Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2960/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ปัญหาว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองที่ดินแปลงพิพาทส่วนของโจทก์แล้วหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริง มิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ดังนี้ เมื่อประเด็นในชั้นอุทธรณ์มีเพียงว่าที่ดินแปลงพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของบิดามารดาโจทก์จำเลย หรือเป็นทรัพย์ของจำเลยซึ่งได้มาโดยหักร้างถางป่า และเรื่องค่าเสียหาย เท่านั้น การที่ศาลอุทธรณ์ตั้งปัญหาขึ้นเองว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองที่ดินแปลงพิพาทในส่วนของโจทก์หรือไม่ และวินิจฉัยว่าจำเลยได้แย่งการครอบครอง โจทก์หมดสิทธิในที่ดินแปลงพิพาทส่วนของโจทก์เพราะมิได้ฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในหนึ่งปีนั้น จึงเป็นการขัดต่อกฎหมายและเป็นคำวินิจฉัยที่มิชอบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ที่ดินแปลงพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าซึ่งบิดามารดาครอบครองมา เมื่อบิดามารดาถึงแก่กรรมจึงตกเป็นมรดกแก่โจทก์จำเลยครอบครองร่วมกัน ต่อมาทางราชการได้ทำถนนผ่าน เป็นเหตุให้ที่ดินถูกแบ่งออกเป็น ๒ แปลง ด้านทิศเหนือเนื้อที่ประมาณ ๑๔ ไร่ ด้านทิศใต้เนื้อที่ประมาณ ๓ ไร่ โจทก์จำเลยได้แบ่งการครอบครองที่ดินแต่ละด้านคนละครึ่ง โดยแปลงด้านทิศเหนือได้ขอออก น.ส.๓ เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับที่ดินด้านทิศใต้ปรากฏว่าจำเลยได้ขอออก น.ส.๓ เป็นของจำเลยทั้งหมด โจทก์จึงคัดค้านและขอให้จำเลยกันส่วนของโจทก์ซึ่งโจทก์ครอบครองอยู่ให้แก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ยินยอม ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์มีส่วนในที่ดินมรดกด้านทิศใต้ครึ่งหนึ่ง และเพิกถอนการขอออก น.ส.๓ ของจำเลย หรือให้จำเลยยอมให้โจทก์มีชื่อร่วมในการขอออก น.ส.๓ ตามส่วนของโจทก์หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินแปลงพิพาททั้งแปลงเป็นของจำเลยได้มาโดยหักร้างถางป่า โจทก์มาขออาศัยอยู่เป็นเนื้อที่ประมาณ ๕๐ ตารางวา เมื่อจำเลยขอออก น.ส.๓ สำหรับที่ดินแปลงทิศใต้ทั้งแปลง โจทก์ได้คัดค้านและฟ้องเป็นคดีนี้ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและคดีขาดอายุความ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาขับไล่โจทก์กับใช้ค่าเสียหาย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ที่ดินแปลงพิพาททั้งแปลงเป็นมรดกของบิดามารดาตกทอดแก่ทายาท และได้แบ่งแยกกันครอบครองกับจำเลยเป็นสัดส่วนแล้วขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่ดินแปลงพิพาทไม่เป็นทรัพย์มรดกของบิดามารดาโจทก์จำเลย พิพากษายกฟ้องโจทก์และขับไล่โจทก์และบริวาร กับให้ใช้ค่าเสียหายปีละ ๑,๒๐๐ บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่ดินแปลงพิพาทเป็นทรัพย์มรดกตกทอดแก่โจทก์จำเลยและตั้งปัญหาว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองส่วนของโจทก์ไปแล้วหรือไม่ แล้ววินิจฉัยว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองที่ดินแปลงพิพาทจนได้สิทธิครอบครอง โจทก์มิได้ฟ้องเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในหนึ่งปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองโจทก์จึงหมดสิทธิในที่ดินแปลงพิพาทแล้ว ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยในผล แล้วพิพากษาแก้สำหรับค่าเสียหายโดยกำหนดให้ปีละ ๘๕ บาท ฯลฯ โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ตั้งปัญหาเรื่องจำเลยแย่งการครอบครองจากโจทก์หรือไม่ แล้ววินิจฉัยให้โจทก์แพ้คดี เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น คำฟ้อง คำให้การ และไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยได้เอง จำเลยฎีกาว่า ที่ดินแปลงพิพาทไม่ใช่ทรัพย์มรดกตกทอดแก่โจทก์จำเลยค่าเสียหายที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเป็นการคลาดเคลื่อน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ที่ดินแปลงพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของบิดามารดาซึ่งตกทอดแก่โจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยฎีกาของโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวว่าตามคำฟ้องของโจทก์ คำให้การฟ้องแย้งของจำเลยและคำให้การแก้ฟ้องแย้งของโจทก์คดีคงมีประเด็นโต้เถียงกันว่าที่ดินแปลงพิพาทเป็นที่ดินมรดกของบิดามารดาโจทก์จำเลยหรือเป็นที่ดินของจำเลยเองโดยจำเลยได้หักร้างถางป่ามาแล้วให้โจทก์อาศัยอยู่ และเรื่องค่าเสียหายเท่านั้น คดีหาได้มีประเด็นโต้เถียงกันในเรื่องการแย่งการครอบครองหรือถูกแย่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ แต่ประการใดไม่ ในฟ้องอุทธณ์ของโจทก์และคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยก็มีปัญหาโต้เถียงกันแต่เพียงว่าที่ดินแปลงพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของบิดามารดาโจทก์จำเลยหรือเป็นทรัพย์ของจำเลยเองโดยจำเลยหักร้างถางป่ามา และในเรื่องค่าเสียหายเท่านั้นไม่มีปัญหาโต้เถียงกันในเรื่องการแย่งการครอบครองหรือถูกแย่งการครอบครองแต่ประการใดซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๐ บัญญัติให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะวินิจฉัยคดีโดยเพียงแต่พิจารณาฟ้องอุทธรณ์

คำแก้อุทธรณ์ เอกสารและหลักฐานทั้งปวงในสำนวนความซึ่งศาลชั้นต้นส่งขึ้นมาเท่านั้น ทั้งปัญหาที่ว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองส่วนของโจทก์แล้วหรือไม่นั้น เป็นเรื่องข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลอุทธณ์จะยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒(๕) ดังนั้นการที่ศาลอุทธรณ์ตั้งปัญหาขึ้นเองว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองที่ดินแปลงพิพาทในส่วนของโจทก์แล้วหรือไม่ แล้ววินิจฉัยว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองที่ดินแปลงพิพาทในส่วนของโจทก์จนได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว และโจทก์มิได้ฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในหนึ่งปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง โจทก์จึงหมดสิทธิในที่ดินแปลงพิพาทแล้วนั้น จึงเป็นการขัดต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความดังกล่าวข้างต้น คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ การอยู่ในที่ดินแปลงพิพาทของโจทก์จึงไม่ใช่อยู่โดยอาศัยสิทธิของจำเลย จำเลยไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่โจทก์และเรียกค่าเสียหาย

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้โจทก์มีส่วนในที่ดินแปลงพิพาทครึ่งหนึ่ง และให้โจทก์มีชื่อร่วมในการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินแปลงพิพาทตามส่วนของโจทก์ด้วย ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี · อำนวย อินทุภูติ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายสุนทร นาเนกรังสรรค์
ศาลอุทธรณ์ - นายเกียรติ จาตนิลพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4002/2540

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ไว้จากจำเลยที่ 1 เพื่อความรับผิดต่อบุคคลภายนอกในลักษณะประกันภัยค้ำจุนในขณะเกิดเหตุคดีนี้ โดยมีเงื่อนไขตามกรมธรรม์ประกันภัยระบุว่า จำเลยที่ 2 จะให้ความค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6190/2540

ที่ดินของโจทก์ตามโฉนดเลขที่ 50352 ซึ่งอยู่ท้ายซอยสุดของทางพิพาท ถูกที่ดินแปลงอื่นของบุคคลอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะได้เว้นเสียแต่จะผ่านไปตามทางพิพาทในที่ดินของจำเลยเพื่อออกสู่ถนนภายในหมู่บ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6962/2540

ฎีกาของจำเลยทั้งสองมีประเด็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ และทางพิพาทเป็นทางสาธารณะหรือไม่ เพียงใด ประเด็นหลังเป็นข้อกฎหมายสำคัญในการชี้ขาดตัดสินคดี แต่ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นข้อนี้ไว้ชัดแจ้งทั้งศาลอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7263/2537

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยบุกรุกที่ดินโจทก์หรือไม่ แล้วศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยบุกรุก จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยไม่ได้ปลูกสร้างโรงเรือนและรั้วรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ ส่วนข้อความในอุทธรณ์ที่จำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2562

จำเลยให้การว่าจำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยระบุเหตุเลิกสัญญาตามข้อ 7 ข้อ 13 และข้อ 14 ไว้ด้วย ชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการพื้นที่โดยชอบด้วยกฎหมายห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้