คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยซึ่งขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาชำระเงินจำนวน 1,522,390 บาท20 สตางค์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีแก่โจทก์และได้ส่งคำบังคับให้จำเลยแล้ว
จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ โจทก์คัดค้านศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "
ศาลฎีกาวินิจฉัย
พิเคราะห์แล้วมีปัญหาพิจารณาตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาหรือไม่เห็นว่าในการส่งหมายเรียกและหมายนัดของศาลให้แก่จำเลยนั้นโจทก์มีนายสนิท การูจี พนักงานเดินหมายของกรมบังคับคดีมาเบิกความเป็นพยานว่า ได้ส่งให้แก่จำเลยที่บ้านเลขที่ 53/1 หมู่ที่ 2แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ตามทะเบียนบ้านอันเป็นภูมิลำเนาของจำเลย ไม่พบจำเลย พบแต่ชายคนหนึ่งอายุประมาณ30 ปี แจ้งว่าจำเลยไม่อยู่ ไปธุระไม่ทราบว่าจะกลับเมื่อใดและไม่ยอมรับหมายแทน นายสนิทจึงปิดหมายไว้ ณ บ้านเลขที่ดังกล่าวทั้งสองคราว ทั้งจำเลยก็เบิกความยอมรับว่า จำเลยและภริยามักจะเดินทางไปต่างจังหวัดที่บ้านจำเลยมีเด็กรับใช้ 2 คนเป็นชายคนหนึ่งและหญิงคนหนึ่ง ผู้ชายอายุประมาณ 25 ปี อยู่บ้านเป็นประจำ เจือสมกับคำของนายสนิทพยานโจทก์ ดังนี้
ศาลฎีกาเห็นว่าคำพยานโจทก์มีน้ำหนักยิ่งกว่าพยานจำเลย ข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่าได้มีการปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องกับหมายนัดไว้ที่ภูมิลำเนาของจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงต้องถือว่าจำเลยได้รับหมายเรียกและหมายนัดดังกล่าวแล้ว แต่จงใจไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน