Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 302/2490

พ.ศ. 2490 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยแจ้งความต่อเจ้าพนักงาน ให้จับโจทก์และว่าโจทก์เป็นผู้ร้ายลักทรัพย์ซึ่งศาลได้ตัดสินยกฟ้องในคดีนั้นไปแล้ว จะเป็นผิดฐานละเมิด หรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงอย่างเดียวกันมา ฎีกาต่อไปไม่ได้ตาม มาตรา219

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 282 ป.วิ.อ. มาตรา 219 ป.อ. มาตรา 282

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแกล้งนำความซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่า โจทก์เป็นคนร้ายลักทรัพย์ของจำเลยและนำเจ้าพนักงานมาจับโจทก์และค้นบ้าน โจทก์ต้องถูกควบคุม 2 วัน 1 คืน จึงได้ปล่อยตัวไปและในวันค้นบ้านจำเลยได้กล่าวต่อหน้าชุมนุมชนว่า โจทก์เป็นผู้ร้ายลักทรัพย์ โจทก์ต้องเสียชื่อเสียงเกียรติคุณความดีเรียกค่าสินไหมทดแทน 500 บาทจำเลยให้การว่าหาได้นำความเท็จไปร้องเรียนไม่และจำเลยได้ฟ้องโจทก์ว่าลักทรัพย์ตามสำนวนดำที่ 375/2486 โจทก์ถูกจับกุมคุมขังโดยอำนาจของพนักงาน จำเลยไม่ต้องรับผิดศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยมีอำนาจร้องทุกข์ได้และโจทก์นำสืบไม่ได้ว่า จำเลย แกล้งเอาความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จไปแจ้งความ จำเลยมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นคนร้าย การถูกควบคุมโดยเจ้าพนักงานปฏิบัติตามกฎหมายเช่นนี้

โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายไม่ได้ ส่วนข้อหมิ่นประมาทว่าลักทรัพย์ ก็ไม่ได้แกล้งใส่ความโจทก์จำเลยพูดไปตามปกติวิสัยผู้เสียหาย พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาอ้างเป็นข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดตามกฎฆมายแล้ว เพราะศาลพิพากษาว่าโจทก์ไม่ได้ลักทรัพย์จำเลยศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยแจ้งความต่อเจ้าพนักงานให้จับโจทก์ และว่าโจทก์เป็นผู้ร้ายลักทรัพย์ตามฟ้อง จะเป็นการละเมิดหรือไม่นั้น ย่อมต้องแล้วแต่ข้อเท็จจริงที่พึงปรากฎซึ่งในเรื่องนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีเหตุอันควรสงสัยว่าโจทก์เป็นคนร้าย จึงไม่ถือว่าเป็นการละเมิด นับว่านับว่าเป็นการวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริง คดีต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ให้ยกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธรรมบัณฑิต · ชัยประชา · ปรีชาวินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1570/2498

ข้าราชการร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาว่าเพื่อข้าราชการด้วยกันด่าว่าและได้กล่าวถึงความประพฤติเสียหายของเพื่อนข้าราชการผู้นั้นประกอบคำร้องทุกข์ไปด้วย ข้าราชการผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้คัดค้าน ความเท็จจริงแห่งคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1325/2498

กรณีที่จะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทข้อความที่กล่าวจะต้องมุ่งเจาะจงถึงบุคคลใดโดยเฉพาะ และโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความถึงบุคคลผู้ถูกหมิ่นประมาทนั้นด้วยเมื่อในคำโฆษณามีความหมายเฉพาะนายแพทย์ชายคนหนึ่งไม่มีกิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 543/2498

ศาลล่างฟังว่าถ้อยคำที่โจทก์กล่าวอ้างว่าเป็นคำหมิ่นประมาทโจทก์นั้น ไม่มีความหมายเป็นถ้อยคำที่ใส่ความโจทก์ โจทก์ฎีกาว่า ถ้อยคำนั้นมีความหมายเป็นอีกอย่างซึ่งเป็นความหมาย+เป็นคำหมิ่นประมาทโจทก์เช่นนี้ เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1070/2493

พระภิกษุเมาสุราไปด่าท้าทายจำเลย จำเลยไปแจ้งความต่อผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านแนะนำให้ไปแจ้งต่อเจ้าคณะหมวดเพราะผู้ด่าท้าทายเป็นสงฆ์ จำเลยจึงไปร้องต่อเจ้าคณะหมวด เจ้าคณะหมวดเรียกพระภิกษุนั้นมาแจ้งข้อหาให้ทร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 174/2490

ในคดีเรื่องปลอมหนังสือปัญหาว่า จำเลยได้ร้องขอให้เจ้าพนักงานจดข้อความนั้นจะเท่ากับจำเลยบอกให้เจ้าพนักงานจดตามที่ตนร้องขอหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงในคดีหมิ่นประมาท เมื่อศาลฟังว่า จำเลยมิได้มีเจตนาใส่ค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้