Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4370/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์จำเลยแสดงเจตนาลวงทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างกัน หาได้กล่าวอ้างว่าโจทก์จำเลยทำนิติกรรมซื้อขายกันจริง และหลังจากทำนิติกรรมซื้อขายกันแล้วโจทก์ได้ครอบครองที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างอย่างเป็นเจ้าของ จึงได้สิทธิครอบครองไม่ แม้จำเลยให้การว่าโจทก์ขายที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างให้จำเลย ถือว่าสละความเป็นเจ้าของแล้วการที่โจทก์อยู่ต่อมาเป็นเพียงอาศัยสิทธิของจำเลยไม่ได้สิทธิครอบครอง ก็เป็นเพียงกล่าวถึงผลของการที่โจทก์จำเลยซื้อขายที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น คำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาทในเรื่องที่ว่าหลังจากโจทก์ขายที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยแล้ว โจทก์ได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างหรือไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพร้อมตึกแถว2 ชั้นจำนวน 8 ห้อง อยู่ในที่ดินดังกล่าว โจทก์ซื้อเชื่อสินค้าจากจำเลย โดยโจทก์ได้นำพืชไร่ไปมอบให้จำเลยเป็นการชำระหนี้แล้วต่อมาจำเลยบอกโจทก์ว่าโจทก์ยังเป็นหนี้จำเลยจำนวน 30,000 บาทและให้โจทก์ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ที่ดินที่โจทก์ปลูกบ้านอยู่ แล้วโอนให้จำเลยเพื่อจำเลยจะนำไปจำนองเอาเงินชำระหนี้จำเลย หากมีเงินเหลือจำเลยก็จะมอบให้โจทก์ แล้วจำเลยจะโอนชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เป็นชื่อโจทก์ โดยให้โจทก์ดำเนินการไถ่ถอนจำนองเอง โจทก์ตกลงทำตามคำแนะนำของจำเลย ต่อมาโจทก์จำเลยได้แสดงเจตนาลวงทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินตามที่ตกลงกันข้างต้น และจำเลยนำที่ดินไปจำนองแก่ธนาคารกรุงไทย

จำกัด เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ทวงถามเงินจำนวนดังกล่าวจากจำเลย แต่จำเลยขอผัดเรื่อยมา ในที่สุดจำเลยอ้างว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตกเป็นของจำเลยแล้ว ขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 28ตำบลนายางกลัด อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นของโจทก์ โดยสิทธิครอบครองตามกฎหมาย ให้จำเลยรับผิดหนี้จำนองโดยดำเนินการไถ่ถอนจำนองจากธนาคารกรุงไทย จำกัด ให้ปลอดจำนองหากจำเลยไม่ปฏิบัติให้โจทก์มีสิทธิไถ่ถอนจำนองโดยให้จำเลยชำระหนี้ค่าไถ่ถอนจำนองแก่โจทก์ และให้จำเลยจดทะเบียนโอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ของที่ดินพิพาทให้เป็นชื่อของโจทก์หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การว่า

โจทก์กู้ยืมเงินจำเลยไปจำนวน 150,000 บาทโจทก์ไม่เคยชำระดอกเบี้ยและเงินต้นให้จำเลย โจทก์ไม่สามารถชำระหนี้ได้ จึงขอโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างชำระหนี้และขอให้จำเลยเพิ่มเงินให้อีก จำนวน 100,000 บาท เมื่อตกลงกันแล้วจำเลยชำระเงินให้โจทก์จำนวน 100,000 บาท และคืนสัญญากู้ยืมเงินให้โจทก์แล้วไปจดทะเบียนซื้อขายที่ดินกัน โดยจำเลยไม่ทราบเรื่องการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ของที่ดินโจทก์ หลังจากจดทะเบียนซื้อขายแล้วโจทก์ขออาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทต่อไปอีก6 เดือน ต่อมาจำเลยแจ้งให้โจทก์ออกไปจากที่ดินพิพาท โจทก์ขออยู่ไปก่อน แต่จำเลยไม่ยอม หลังจากนั้นโจทก์ขอซื้อที่ดินพิพาทคืนแต่ตกลงราคากันไม่ได้ โจทก์ขายที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างให้จำเลย

ถือว่าสละความเป็นเจ้าของแล้ว แม้โจทก์จะอยู่ต่อมาก็เป็นเพียงอาศัยสิทธิของจำเลย โจทก์ไม่ได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 28ตำบลนายางกลัด อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน ให้จำเลยจดทะเบียนโอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) ดังกล่าวเป็นชื่อของโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า เดิมโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.)

เลขที่ 28 ตำบลนายางกลัด อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิและเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในที่ดินดังกล่าวเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2529 โจทก์จดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลย หลังจากนั้นโจทก์ยังคงอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทตลอดมาจนถึงปัจจุบัน มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ในข้อแรกว่า คดีมีประเด็นข้อพิพาทตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ในข้อ 3 ว่า หากฟังว่าจำเลยซื้อที่ดินแปลงพิพาทจากโจทก์ โจทก์มีสิทธิครอบครองเป็นเจ้าของหรือไม่เพียงใด หรือไม่ และในข้อที่สองว่า หลังจากโจทก์ขายที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยแล้วโจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างอย่างเป็นเจ้าของหรือครอบครองโดยอาศัยสิทธิของจำเลย ในปัญหาข้อแรกนั้นเห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์จำเลยแสดงเจตนาลวงทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างกัน

โจทก์หาได้กล่าวอ้างว่าโจทก์จำเลยทำนิติกรรมซื้อขายกันจริง และหลังจากทำนิติกรรมซื้อขายกันแล้วโจทก์ได้ครอบครองที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างอย่างเป็นเจ้าของจึงได้สิทธิครอบครองแม้จำเลยจะให้การว่าโจทก์ขายที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างให้จำเลย ถือว่าสละความเป็นเจ้าของแล้ว การที่โจทก์อยู่ต่อมาเป็นเพียงอาศัยสิทธิของจำเลย ไม่ได้สิทธิครอบครองก็เป็นเพียงกล่าวถึงผลของการที่โจทก์จำเลยซื้อขายที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น คำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาทในเรื่องที่ว่า หลังจากโจทก์ขายที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยแล้ว โจทก์ได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ ที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทข้อ 3 ว่า หากฟังว่าจำเลยซื้อที่ดินแปลงพิพาทจากโจทก์โจทก์มีสิทธิครอบครองเป็นเจ้าของหรือไม่เพียงใด นั้น จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 คดีไม่มีประเด็นข้อพิพาทดังกล่าว และไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาในข้อที่สองต่อไปพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต พรายภู่ · ตัน เวทไว · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3028/2531

จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าคำฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะบรรยายฟ้องสับสน ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าโจทก์ได้ที่ดินมาอย่างไร และครอบครองที่ดินของโจทก์อย่างไรเขตที่อ้างว่าจำเลยบุกรุกอยู่ตรงไหน แต่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 มิได้ให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 339/2490

โจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่มือเปล่าและห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยมิได้ต่อสู้ในเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินศาลจะตัดสินในเรื่องกรรมสิทธิ์ไม่ได้เพราะนอกประเด็นเมื่อได้ความว่าโจทก์ได้รับโอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 589/2553

จำเลยให้การว่า โจทก์มีคดีพิพาทเกี่ยวกับที่ดิน โจทก์ได้ร่วมกันทำนิติกรรมฉ้อฉลโดยนำเอาเอกสารที่ยังไม่ได้กรอกข้อความใดๆ มาหลอกลวงให้จำเลยลงลายมือชื่อโจทก์แจ้งข้อความเท็จว่า จะนำเอกสารดังกล่าวไปแสดงต่อเจ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5417/2552

โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 ผู้ให้เช่าคืนเงินประกันค่าเสียหายจากการใช้สถานที่เช่าเนื่องจากภายหลังครบกำหนดเวลาสัญญาเช่า โจทก์ผู้เช่าได้รื้อถอนแผ่นป้ายโฆษณาและโครงเหล็กสำหรับติดตั้งป้ายโฆษณาออกจากที่เช่าเรีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4622/2550

ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) แต่แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เป็นหลักฐานที่รับฟังได้แต่เพียงว่าขณะแจ้งการครอบครองผู้แจ้งอ้างว่าที่ดินเป็นของผู้แจ้ง ที่ดินตา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้