ผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยทบต้นได้ด้วย ดังนี้ เห็นได้ว่าข้อสัญญาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๕ เฉพาะการคิดดอกเบี้ยทบต้นตามสัญญากู้ข้อ ๕ เท่านั้น แต่การคิดดอกเบี้ยตามสัญญากู้ข้อ ๒ หาต้องห้ามหรือเป็นโมฆะไม่ เพราะเป็นการคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด เพราะก่อนที่จะผ่านไปถึงการคิดดอกเบี้ยทบต้นตามข้อ ๕. จำเลยได้ปฏิบัติผิดสัญญาไม่ชำระดอกเบี้ยตามสัญญากู้ข้อ ๒. ก่อน จึงถือได้ว่าโจทก์ได้เรียกดอกเบี้ยตามสัญญากู้ข้อ ๒ ด้วย โจทก์จึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยอย่างธรรมดาตามสัญญากู้ข้อ ๒ ได้

ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์จะเรียกดอกเบี้ยที่ค้างชำระเกินกว่าห้าปีไม่ได้ เพระขัดต่อกฎหมายนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าถึงแม้มาตรา ๑๖๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้บัญญัติให้เรียกดอกเบี้ยค้างส่งได้ภายในกำหนดห้าปีแต่ปรากฏว่าในคำให้การของจำเลยมิได้ยกเรื่องอายุความขึ้นต่อสู้ไว้ ศาลจะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สันติ์ ธีรนิติ · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สนิท อังศุสิงห์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ สังขนันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 291/2544

จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามสัญญากู้ยืมเงิน ยังมิได้ชำระหนี้การที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้แปลงหนี้เป็นหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวนหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินจึงเป็นหนี้ใหม่ โจทก์ย่อมมีสิทธิคิดดอกเบี้ยตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4017/2534

นับแต่วันสิ้นสุดสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีที่มีกำหนดระยะเวลา ไม่มีการเบิกเงินหรือนำเงินเข้าบัญชี จึงไม่มีการเดินสะพัดและหักทอนบัญชีกันอีกต่อไป พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าคู่สัญญาไม่ประสงค์จะต่ออายุสัญญาอีกต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2799/2534

เมื่อโจทก์และจำเลยทั้งสองมีข้อตกลงกันในลักษณะบัญชี เดินสะพัดและปฏิบัติการหักทอนบัญชีกันตลอดมา โจทก์ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ จึง มีสิทธิคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี แต่ ไม่เกิน อัตรา สูงสุด ที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1233/2531

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655 วรรคสอง เป็นข้อยกเว้นให้คิดดอกเบี้ยทบต้นตามประเพณีการค้าได้เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา จำเลยจะยกความในมาตรานี้เป็นข้ออ้างเพื่อคิดดอกเบี้ยเกินอัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 279/2527

สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีมีข้อตกลงให้โจทก์คิดดอกเบี้ยทบต้นได้ตามประเพณีการค้าของธนาคารพาณิชย์ ประเพณีการค้าขายที่คำนวณดอกเบี้ยทบต้นในบัญชีเดินสะพัดเช่นนี้ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655 วร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้