Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2747/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำว่า "ทุจริตต่อหน้าที่" ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123(1) หมายถึง การแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้จากตำแหน่งหน้าที่ เมื่อปรากฏว่าตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือการปฏิบัติของบริษัทนายจ้าง ลูกจ้างประจำรายเดือนลากิจหรือลาป่วยคงได้รับค่าจ้างเช่นเดียวกัน การที่ลูกจ้างมีความจำเป็นที่มาทำงานไม่ได้จึงลาป่วยเพราะไม่อาจลากิจได้เนื่องจากการลากิจต้องลาล่วงหน้า การลาของลูกจ้างจึงเป็นการลาผิดระเบียบไม่ใช่การทุจริตต่อหน้าที่ เพราะลูกจ้างไม่ได้แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายจากค่าจ้างที่ได้รับจากนายจ้างแต่ประการใด ลูกจ้างหยุดงานเพียง หนึ่งวันครึ่งโดยยื่นใบลาผิดระเบียบยังไม่เป็นการร้ายแรงถึงขนาดที่นายจ้างจะถือเป็นเหตุเลิกจ้างได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เลิกจ้างนายณรงค์ลูกจ้างโจทก์เนื่องจากไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ทำงานอย่างถ่วงเวลา ได้ผลงานน้อยเป็นประจำ ตักเตือนแล้วก็ไม่ปรับปรุง และหยุดงานโดยเขียนใบลาป่วยอันเป็นเท็จ ต่อมาจำเลยทั้งสิบซึ่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์วินิจฉัยว่า การเลิกจ้างของโจทก์เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม และมีคำสั่งให้โจทก์รับนายณรงค์กลับเข้าทำงาน ซึ่งเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดังกล่าว

จำเลยให้การว่า คำสั่งของจำเลยถูกต้องและเป็นธรรมแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ฉบับที่กล่าวในฟ้อง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง ฯลฯ ในระหว่างมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานมีผลใช้บังคับ เว้นแต่ลูกจ้าง ฯลฯ กระทำการต่าง ๆ ๓ ประการ ในประการที่ (๑) ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง คำว่า ทุจริตต่อหน้าที่ หมายถึงแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้จากตำแหน่งหน้าที่ เช่น ลูกจ้างมีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของนายจ้างเบียดบังเอาทรัพย์สินของนายจ้างหรือมีหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างหนึ่งไม่ได้ทำ แต่กลับรายงานเท็จว่าทำแล้วเพื่อแสวงหาประโยชน์จากค่าแรงที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น ได้ความว่าตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือทางปฏิบัติของบริษัทโจทก์

การที่ลูกจ้างประจำรายเดือนลากิจหรือลาป่วยคงได้รับค่าจ้างเช่นเดียวกัน นายณรงค์เป็นลูกจ้างรายเดือนยื่นใบลาหยุดงานเพียง ๑ เศษ ๑ ส่วน ๒ วัน อ้างว่าป่วย แต่ข้ออ้างว่าป่วยฟังไม่ได้ กรณีเช่นนี้หากนายณรงค์มีความจำเป็นที่มาทำงานไม่ได้ก็ต้องลากิจซึ่งตามปกติต้องลาล่วงหน้า การที่นายจ้างไม่เชื่อว่าป่วยเพิ่งปรากฏภายหลังจากที่ระยะเวลาในการยื่นใบลากิจล่วงพ้นไปแล้ว ไม่อาจจะย้อนกลับไปลากิจได้อีก การลาของนายณรงค์จึงเป็นการลาที่ผิดระเบียบไม่ใช่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่เพราะนายณรงค์ไม่ได้แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายจากค่าจ้างที่จะได้รับจากนายจ้างแต่ประการใดเมื่อพิเคราะห์พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา ๑๒๓(๔) ที่ว่า

"ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร" ประกอบด้วยแล้วจะเห็นได้ว่าแม้ลูกจ้างจะละทิ้งหน้าที่โดยไม่ได้ยื่นใบลาก็ต้องเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลานานถึงสามวันทำงานติดต่อกันนายจ้างจึงจะเลิกจ้างได้ ฉะนั้นเพียงแต่ลูกจ้างหยุดงานเพียง ๑ เศษ ๑ ส่วน ๒ วันโดยยื่นใบลาผิดระเบียบก็ย่อมไม่เป็นการร้ายแรงถึงขนาดที่นายจ้างจะถือเป็นเหตุเลิกจ้างได้ ส่วนข้อที่โจทก์อ้างว่านายณรงค์ไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถและทำงานในหน้าที่อย่างถ่วงเวลาได้ผลงานน้อยเป็นประจำ ตักเตือนแล้วก็ไม่แก้ไขปรับปรุง และถือเป็นเหตุเลิกจ้างอีกประการหนึ่งนั้น ศาลแรงงานกลางยังมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นหนังสือตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯมาตรา ๑๒๓(๓) แล้วหรือไม่ สมควรย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยปัญหาข้อนี้เสียก่อน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์ได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นหนังสือในกรณีที่อ้างว่านายณรงค์ไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถและทำงานในหน้าที่อย่างถ่วงเวลาได้ผลงานน้อยเป็นประจำแล้วหรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัช รัตนอุดม · ขจร หะวานนท์ · พิพัฒน์ จักรางกูร
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายสุชาติ สุขสุมิตรศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 706930)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 710790)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5712/2561

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 123 บัญญัติห้ามไม่ให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือคำชี้ขาดมีผลใช้บังคับ เว้นแต่ลูกจ้างกระทำความผิดต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15347/2558

แม้ผู้กล่าวหาซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์จะมิได้ร่วมลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องมาตั้งแต่ต้น แต่เมื่อภายหลังจากฝ่ายลูกจ้างแจ้งข้อเรียกร้อง ฝ่ายโจทก์กับฝ่ายลูกจ้างมีการเจรจากันตามกฎหมายแล้วแต่ไม่สามารถตกลงกัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3943/2557

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 121 ไม่ได้บัญญัติให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ต้องวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างที่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมต้องใช้เหตุเลิกจ้างเฉพาะที่ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างเท่านั้น จะยกเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้