Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 30/2494

พ.ศ. 2494 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำผิดฐานยักยอกหรือลักทรัพย์โดยบรรยายฟ้องในตอนต้นกล่าวหาว่า จำเลยรับมอบทรัพย์แล้ยักยอกทรัพย์ แต่ตอนหลังกลับกล่าวหาว่าจำเลยลักทรัพย์แล้วอ้างบทมาตราขอให้ลงโทษทั้งความผิดฐานลักทรัพย์แลยักยอก ดังนี้ เป็นฟ้องที่ขัดแย้งกันอยู่ในตัว ทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องเป็นอย่างไรแน่ และจำเลยต้องหาว่าได้กระทำการอย่างใดแน่ อันจะเป็นความผิดฐานยักยอกหรือลักทรัพย์ คำฟ้องเช่นนี้จึงเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158( 5 ) วรรคแรก ศาลจะรับไว้พิจารณาเอาโทษจำเลยมิได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 158 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 288 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำผิดฐานยักยอกหรือลักทรัพย์ โดยบรรยายฟ้องว่า " นายชิต ดำรงรัตน์ได้มอบหมายให้นายพรจำเลยเป็นผู้ดูแลรักษรหนังโค ๖ ผืน...ครั้นจำเลยทั้งหมดบังอาจสมคบกันเอาหนังโคดังกล่าวไปโดยการทุจริต ทั้งนี้โดยจำเลยที่ ๒ - ๓ - ๔ สมคบกับจำเลยที่ ๑ มีเจตนาทุจริต เบียดบังเอาทรัพย์ที่จำเลยที่ ๑ ได้รับมอบหมายดังกล่าวข้างต้นไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียหรือมิฉะนั้น จำเลยที่ ๒ - ๓ ๔ ได้บังอาจสมคบกับจำเลยที่ ๑ เอาทรัพย์รายนี้ไป โดยเจ้าทรัพย์ได้อนุญาตและโดยการทุจริต..." ขอให้ลงโทษตาม ก.ม. ลักษณะอาญามาตรา ๓๑๔, ๒๘๘, ๒๙๓, จำเลยปฎิเสธแลต่อสู้ว่า ฟ้องเคลือบคลุม ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องตอนแรกกล่าวหาเป็นลักษณ ๓๗ ผิดฐานยักยอกตามมาตรา ๓๑๔ และอ้างมาตรา ๓๑๔ มาลงโทษ+ ลงโทษ แต่ฟ้องตอนหลังกลับกล่าวเป็นลักษณะความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๘๘ และอ้างมาตรา ๒๘๘ มาเป็นบทลงโทษฟ้องดังนี้จึงขัดแย้งกันในตัวเองทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องเป็นอย่างไรแน่ และจำเลยต้องหาว่าได้กระทำการอย่างไรแน่ อันจะเป็นความผิดฐานยักยอกหรือลักทรัพย์ จึงเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๕๘ ( ๕ ) วรรคแรก จะรับไว้พิจารณาเอาโทษจำเลยมิได้

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ · นาถปรีชา · สัญญา ธรรมศักดิ์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายไพฑูรย์ พันธ์ฟัก
ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพิศาลโสภณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 72/2490

ฟ้องบรรยายว่า จำเลยบังอาจถอดสร้อยคอโจทก์ ภายหลังไปขอคืนก็ไม่คืนให้ ขอให้ลงโทษตาม มาตรา 314 ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง แม้โจทก์จะเบิกความว่า โจทก์ไม่ยินยอมให้ถอดอันแสดงว่า โจทก์มิได้มอบหมายทรัพย์นั้นให้ก็ดีก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 250/2500

บรรยายฟ้องข้อ 1 ว่าจำเลยลักทรัพย์ แต่กล่าวในฟ้องข้อ2 ว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจร เช่นนี้เป็นฟ้องที่ขัดกัน ทำให้จำเลยไม่เข้าใจข้อหาได้ดี เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา158…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2007/2500

ถึงแม้ในคำบรรยายฟ้องอาญา โจทก์จะได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดแล้วก็ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6)ก็ยังมีความประสงค์ให้โจทก์อ้างบทมาตราแห่งความผิดไว้ในท้ายฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2135/2499

เจ้าทรัพย์ลืมกระเป๋าทิ้งไว้ที่ข้างเกียร์บนรถยนต์ที่จำเลยเป็นผู้ขับขี่ , มีบุคคลอื่นมาพบและเก็บได้ถามว่ากระเป๋าของใคร ผู้โดยสารคนหนึ่งว่าเป็นของเขา ผู้เก็บได้จึงส่งกระเป๋าเงินให้จำเลยไปให้ผู้โดยสารคนนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2026/2499

บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีหน้าที่แต่เพียงเชิญชวนแนะนำให้ผู้ร้องปิดแสตมป์ ก.ศ.ส. ในคำร้องเท่านั้น แม้จะได้ความจริงก็หาลงโทษจำเลยได้ไม่ เพราะจำเลยไม่มีหน้าที่จัดซื้อหรือทำหรือปกครองรักษาทรัพย์สิ่งใดๆ ตามความห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้