Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2966/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานอันใดของนายจ้างจะถือว่าเป็นกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่นั้น ย่อมต้องพิจารณาจากลักษณะของการกระทำนั้นๆ มิใช่ว่าจะต้องให้ความเสียหายต่อนายจ้างปรากฏขึ้นด้วยเสมอไป จึงจะนับว่าการฝ่าฝืนนั้นๆ เป็นกรณีที่ร้ายแรง แม้ระเบียบของจำเลยจะมิได้ห้ามมิให้พนักงานดำรงตำแหน่งใดในธุรกิจอื่นโดยเด็ดขาด โดยยังมีข้อยกเว้นให้พนักงานสามารถกระทำได้ก็ตาม โจทก์พึงปฏิบัติตามข้อยกเว้นนั้น กรณีจึงจะไม่เป็นการกระทำฝ่าฝืนระเบียบ ส่วนที่โจทก์อ้างว่าจำเลยเคยไม่ปลดหรือไล่พนักงานที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อนี้ออกจากงานนั้น หากจะเป็นจริงก็เป็นสิทธิของจำเลยที่จะใช้ดุลพินิจ เพราะตามระเบียบนี้ใช้คำว่า "อาจเป็นผลให้" และความร้ายแรงของการฝ่าฝืนของพนักงานอื่นอาจต่างกับกรณีของโจทก์มากก็ได้ ระเบียบทั่วไปว่าด้วยสภาพการจ้างสำหรับพนักงานของบริษัทจำเลยกล่าวไว้ว่าการฝ่าฝืนข้อ 87 อาจทำให้จำเลยเลิกจ้างพนักงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชยนั้น มีความหมายว่าในบางกรณีจำเลยอาจถือว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานอันเป็นกรณีที่ร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (3) แต่การฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานอันใดจะเป็นกรณีที่ร้ายแรงถึงขนาดที่นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้หรือไม่นั้น ศาลย่อมพิเคราะห์ว่ามีเหตุผลอันสมควรหรือไม่ มิใช่ว่าเมื่อนางจ้างกำหนดไว้ในระเบียบว่าไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแล้วศาลจะต้องถือตามเสมอไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 10 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 4

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยไม่แจ้งสาเหตุให้ทราบและไม่จ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม โจทก์ไม่ได้ทำความผิดอย่างใด จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ โจทก์มีสิทธิได้รับเงินโบนัสเท่ากับเงินเดือนอีก ๖ เดือน นอกจากนั้นโจทก์ยังมีวันลาพักร้อนอีก ๑๒ วัน ซึ่งโจทก์มิได้ลาพัก จำเลยจึงต้องจ่ายเป็นเงินแทนให้แก่โจทก์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๕ จำเลยเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าทำให้โจทก์เสียหายเพราะ++++ ของคิดค่าเสียหายเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย ๖ เดือน ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์กระทำความผิดในหน้าที่การงานอย่างร้ายแรง ทำให้บริษัทจำเลยเสียหาย โดยโจทก์ให้อำนาจหน้าที่แสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองและผู้อื่นโดยไม่ชอบ จงใจทำให้บริษัทจำเลยได้รับความเสียหาย เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานอย่างร้ายแรง ตามระเบียบว่าด้วยสภาพการจ้างสำหรับพนักงานของบริษัทจำเลย และตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗ (๒) และ (๓) บริษัทจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย เงินโบนัสโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเพราะโจทก์ทำงานไม่ครบกำหนด ค่าเสียหายโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเพราะบริษัทจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า การเลิกจ้างเป็นการกระทำอันเป็นธรรม โจทก์มิได้ตกงานเพราะสามารถดำเนินกิจการค้าในกิจการอื่นของโจทก์ได้เต็มที่ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีซึ่งโจทก์มิได้ใช้สิทธิหยุดมีกำหนด ๑๒ วัน พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกนั้นให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังว่า นอกจากโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยโดยเป็นหัวหน้าพนักงานขายสินค้าฝ่ายผลิตภัณฑ์อาหารแล้ว โจทก์ยังเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัด ซ. โจทก์ติดต่อมอบหมายให้พนักงานขายของจำเลยช่วยขายสินค้าให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซ. ด้วย โดยทำควบคู่ไปกับการขายสินค้าให้จำเลย การที่โจทก์อาศัยตำแหน่งหน้าที่กระทำการดังกล่าว เป็นการเข้าจัดการงานของห้างหุ้นส่วนจำกัด ซ. ซึ่งโจทก์เป็นหุ้นส่วนอยู่ ตามระเบียบทั่วไปว่าด้วยสภาพการจ้างสำหรับพนักงานของบริษัทจำเลย ข้อ ๘๗ มีความว่า "ขณะที่มีหน้าที่ในบริษัท พนักงานไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งใดในธุรกิจอื่น ไม่ว่าจะได้รับค่าตอนแทนหรือไม่ก็ตาม

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากฝ่ายจัดการ การฝ่าฝืนกฎข้อนี้อาจเป็นผลให้บริษัทเลิกจ้างพนักงานได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชย ตามที่ระบุมาข้างต้นนี้ มิได้ประสงค์จะขับขวางงานอดิเรกอันก่อให้เกิดรายได้และกิจกรรมในยามว่างอื่นๆ ซึ่งทำนอกเวลาทำงาน" การกระทำของโจทก์เป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบด้านการตลาด ขยายของเขตธุรกิจการค้าให้แก่ห้างหุ้นส่วน ซ. แม้จะไม่ปรากฏโดยชัดแจ้งว่าโจทก์ได้ดำรงตำแหน่งใดในห้างหุ้นส่วนจำกัด ซ. ก็ตาม โดยพฤตินัยก็ถือได้ว่าโจทก์ดำรงตำแหน่งในธุรกิจของห้างหุ้นส่วนจำกัด ซ. แล้ว เป็นการฝ่าฝืนระเบียบดังกล่าว การกระทำของโจทก์จึงอยู่ในดุลพินิจของนายจ้างที่จะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ แม้ยังไม่เป็นการจงใจทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหาย แต่ก็เป็นการกระทำผิดหน้าที่และฝ่าฝืนระเบียบของจำเลยเกี่ยวกับการทำงานอันเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยตามข้ออุทธรณ์ของโจทก์ว่า การฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานอันใดของนายจ้าง จะถือว่าเป็นกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่นั้น ย่อมต้องพิจารณาจากลักษณะของการกระทำนั้นๆ มิใช่ว่าด้วยให้ความ+++++ ต่อนายจ้างปรากฏขึ้นด้วยเสมอไปจึงจะนับว่าการฝ่าฝืนนั้นๆ เป็นกรณีที่ร้ายแรง

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าตามระเบียบฯ ข้อ ๘๗ นั้น ถือว่ามิใช่ความผิดร้ายแรง เพราะมิได้ห้ามพนักงานกระทำโดยเด็ดขาด มีข้อยกเว้นที่พนักงานสามารถกระทำได้ เห็นว่า เมื่อมีข้อยกเว้นอยู่ โจทก์ก็พึงปฏิบัติตามข้อยกเว้นนั้น กรณีจึงจะไม่เป็นการกระทำฝ่าฝืนระเบียบ ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยเคยไม่ปลดหรือไม่ไล่พนักงานที่ฝ่ายระเบียบออกจากงานนั้น หากจะฟังว่าเป็นความจริง ก็เป็นสิทธิของจำเลยที่จะใช้ดุลพินิจ เพราะตามระเบียบฯ ข้อ ๘๗ ใช้คำว่า "อาจเป็นผลให้" และความร้ายแรงของการฝ่าฝืนของพนักงานอื่นอาจจะต่างกับกรณีของโจทก์มากก็ได้ ตามข้อ ๘๗ (๓) ของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างประจำซึ่งเลิกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างและนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว

เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง นายจ้างไม่จำต้องตักเตือน ระเบียบทั่วไปว่าด้วยสภาพการจ้างสำหรับพนักงานของบริษัทจำเลยนั้นเป็นระเบียบเกี่ยวกับการทำงานอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง แม้จะกล่าวไว้ว่าการฝ่าฝืนข้อ ๘๗ อาจทำให้จำเลยเลิกจ้างพนักงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ก็มีความหมายว่าในบางกรณีจำเลยอาจถือว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานอันเป็นกรณีที่ร้ายแรงตามประกาศข้อ ๘๗ (๓) นั่นเอง แต่การฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานอันใดจะเป็นกรณีที่ร้ายแรงถึงขนาดที่นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้หรือไม่นั้น ศาลย่อมพิเคราะห์ว่ามีเหตุผลอันสมควรหรือไม่ มิใช่ว่าเมื่อนายจ้างกำหนดไว้ในระเบียบว่าไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแล้ว

ศาลจะถือตามเสมอไป ดังเช่นคดีนี้ ศาลแรงงานกลางก็ได้พิเคราะห์การกระทำของโจทก์แล้ว เห็นว่าการที่โจทก์ฝ่าฝืนระเบียบฯ ของนายจ้างนั้นเป็นกรณีร้ายแรงจริง ซึ่งศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย การที่บริษัทจำเลยมีระเบียบที่อาจเลิกจ้างพนักงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชยนี้ จะเปรียบเสมือนว่าจำเลยได้สร้างกฎหมายขึ้นมาใช้บังคับนอกเหนือกฎหมายคุ้มครองแรงงานหาได้ไม่ ระเบียบของจำเลยมิได้ขัดต่อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป ชุ่มวัฒนะ · ขจร หะวานนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายณรงค์ สันติเตมิตศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2528

กรณีที่อธิบดีกรมแรงงานอนุญาตให้นายจ้างมีสิทธิสั่งให้ลูกจ้างทำงานเกินกำหนดเวลาปกติตามกฎหมายได้นั้น นายจ้างกับลูกจ้างย่อมทำสัญญาให้ลูกจ้างทำงานเกินกำหนดเวลาและจ่ายค่าจ้างกันเท่าใดก็ได้ เมื่อลูกจ้างยินยอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 201/2528

จำเลยให้ลูกจ้างซึ่งมีหน้าที่เป็นนายสถานีหรือผู้ช่วยทำงานวันละ 12 ชั่วโมงมานานแล้ว โดยจำเลยจ่ายแต่เงินค่าตอบแทนพิเศษเพิ่มให้ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเท่านั้น และลูกจ้างก็ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1523/2566

ข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างกับจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างประเภทสถาบันอุดมศึกเอกชนมีการคุ้มครองแรงงานไว้โดยเฉพาะตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 มาตรา 23 กิจการของจำเลยจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับตา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 626059)

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น จำเลยมิได้ให้การไว้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานกลาง และไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7945/2554

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 13 ใช้สำหรับกรณีมีการเปลี่ยนแปลงตัวนายจ้าง ซึ่งมีผลให้นายจ้างใหม่ต้องรับสิทธิและหน้าที่อันเกี่ยวกับลูกจ้างที่มีอยู่กับนายจ้างเดิมมาด้วยทุกประการ แต่หากเป็นการโอนสิท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้