Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3028/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าคำฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะบรรยายฟ้องสับสน ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าโจทก์ได้ที่ดินมาอย่างไร และครอบครองที่ดินของโจทก์อย่างไรเขตที่อ้างว่าจำเลยบุกรุกอยู่ตรงไหน แต่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 มิได้ให้การต่อสู้ไว้ว่าคำฟ้องเคลือบคลุม แม้จำเลยที่ 2 จะให้การว่าคำฟ้องเคลือบคลุมแต่ก็อ้างเหตุแห่งการเคลือบคลุมว่าฟ้องโจทก์มีได้มีรายละเอียดเกี่ยวกับความเสียหายและค่าขาดประโยชน์ซึ่งเป็นคนละเหตุกับเหตุที่จำเลยที่ 1 อ้างในฎีกา ถือไม่ได้ว่าฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น จำเลยไม่เคยเข้าไปกระทำการใด ๆ ในที่ดินของโจทก์เพียงแต่ในการขอรังวัดสอบเขตที่ดินของจำเลยซึ่งอยู่ติดกันจำเลยนำชี้เขตที่ดินของตนว่าอยู่เลยแนวรั้วเข้าไปในที่ดินของโจทก์ซึ่งโจทก์ก็คัดค้าน เมื่อโจทก์ขอรังวัดสอบเขตที่ดินบ้าง จำเลยที่ 1 ก็ไประวังแนวเขตและชี้ว่าที่ดินของตนอยู่เลยแนวรั้วเข้าไปในที่ดินของโจทก์ เป็นเหตุให้รังวัดสอบเขตไม่สำเร็จ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเขตที่ดินในโฉนด ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินส่วนที่เลยแนวรั้วในที่ดินของโจทก์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ืโจทก์ฟ้องว่าเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๑๐๒ ซึ่งติดกับที่ดินโฉนดที่ ๖๒๖๗ ของนางบุญนาค ศุขประมูล โดยมีลำกระโดงคั่นตลอดแนวและถือเส้นกึ่งกลางลำกระโดงเป็นแนวเขต และโจทก์ทำรั้วสังกะสีไว้ตามแนวดังกล่าว ต่อมานางบุญนาคยกที่ดินให้จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ขอรังวัดสอบเขตที่ดินของตนและนำชี้เขตรุกล้ำแนวรั้วเข้ามาในที่ดินของโจทก์โจทก์คัดค้านเมื่อโจทก์ขอรังวัดที่ดินจำเลยที่ ๑ ก็คัดค้านและชี้แนวเขตรุกล้ำเข้ามาในที่ดินโจทก์อีก ต่อมาจำเลยที่ ๑ สมคบกับจำเลยที่ ๒ ก่อสร้างตึกรุกล้ำแนวรั้วเข้ามาในที่ดินของโจทก์ ทำให้รั้วโจทก์เสียหายเป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาทขอให้พิพากษาว่าที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ ๑๑๐๒ มีเขตตามเส้นสีแดงในแผนที่สังเขปท้ายฟ้องให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินของโจทก์ห้ามจำเลยที่ ๑ คัดค้านการรังวัดสอบเขตและปักหลักเขตตามแนวดังกล่าวและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย

จำเลยที่ ๑ ให้การและฟ้องแย้งว่า คดีโจทก์ขาดอายุความในการรังวัดสอบเขตโจทก์นำชี้รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของจำเลยที่ ๑ และสร้างรั้วสังกะสีรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของจำเลยที่ ๑ ยาวตลอดที่ดินโจทก์เนื้อที่ ๑๖ ตารางวาเศษ เป็นราคา ๖๐,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้องโจทก์และบังคับให้โจทก์รื้อรั้วสังกะสีดังกล่าวออกไป จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ปลูกสร้างอาคารในที่ดินของจำเลยที่ ๑ มิได้รุกล้ำที่ดินโจทก์ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้มีรายการละเอียดเกี่ยวกับความเสียหายและค่าขาดประโยชน์

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งทำนองเดียวกับคำฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินโจทก์มีเขตตามแนวเส้นสีแดงในแผนที่วิวาท ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินโจทก์ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่าคำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพราะบรรยายฟ้องสับสน ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าโจทก์ได้ที่ดินมาอย่างไรและครอบครองที่ดินของโจทก์อย่างไร เขตที่อ้างว่ามีการบุกรุกอยู่ตรงไหนจำเลยทั้งสองไม่อาจเข้าใจได้ ทำให้จำเลยทั้งสองเสียเปรียบและหลงข้อต่อสู้นั้นปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ มิได้ให้การต่อสู้ไว้เลยว่าคำฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ส่วนจำเลยที่ ๒ แม้จะให้การว่าคำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม แต่ก็อ้างเหตุแห่งการเคลือบคลุมว่าคำฟ้องของโจทก์มิได้มีรายละเอียดเกี่ยวกับความเสียหายและค่าขาดประโยชน์ซึ่งเป็นคนละเหตุกับเหตุที่จำเลยที่ ๑ อ้างอิงในฎีกาจึงถือไม่ได้ว่าฎีกาของจำเลยที่ ๑ ข้อนี้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยข้อนี้ให้ ฯลฯ ในปัญหาว่าจำเลยที่ ๑ ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินภายในเส้นสีเขียวในแผนที่วิวาทส่วนที่เลยแนวรั้วสังกะสีเข้าไปในที่ดินโฉนดที่ ๑๑๐๒ ของโจทก์ ฯลฯ หรือไม่นั้น เห็นว่าการที่จะได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยทางครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ผู้ครอบครองที่ดินของผู้อื่นโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ไม่เคยเข้าไปกระทำการใด ๆ ในที่ดินโฉนดที่ ๑๑๐๒ ของโจทก์เลยเพียงแต่ในการขอรังวัดสอบเขตที่ดินของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ นำชี้เขตที่ดินของตนว่าอยู่เลยแนวรั้วสังกะสีเข้าไปในที่ดินของโจทก์ซึ่งโจทก์ก็ได้คัดค้าน และเมื่อโจทก์ขอรังวัดสอบเขตที่ดินของตนบ้าง

จำเลยที่ ๑ ไประวังแนวเขตก็ได้ชี้ว่าเขตที่ดินของจำเลยที่ ๑ อยู่เลยแนวรั้วสังกะสีเข้าไปในที่ดินของโจทก์ เป็นเหตุให้การขอรังวัดสอบเขตไม่สำเร็จ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเขตที่ดินในโฉนดดังกล่าวทั้งสองแปลงจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้ครอบครองที่ดินตามพื้นที่สีเขียวตามแผนที่วิวาทส่วนที่เลยแนวรั้วสังกะสีซึ่งเป็นเขตติดต่อของที่ดินเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ฯลฯ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง คล้ายแก้ว · ธีรศักดิ์ กรรณสูต · ถวิล ทองสว่างรัตน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายจังหวัด วิเชียรสวรรค์
ศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิโชค ปะถะคามิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7169/2538

ที่จำเลยฎีกาว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ยอมรับว่าต.ครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อประมาณ 20 ปีมาแล้ว ต้องฟังว่า ต.ครอบครองที่ดินพิพาทเกินกว่า 1 ปีแล้วนั้น ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ได้ความเพียงแต่ว่าเมื่อ 20 ปีม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6313/2537

จำเลยให้การและนำสืบว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1แต่ผู้เดียว โจทก์และจำเลยที่ 2 อยู่โดยอาศัยสิทธิของจำเลยที่ 1ดังนี้ตามคำให้การและทางนำสืบของจำเลยทั้งสองแสดงว่าไม่อาจมีปัญหาเรื่องแย่งการครอบครองที่ด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2537

ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นว่าโจทก์เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เอาประกันภัยอันจะถือว่าโจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือไม่ไว้ในชั้นชี้สองสถาน ซึ่งจำเลยได้โต้แย้งคัดค้านและอุทธรณ์คัดค้านต่อศาลอุทธรณ์แล้ว เมื่อจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2778/2536

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินมีโฉนด โดยโจทก์ได้ปลูกสร้างบ้านและครอบครองทำประโยชน์ที่ดินเฉพาะส่วนของโจทก์ด้านทิศเหนือเป็นส่วนสัดมานานกว่า 30 ปี จำเลยให้การว่า ไม่มีการตกลงใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4370/2536

คำฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์จำเลยแสดงเจตนาลวงทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างกัน หาได้กล่าวอ้างว่าโจทก์จำเลยทำนิติกรรมซื้อขายกันจริง และหลังจากทำนิติกรรมซื้อขายกันแล้วโจทก์ได้ครอบครองที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้