Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2872/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยออกตั๋วสัญญาใช้เงินแก่โจทก์ 2 ฉบับเพื่อชำระหนี้โจทก์โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ด้วย จำเลยได้ชำระต้นเงินตามตั๋วเงินแล้วแต่ยังไม่ได้ชำระดอกเบี้ย ต่อมาจำเลยออกตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับพิพาทเพื่อชำระดอกเบี้ยดังกล่าว พร้อมกับกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้อีกด้วยถือว่าจำนวนเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับพิพาทกลายเป็นหนี้ใหม่และเป็นเงินต้น โจทก์จึงมีสิทธิได้ดอกเบี้ยจากเงินจำนวนนี้หาใช่เป็นการคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยไม่โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2529 จำเลยได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อชำระค่าดอกเบี้ยค้างชำระให้แก่โจทก์ จำนวนเงิน3,287,932.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี กำหนดชำระเงินวันที่ 30 มีนาคม 2530 ต่อมาวันที่ 29 พฤษภาคม 2529จำเลยได้รับตั๋วสัญญาใช้เงินจากโจทก์ เพื่อนำไปให้ธนาคารอาวัลตั๋วให้แก่โจทก์ แต่จำเลยมิได้ดำเนินการ และเมื่อครบกำหนดแล้วจำเลยมิได้ใช้เงินตามตั๋วให้แก่โจทก์ จำเลยจึงต้องรับผิดใช้เงินตามตั๋วพร้อมดอกเบี้ยจากต้นเงินดังกล่าวถึงวันฟ้อง เป็นเงินดอกเบี้ย863,690.42 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 4,151,623.26 บาทให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงิน3,287,932.84 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ขอยืมตั๋วสัญญาใช้เงินจากโจทก์ไปเพื่อให้ธนาคารทำการอาวัลตั๋วแต่อย่างใด โจทก์เต็มใจสละการครอบครองตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ทรงตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวที่จะมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ โจทก์อ้างว่าจำเลยออกตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวเพื่อชำระดอกเบี้ยที่จำเลยค้างชำระและโจทก์ยังขอให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยจากเงินดังกล่าวอีกซึ่งเป็นการคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยต้องห้ามตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 4,151,623.26 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 ต่อปีของต้นเงิน 3,287,932.84บาท นับถัดจากวันฟ้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า เดิมจำเลยได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์ 2 ฉบับกำหนดวันชำระเงินและดอกเบี้ยไว้ เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวถึงกำหนดแล้ว จำเลยได้ชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินแก่โจทก์แต่ยังไม่ได้ชำระดอกเบี้ย ต่อมาจำเลยออกตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับพิพาทเพื่อชำระดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 3,287,932.84 บาท ตกลงอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี สัญญาจะใช้เงินในวันที่ 30 มีนาคม 2530 และต่อมาตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวตกไปอยู่ที่จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์ได้สละการครอบครองตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับพิพาทแล้ว จึงไม่เป็นผู้ทรงตั๋วสัญญาใช้เงินและไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นหรือไม่ และโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำนวนเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับพิพาทหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า โจทก์ได้สละการครอบครองตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับพิพาทโจทก์ยังคงเป็นผู้ทรงตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับพิพาทตามกฎหมาย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นส่วนในปัญหาที่ว่า โจทก์จะมีสิทธิได้ดอกเบี้ยจากต้นเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับพิพาทตามที่กำหนดไว้ในตั๋วสัญญาใช้เงินหรือไม่นั้น

เห็นว่า แม้ตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับพิพาทจะออกเพื่อชำระดอกเบี้ยของหนี้เดิมที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่ก่อนก็ตาม เมื่อจำเลยได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับใหม่ชำระหนี้นั้น จำนวนเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินจึงกลายเป็นหนี้ใหม่ และเป็นเงินต้นไปเสียแล้วโจทก์จึงมีสิทธิได้ดอกเบี้ยจากเงินจำนวนนี้ หาใช่การคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิเวศน์ คำผอง · ไพโรจน์ คำอ่อน · สมคิด ไตรโสรัส
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 653/2521

ในกรณีตั๋วแลกเงินมิได้ระบุถึงเรื่องดอกเบี้ยไว้ แม้เป็นกรณีที่โจทก์ผู้ทรงใช้สิทธิเรียกร้องโดยตรงจากจำเลยที่ 1 ผู้จ่ายซึ่งได้ทำการรับรองตั๋วแลกเงินแล้ว ไม่ใช่เรียกร้องเอาจากบุคคลซึ่งตนใช้สิทธิไล่เบี้ยตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4759/2568

เมื่อศาลพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาชำระเงิน 10,000,000 บาท แทนการให้ทรัพย์สินตามคำร้องตกเป็นของแผ่นดิน แม้จะถือว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ตามคำร้องของผู้ร้องและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการบั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4765/2567

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ที่ดินของจำเลยทั้งห้าอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งห้าย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2033/2567

สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ถือเอาผลสำเร็จแห่งการงานที่จ้างเป็นสำคัญ และการจ่ายสินจ้างถือเอาความสำเร็จของผลงานหรือตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อสัญญาจ้างดังกล่าวกำหนดชำระค่าจ้าง 3 ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้