Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2528 (เลขอ้างอิง 27158)

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์มีสิทธิเรียกค่าทำงานในวันหยุดจากจำเลย(คุรุสภา)หรือไม่ เพียงใดเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้เบื้องต้นว่า องค์การค้าของคุรุสภา และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเป็นหน่วยงานของคุรุสภาองค์การค้าของคุรุสภาเป็นหน่วยงานที่หารายได้ส่วนสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาที่โจทก์เป็นเจ้าหน้าที่ประจำอยู่นั้นมีหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานในหน้าที่ของคุรุสภาการที่ศาลแรงงานกลางกำหนดปัญหาวินิจฉัยว่า'สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาอยู่ในบังคับของกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือไม่ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือไม่' จึงเป็นการพิจารณาเพื่อจะนำไปสู่ประเด็นข้อพิพาทที่ได้กำหนดไว้ ตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ.2488 อำนาจหน้าที่ของคุรุสภาซึ่งดำเนินงานโดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับองค์การค้าของคุรุสภาที่มีการบริหารงานแยกไปต่างหากจากสำนักงานเลขาธิการพนักงานเจ้าหน้าที่ก็เป็นคนละส่วน กันผู้บังคับบัญชาในการบริหารของหน่วยงานทั้งสองเป็น คนละคน ระเบียบข้อบังคับที่ใช้ในแต่ละหน่วยก็แยก ต่างหากจากกัน เมื่อสำนักงานเลขาธิการคุรุสภามิได้มีการ ดำเนินงานเพื่อหารายได้มาแบ่งปันกันระหว่างพนักงานแสดง ว่าจำเลยไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไรทางเศรษฐกิจจำเลยหาต้องอยู่ในบังคับของกฎหมายคุ้มครองแรงงานไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 183 พ.ร.บ.ครู พ.ศ.2488 มาตรา 4 พ.ร.บ.ครู พ.ศ.2488 มาตรา 5 พ.ร.บ.ครู พ.ศ.2488 มาตรา 6 พ.ร.บ.ครู พ.ศ.2488 มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ โดยสังกัดสำนักงานเลขาธิการคุรุสภามีหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภาทั้งในด้านการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ในมาตรา 6 และการหารายได้ทุก ๆ อย่างตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติครูพุทธศักราช 2488 รวมทั้งกิจการหารายได้ขององค์การค้าคุรุสภา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2527 ซึ่งเป็นวันแรงงานแห่งชาติ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยกำหนดให้เป็นวันหยุดพิเศษ แต่จำเลยให้โจทก์ทำงานโดยไม่จ่ายค่าทำงานในวันหยุด ขอให้บังคับจำเลยให้จ่ายค่าทำงานในวันหยุดแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นสภาในกระทรวงศึกษาธิการ มีฐานะเป็นนิติบุคคลตั้งขึ้นโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจัดตั้งขึ้นตามมาตรา 8 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 มีเลขาธิการคุรุสภาเป็นผู้บังคับบัญชีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และบริหารกิจการของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาขึ้นตรงต่อประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภามีหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภา ประสานงานและดำเนินการในเรื่องของครูกับหน่วยราชการหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับครูประสานงานและดำเนินการเกี่ยวกับกิจการอื่นที่คุรุสภามอบหมาย และจัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับครูเสนอต่อคุรุสภา

ส่วนองค์การค้าของคุรุสภาเป็นหน่วยงานหาผลประโยชน์ของคุรุสภา ตั้งขึ้นตามมติของกรรมการอำนวยการคุรุสภา โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5(3) แห่งพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 มีผู้อำนวยการองค์การค้าของคุรุสภาเป็นผู้บังคับบัญชา มีคณะกรรมการองค์การค้าของคุรุสภาเป็นกรรมการบริหาร สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาและองค์การค้าของคุรุสภาก่อตั้งขึ้นคนละคราว มีกิจการแยกต่างหากจากกัน นอกจากจะมีผู้บังคับบัญชาคนละคนแล้วการบริหารงานภายในยังมีระเบียบและข้อบังคับที่กฎหมายให้อำนาจส่วนของตนโดยเอกเทศ คือการบริหารงานของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาถือปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม เป็นงานที่ต้องปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของคุรุสภาตามมาตรา 6(1)

ถึง (5) ซึ่งไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจส่วนการบริหารงานขององค์การค้าของคุรุสภาเป็นไปตามระเบียบคุรุสภาว่าด้วยการบริหารองค์การค้าของคุรุสภา พุทธศักราช 2503 การแบ่งแยก การจัดองค์กรก็เป็นอิสระแตกต่างจากกันไม่ขึ้นแก่กัน ดังนั้นไม่ว่าองค์การค้าของคุรุสภาจะเป็นกิจการที่แสวงหากำไรทางเศรษฐกิจอันเป็นผลให้ต้องอยู่ในบังคับแห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ก็หามีผลกระทบหรือครอบคลุมถึงสถานะของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาไม่ ตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดังกล่าวแล้ว เห็นได้ว่า สำนักงานเลขาธิการคุรุสภามิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ จึงเป็นกิจการอื่นที่กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดมิให้ใช้บังคับประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ข้อ 2 และ 14 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 1(4) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดกิจการที่มิให้ใช้บังคับตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่16 เมษายน 2515 ข้อ 2 ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีนี้ ศาลแรงงานกลางได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์มีสิทธิเรียกค่าทำงานในวันหยุดจากจำเลยหรือไม่เพียงใด และทางพิจารณาของศาลแรงงานกลางปรากฏข้อเท็จจริงรับฟังได้เบื้องต้นว่า องค์การค้าของคุรุสภาและสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเป็นหน่วยงานของคุรุสภาองค์การค้าของคุรุสภาเป็นหน่วยงานที่หารายได้ ส่วนสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาที่โจทก์ทั้งสี่เป็นเจ้าหน้าที่ประจำอยู่นั้น มีหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานในหน้าที่ของคุรุสภา ฉะนั้นการที่ศาลแรงงานกลางกำหนดปัญหาวินิจฉัยดังกล่าว จึงเป็นการพิจารณาเพื่อจะนำไปสู่ประเด็นข้อพิพาทที่ได้กำหนดไว้ และปรากฏว่าสำนักงานเลขาธิการคุรุสภามิได้มีการดำเนินงานเพื่อหารายได้มาแบ่งปันกันระหว่างพนักงาน แสดงว่าจำเลยไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจจำเลยหาต้องอยู่ในบังคับของกฎหมายคุ้มครองแรงงานไม่

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า พระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 มาตรา 8 ทวิ(1) บัญญัติให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภามีหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภาองค์การค้าของคุรุสภา เป็นองค์การจัดหาผลประโยชน์ของจำเลยซึ่งเป็นงานส่วนหนึ่งของจำเลย ดังนั้น องค์การค้าของคุรุสภาจึงย่อมตกอยู่ในหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาที่จะเป็นผู้ดำเนินงานนั้น เห็นว่าพระราชบัญญัติครูพ.ศ. 2488 มาตรา 8 ทวิ(1) บัญญัติให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภามีหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภา และอำนาจหน้าที่ของคุรุสภาได้บัญญัติไว้ในมาตรา 6 ว่า "คุรุสภามีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) ให้ความเห็นแก่กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องการจัดการศึกษาโดยทั่วไปหลักสูตร

แบบเรียน อุปกรณ์ประกอบการเรียน การสอน การฝึกอบรม การวัดผลและประเมินผลการศึกษา การนิเทศการศึกษา และเรื่องอื่นที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการจัดการศึกษา (2) ควบคุมและสอดส่องจรรยา มรรยาท และวินัยของครู พิจารณาโทษครูผู้ประพฤติผิด และพิจารณาคำร้องทุกข์ของครู (3) พิทักษ์สิทธิของครูภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด (4) ส่งเสริมให้ครูได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ตามสมควร (5) พัฒนาความรู้ ความสามารถ คุณภาพ และประสิทธิภาพของครู" จากบทบัญญัติดังกล่าว จะเห็นได้ว่าอำนาจหน้าที่ของคุรุสภาซึ่งดำเนินงานโดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับองค์การค้าของคุรุสภาสำหรับกิจการขององค์การค้าคุรุสภามีการบริหารงานแยกไปต่างหากจากสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

พนักงานเจ้าหน้าที่ก็เป็นคนละส่วนกัน ผู้บังคับบัญชาในการบริหารงานของหน่วยงานทั้งสองเป็นคนละคน โดยองค์การค้าของคุรุสภามีผู้อำนวยการองค์การค้าของคุรุสภาเป็นผู้ดำเนินงาน ส่วนสำนักงานเลขาธิการคุรุสภามีเลขาธิการคุรุสภาเป็นผู้บริหารงาน ระเบียบข้อบังคับที่ใช้ในแต่ละหน่วยงานก็แยกต่างหากจากกัน สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจึงไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับองค์การค้าของคุรุสภาแต่อย่างใด

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพจน์ นาถะพินธุ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2528 (เลขอ้างอิง 103384)

ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์มีสิทธิเรียกค่าทำงานในวันหยุดจากจำเลย (คุรุสภา) หรือไม่ เพียงใดเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้เบื้องต้นว่า องค์การค้าของคุรุสภา และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเป็นหน่วย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 594729)

พ.ร.บ.ครู พ.ศ.2488 มาตรา 4 บัญญัติให้คุรุสภาเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกระทรวงศึกษาธิการโดย มาตรา 7 บัญญัติให้มีคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ปลัดกระทรวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2567

ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ให้การว่า เดิมที่ดินส่วนที่จำเลยที่ 2 คัดค้านเป็นของ พ. ที่ขายให้จำเลยที่ 1 และ อ. โดยมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วบุคคลทั้งสองยกให้จำเลยที่ 2 จำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2562

จำเลยให้การว่าจำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยระบุเหตุเลิกสัญญาตามข้อ 7 ข้อ 13 และข้อ 14 ไว้ด้วย ชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการพื้นที่โดยชอบด้วยกฎหมายห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2765/2559

ตามคำฟ้องเป็นการกล่าวอ้างให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าการงานที่โจทก์ได้ทำไปแล้วในฐานะที่จำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์ ส่วนที่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้รับจ้างบริหารจัดการเรือ อ. จากเจ้าของเรือทำสัญญาว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้