Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2720/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์จนหมดพยานแล้วเลื่อนไปนัดสืบพยานจำเลย ทนายจำเลยทราบนัดแล้ว ถึงวันนัดฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดมาศาลศาลชั้นต้นถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยานและหรือไม่มีพยานมาสืบ จึงพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี กรณีดังกล่าวถือว่าทนายจำเลยเป็นตัวแทนของจำเลย แม้จะฟังว่าทนายจำเลยมิได้แจ้งวันนัดให้จำเลยทราบก็ตามแต่เมื่อทนายจำเลยทราบวันนัดตามกฎหมาย ก็ต้องถือว่าจำเลยทราบวันนัดด้วยแล้ว เมื่อศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งว่าคดีเสร็จสำนวนโดยถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบ มิใช่กรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาแล้วได้พิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีนั้นไปฝ่ายเดียว จำเลยจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องขาดนัดพิจารณามาใช้เพื่อขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้เช่าซื้อเครื่อง วี ดี โอไปจากโจทก์ โดยมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันแล้วผิดนัดขอให้จำเลยทั้งสามคืนเครื่อง วี ดี โอ ที่เช่าซื้อให้แก่โจทก์หากคืนไม่ได้ขอให้ชดใช้ราคา กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 370,000 บาท ให้แก่โจทก์จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 1ไม่ได้ผิดสัญญา จำเลยที่ 3 ไม่ได้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 โจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย จำเลยทั้งสามไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสามส่งมอบเครื่องวี ดี โอ ที่เช่าซื้อตามฟ้องคืนให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย หากไม่ส่งคืนให้ใช้ราคาและให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าขาดประโยชน์ในการใช้เครื่อง

วี ดี โอ แก่โจทก์จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำร้องขอพิจารณาใหม่อ้างว่าเหตุที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ไปศาลในวันนัดทำให้ศาลตัดพยานจำเลยและพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีนั้น เนื่องจากทนายความที่จำเลยที่ 2 และที่ 3แต่งตั้งให้เป็นทนายแก้ต่างไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ 2 และที่ 3ทราบโดยไม่ใช่ความผิดของจำเลยที่ 2 และที่ 3 หากจำเลยที่ 2 และที่ 3ได้นำพยานเข้าสืบแล้ว จำเลยที่ 2 และที่ 3 จะต้องชนะคดีอย่างแน่นอนศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3จงใจขาดนัดพิจารณา สั่งยกคำร้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสามได้แต่งตั้งทนายความให้ดำเนินคดีแทนตนโดยยื่นคำให้การไว้แล้วในวันนัดสืบพยานโจทก์ 2 นัดแรก

คู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงร่วมกันว่าคดีมีทางตกลงกันได้ แต่พอถึงนัดที่ 3 คือวันที่ 23 สิงหาคม 2531คู่ความแถลงร่วมกันว่าตกลงกันไม่ได้จึงให้สืบพยานโจทก์ไปแล้วนัดสืบพยานโจทก์นัดต่อไปวันที่ 19 กันยายน 2531 เวลา 9 นาฬิกาและนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 27 กันยายน 2531 เวลา 13.30 นาฬิกาและวันที่ 11 ตุลาคม 2531 เวลา 9 นาฬิกา เมื่อถึงวันที่ 19 กันยายน2531 ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ปรากฏว่าฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดมาศาลศาลชั้นต้นได้ทำการสืบพยานโจทก์จนหมดพยานแล้วเลื่อนไปนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 27 กันยายน 2531 ซึ่งทนายจำเลยทั้งสามทราบนัดอยู่แล้ว เมื่อถึงวันนัดดังกล่าวฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดไปศาลศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลถือว่าจำเลยทั้งสามไม่ติดใจสืบพยานและหรือไม่มีพยานมาสืบ จึงได้พิพากษาให้จำเลยทั้งสามแพ้คดี ต่อมาวันที่ 16 มกราคม 2532

จำเลยที่ 2 และที่ 3ยื่นคำร้องขอพิจารณาใหม่อ้างว่าตนไม่ทราบวันนัดสืบพยานเนื่องจากทนายจำเลยที่ 2 ที่ 3 ซึ่งได้แต่งตั้งไว้ไม่ได้แจ้งให้ทราบและทนายก็ไม่ได้ไปศาลด้วย คดีมีปัญหาว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3มีสิทธิร้องขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่หรือไม่ เห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำเลยจะมีสิทธิให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ หลังจากมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำเลยแพ้คดีในประเด็นที่พิพาทแล้ว ก็เฉพาะกรณีที่จำเลยขาดนัดพิจารณาโดยมิได้จงใจหรือมีเหตุอันสมควร แต่ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ ทนายจำเลยที่ 2ที่ 3 ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ในการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60, 61 ได้มาศาลในวันสืบพยานโจทก์แล้ว

ไม่ได้ขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 197 วรรค 2และศาลชั้นต้นก็มิได้มีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา แต่ทนายจำเลยที่ 2 ที่ 3 ตัวจำเลยที่ 2 ที่ 3 รวมทั้งพยานไม่ได้มาศาลในวันที่27 กันยายน 2531 อันเป็นวันนัดสืบพยานจำเลย แม้จะฟังว่าทนายจำเลยที่ 2 ที่ 3 ซึ่งทราบวันนัดสืบพยานมิได้แจ้งวันนัดให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ทราบดังที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 อ้างในฎีกาก็ตามตามกฎหมายก็ต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ทราบวันนัด และไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานฝ่ายตน ซึ่งศาลชั้นต้นก็ได้มีคำสั่งว่าคดีเสร็จสำนวนโดยถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบจำเลยจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องขาดนัดพิจารณามาใช้เพื่อขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ได้พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากาศ บำรุงชีพ · ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1554/2524

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกโจทก์ขอเลื่อนคดี ศาลอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 11 ธันวาคม 2522 ถึงวันนัดโจทก์ขอเลื่อนอีก ศาลอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 25 มกราคม 2523 แต่ทนายจำเลยจด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3139/2567

ตามระเบียบของผู้ร้องกำหนดให้การลงลายมือชื่อของผู้มีอำนาจกระทำการแทนผู้ร้อง รวมทั้งหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินคดีหรือแต่งตั้งทนายความ ต้องประทับตราผู้ร้อง และที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการของผู้ร้องมีมติมอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1645/2549

โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานและไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 200 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยแถลงไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีต่อไป ศาลชั้นต้นต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12498/2547

ตามคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์มีร้อยตำรวจเอก ป. พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรีทนายความลงชื่อเป็นผู้อุทธรณ์ แต่ไม่ปรากฎในสำนวนว่าโจทก์ได้ตั้งแต่งบุคคลผู้นี้เป็นทนายความโจทก์ไว้ ทั้งบุคคลผู้นี้มิได้ทำหน้าที่เป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3650/2541

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 วรรคสองบัญญัติให้เป็นหน้าที่ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์ว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลอุทธรณ์หรือไม่ ถ้าเห็นว่าไม่ควรรับให้จดเหตุผลไว้ในคำสั่งของศาลนั้นโดยชัดเจน และมาตร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้