Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2830/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรมธรรม์ประกันภัยหมวด2การคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกข้อ2.2มีข้อความว่า"ความรับผิดต่อผู้โดยสารบริษัทจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัยซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายเพื่อความบาดเจ็บหรือมรณะของบุคคลที่โดยสารอยู่ในรถยนต์หรือกำลังขึ้นหรือกำลังลงจากรถยนต์เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถยนต์ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย"ข้อ2.8มีข้อความว่า"การคุ้มครองผู้ขับขี่บริษัทจะถือว่าบุคคลใดซึ่งขับขี่รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง"ข้อ2.11มีข้อความว่า"การยกเว้นผู้โดยสารการประกันภัยตามข้อ2.2ไม่คุ้มครองความบาดเจ็บหรือมรณะของ2.11.1ผู้เอาประกันภัยหรือบุคคลในครอบครัวซึ่งอยู่ด้วยกันกับผู้เอาประกันภัย"ตามข้อความในข้อ2.2และข้อ2.8ข้างต้นเป็นข้อกำหนดความรับผิดโดยทั่วไปของจำเลยส่วนข้อ2.11เป็นข้อยกเว้นความรับผิดของจำเลยจำต้องตีความโดยเคร่งครัดจะแปลความในทำนองเดียวกันกับกรณีความรับผิดของจำเลยตามข้อ2.2ประกอบข้อ2.8หาได้ไม่ซึ่งเมื่อพิเคราะห์กรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมายจ.3ทั้งฉบับประกอบกับเจตนารมณ์ของคู่สัญญาแล้วข้อ2.11มีความหมายว่าการประกันภัยตามข้อ2.2ไม่คุ้มครองความบาดเจ็บหรือมรณะของผู้เอาประกันภัยโดยแท้จริงคือณ.หรือบุคคลในครอบครัวซึ่งอยู่ด้วยกันกับณ. เท่านั้นน. ผู้ขับรถยนต์คันเกิดเหตุจึงมิใช่ผู้เอาประกันภัยและร. ก็ไม่ใช่บุคคลในครอบครัวซึ่งอยู่ด้วยกันกับผู้เอาประกันภัยตามข้อ2.11น. คงเป็นเพียงบุคคลซึ่งขับรถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากณ. ผู้เอาประกันภัยตามข้อ2.8เมื่อณ. ยินยอมให้น. ยืมรถยนต์ของตนไปขับและน. ขับโดยประมาทเป็นเหตุให้ร. ซึ่งโดยสารมาในรถคันดังกล่าวถึงแก่ความตายจำเลยจึงต้องรับผิดตามข้อ2.2ประกอบข้อ2.8จำเลยหาได้รับการยกเว้นความรับผิดตามข้อ2.11ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวเรณู ดำรงศักดิ์ จำเลยเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 1จ-9844 กรุงเทพมหานคร ไว้จากนายณัฐวุฒิ ทนเสนโดยมีเงื่อนไขการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2532ซึ่งอยู่ในระหว่างการคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยนายนิยม เจือกโว้น ขับรถยนต์คันดังกล่าวโดยได้รับความยินยอมจากนายณัฐวุฒิไปตามถนนพหลโยธินจากทางด้านจังหวัดตากไปทางจังหวัดลำปางด้วยความประมาทเลินเล่อ โดยขับด้วยความเร็วสูงและไม่ระมัดระวัง เมื่อไปถึงสะพานระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 448ถึง 449 ตำบลพระบาทวังตวง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปางนายนิยมขับรถเสียหลักตกถนนและตกลงไปในเหวข้างทาง เป็นเหตุให้นายนิยมและนางสาวเรณูซึ่งโดยสารมาในรถยนต์คันดังกล่าวถึงแก่ความตาย

จำเลยจึงมีหน้าที่ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยข้อ 2.2 ต้องชดใช้เงินจำนวน 500,000 บาท ให้แก่ทายาทของนางสาวเรณูพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินจำนวน 575,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวน 500,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า สิทธิที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลผู้โดยสารมาในรถยนต์ที่เอาประกันภัยประสบอุบัติเหตุถึงแก่ความตาย จึงเป็นสิทธิที่จะได้รับเงินต่อเมื่อนางสาวเรณูถึงแก่ความตายแล้ว ไม่ใช่สิทธิที่ผู้ตายมีอยู่ก่อนถึงแก่ความตาย อีกทั้งเป็นสิทธิของบุคคลอื่นที่จะได้รับเงินจำนวนนี้

เงินที่โจทก์เรียกร้องมานี้มิใช่ทรัพย์มรดกโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสาวเรณูมีหน้าที่เพียงจัดการมรดกและแบ่งปันมรดกเท่านั้น จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องคดีนี้และจำเลยไม่ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ เนื่องจากกรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 2.8 ถือว่าบุคคลซึ่งขับรถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนเป็นผู้เอาประกันภัยเองนายนิยมขับรถยนต์คันดังกล่าวโดยได้รับความยินยอมจากนายณัฐวุฒิ จึงถือเสมือนนายนิยมเป็นผู้เอาประกันภัยเองนายนิยมเป็นสามีของนางสาวเรณูซึ่งโดยสารไปในรถยนต์คันดังกล่าว ถือได้ว่านางสาวเรณูเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกับผู้เอาประกันภัยซึ่งตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ 2.11 ระบุว่าการประกันภัยข้อ 2.2 ได้รับยกเว้นไม่ให้คุ้มครองถึงความบาดเจ็บหรือมรณะของผู้เอาประกันภัยหรือบุคคลในครอบครัวของผู้เอาประกันภัยค่าสินไหมทดแทนหากจะมีก็ไม่เกิน 10,000 บาท และโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องดอกเบี้ยจากต้นเงิน 500,000 บาท เนื่องจากไม่ใช่ต้นเงินที่โจทก์ได้รับความเสียหายจริง ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาข้อเดียวว่า ข้อยกเว้นตามกรมธรรม์ประกันภัย เอกสารหมาย จ.3 ข้อ 2.11 ที่ระบุว่าการประกันภัยตามข้อ 2.2 ไม่คุ้มครองความบาดเจ็บหรือมรณะของผู้เอาประกันภัยหรือบุคคลในครอบครัวซึ่งอยู่ด้วยกันกับผู้เอาประกันภัยนั้น ต้องตีความโดยเคร่งครัด โดยให้หมายความเฉพาะตัวผู้เอาประกันภัยคือนายณัฐวุฒิ ทนเสน หรือบุคคลในครอบครัวที่อยู่ด้วยกันกับนายณัฐวุฒิเท่านั้น ไม่หมายความรวมถึงนายนิยม เจือกโว้น ผู้ขับรถยนต์คันเกิดเหตุโดยได้รับยินยอมจากนายณัฐวุฒิและนางสาวเรณู ดำรงศักดิ์ ซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวที่อยู่ด้วยกันกับนายนิยมด้วย เห็นว่า กรมธรรม์ประกันภัยหมวด 2 การคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ข้อ 2.2มีข้อความว่า "ความรับผิดต่อผู้โดยสาร

บริษัทจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัยซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายเพื่อความบาดเจ็บหรือมรณะของบุคคลที่โดยสารอยู่ในรถยนต์หรือกำลังขึ้นหรือกำลังลงจากรถยนต์เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถยนต์ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย" ข้อ 2.8มีข้อความว่า "การคุ้มครองผู้ขับขี่ บริษัทจะถือว่าบุคคลใดซึ่งขับขี่รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง" ข้อ 2.11 มีข้อความว่า "การยกเว้นผู้โดยสาร การประกันภัยตามข้อ 2.2 ไม่คุ้มครองความบาดเจ็บหรือมรณะของ 2.11.1 ผู้เอาประกันภัยหรือบุคคลในครอบครัวซึ่งอยู่ด้วยกันกับผู้เอาประกันภัย" ตามข้อความในข้อ 2.2 และ ข้อ 2.8 ข้างต้นเป็นข้อกำหนดความรับผิดโดยทั่วไปของจำเลย

ส่วนข้อ 2.11เป็นข้อยกเว้นความรับผิดของจำเลยจำต้องตีความโดยเคร่งครัดจะแปลความในทำนองเดียวกันกับกรณีความรับผิดของจำเลยตามข้อ 2.2ประกอบข้อ 2.8 หาได้ไม่ พิเคราะห์กรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.3ทั้งฉบับประกอบกับเจตนารมณ์ของคู่สัญญาแล้ว เห็นว่า ข้อ 2.11มีความหมายว่า การประกันภัยตามข้อ 2.2 ไม่คุ้มครองความบาดเจ็บหรือมรณะของผู้เอาประกันภัยโดยแท้จริงคือนายณัฐวุฒิหรือบุคคลในครอบครัวซึ่งอยู่ด้วยกันกับนายณัฐวุฒิเท่านั้น นายนิยมผู้ขับรถยนต์คันเกิดเหตุจึงมิใช่ผู้เอาประกันภัยและนางสาวเรณูดำรงศักดิ์ ก็ไม่ใช่บุคคลในครอบครัวซึ่งอยู่ด้วยกันกับผู้เอาประกันภัยตามข้อ 2.11 นายนิยมคงเป็นเพียงบุคคลซึ่งขับรถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากนายณัฐวุฒิผู้เอาประกันภัยตามข้อ 2.8 เมื่อนายณัฐวุฒิยินยอมให้นายนิยมยืมรถยนต์ของตนไปขับและนายนิยมขับโดยประมาท เป็นเหตุให้นางสาวเรณูซึ่งโดยสารมาในรถคันดังกล่าวถึงแก่ความตายด้วย

จำเลยจึงต้องรับผิดตามข้อ 2.2 ประกอบข้อ 2.8 จำเลยหาได้รับการยกเว้นความรับผิดตามข้อ 2.11 ไม่ และศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยในประเด็นค่าสินไหมทดแทนที่จำเลยต้องรับผิดกรณีความตายของนางสาวเรณูต่อไปโดยไม่ย้อนสำนวน ซึ่งข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่โจทก์นำสืบและจำเลยไม่นำสืบโต้แย้งว่า ก่อนถึงแก่ความตายนางสาวเรณูผู้ตายประกอบอาชีพรับราชการเป็นอาจารย์ 1 ระดับ 5 อัตราเงินเดือนสุดท้ายเดือนละ 9,450 บาท อายุการทำงาน 9 ปี โจทก์ต้องเสียค่าจ้างรถบรรทุกศพผู้ตายจากจังหวัดลำปางที่เกิดเหตุกลับไปจัดงานศพที่จังหวัดตรังอันเป็นภูมิลำเนาเดิมของผู้ตายเป็นเงิน 35,000 บาทค่าก่อสร้างฮวงซุ้ยเป็นเงิน 25,000 บาท ค่าโลงศพ 4,000 บาทค่าปัจจัยสำหรับพระภิกษุสวดอภิธรรมคืนละ 4 รูป รูปละ 100 บาทรวม 7 คืน เป็นเงิน 2,800 บาท ค่าเลี้ยงดูแขกที่มาร่วมงานศพคืนละ 20,000 บาท รวม 140,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการฌาปนกิจศพที่วัด 2,000 บาท

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ค่าเลี้ยงดูแขกที่มาร่วมงานศพตามที่โจทก์นำสืบดังกล่าวเป็นจำนวนสูงเกินความจำเป็นเห็นควรกำหนดให้โจทก์ได้รับเป็นเงิน 50,000 บาท รวมเป็นเงินค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์มีสิทธิได้รับจากจำเลย 118,800 บาทพิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 118,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2532จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ไพเราะ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สมคิด ไตรโสรัส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2810/2531

บันทึกข้อตกลงมีข้อความว่า ผู้เอาประกันภัยรถยนต์ตกลงชดใช้ค่าทดแทนค่าเสียหายให้กับฝ่ายผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ตายและผู้บาดเจ็บโดยผู้เสียหายรับเงินแล้วไม่ประสงค์จะฟ้องร้องต่อไปอีก เป็นการตกลงชดใช้ค่าเสียหาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2624/2549

ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองบรรยายว่า โจทก์ที่ 2 ในฐานะผู้มีประกันภัยได้นำรถยนต์ซึ่งเอาประกันภัยไว้ไปประสบอุบัติเหตุจนได้รับอันตรายสาหัส ระบบขับถ่ายและการย่อยอาหารผิดปกติมีอาการปวดท้องเป็นบางครั้งและไม่หา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9347/2539

ช. ได้จดทะเบียนให้โจทก์ซึ่งเป็นหลานและจำเลยซึ่งเป็นบุตรเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทซึ่งมีเนื้อที่19ไร่26ตารางวาแต่ได้ทำบันทึกแบ่งที่ดินพิพาทให้โจทก์เพียง4ไร่ด้านหน้าติดคลองภาษีเจริญกว้างประมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6755/2538

ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการจัดตลาดนัดย่านพหลโยธินพ.ศ.2526ข้อที่27ระบุว่าผู้ค้าต้องจำหน่ายสินค้าให้ถูกต้องตามประเภทที่กำหนดไว้จะนำสินค้าประเภทอื่นเข้าไปจำหน่ายไม่ได้นั้นมีความหมายว่าผู้ค้าไม่ค้าสินค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8461/2538

ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในการรับซื้อแร่ดีบุก ข้อ 6ได้กำหนดหลักเกณฑ์การคำนวณราคาซื้อแร่ดีบุกสุทธิไว้ว่า(ก)ให้หักค่าถลุงจากราคาซื้อแร่ดีบุกเบื้องต้น(ข) หักค่ามลทินสกปรก(ค) หักออกเป็นเงินบาทมีจำนวนค่าเท่าก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้