Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3127/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่าผู้มีชื่อซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเดิมและจำเลยได้ยินยอมให้โจทก์และบริวารใช้ถนนพิพาท แต่โจทก์ก็บรรยายฟ้องต่อมาว่าโจทก์ใช้ถนนพิพาทโดยความสงบโดยเปิดเผย และด้วยถือว่าเป็นถนนซึ่งเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ติดต่อมาเป็นเวลากว่า 20 ปีโดยผู้มีชื่อและจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินก็มิได้หวงห้ามหรือสงวนสิทธิบนถนนแต่ประการใด ถนนดังกล่าวตลอดทั้งสายจึงตกเป็นภาระจำยอมตามกฎหมายแก่ที่ดินของโจทก์ คำว่ายินยอมตามคำฟ้องของโจทก์จึงมีความหมายว่า เจ้าของที่ดินเดิมและจำเลยรู้ว่าโจทก์ใช้ถนนพิพาทแล้วมิได้หวงห้ามหรือสงวนสิทธิบนถนนพิพาทนั้นเองมิได้มีความหมายว่า โจทก์ขออนุญาตเจ้าของที่ดินเดิมและจำเลยใช้ถนนพิพาทแต่อย่างใด เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ใช้ถนนพิพาทโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาให้เป็นภาระจำยอมเกินกว่า 10 ปี โดยมิได้ขออนุญาตใช้ถนนพิพาทจากเจ้าของที่ดินเดิมและจำเลยถนนพิพาทจึงตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ทิศตะวันออกของที่ดินจำเลยอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์เดิมที่ดินของจำเลยเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้มีชื่อ ต่อมามีการซื้อขายกันมาจนเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ผู้มีชื่อและจำเลยยินยอมให้โจทก์กับบริวารและบุคคลทั่วไปใช้ถนนพิพาทโดยความสงบเปิดเผยและด้วยถือว่าเป็นถนนซึ่งเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 20 ปี ผู้มีชื่อและจำเลยไม่เคยหวงห้ามหรือสงวนสิทธิแต่ประการใด ถนนพิพาทกว้างประมาณ 6 เมตร ยาว 12 เมตร รถยนต์เข้าออกได้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2530 จำเลยนำเสาปูนซีเมนต์และอุปกรณ์ก่อสร้างกองไว้จะสร้างอาคารคร่อมถนนพิพาททำให้โจทก์ไม่อาจผ่านเข้าออกได้ตามปกติ ขอให้พิพากษาว่าถนนพิพาทเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนเสาปูนซีเมนต์และอุปกรณ์ก่อสร้างออกไปจากถนนดังกล่าว

หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้โจทก์รื้อได้เองโดยให้จำเลยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและห้ามจำเลยและบริวารขัดขวางการใช้ถนนของโจทก์และบริวารจำเลยให้การว่า ถนนพิพาทกว้างเพียง 1.50 เมตร โจทก์และบุคคลทั่วไปใช้ถนนพิพาทมาเพียง 7 ปี ถนนพิพาทจึงไม่ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ เจ้าของคนก่อนและจำเลยก็เคยบอกกล่าวแก่โจทก์และบุคคลทั่วไปให้ผ่านเข้าออกเพียงชั่วคราว จำเลยปิดกั้นถนนพิพาทจริง แต่ได้เปิดทางใหม่กว้าง 2.60 เมตร ห่างถนนพิพาทเพียง 10 เมตรโจทก์สามารถใช้ทางใหม่ได้สะดวก ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับว่า ถนนภายในเส้นสีแดงตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องตลอดสายเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยรื้อเสาปูนซีเมนต์และอุปกรณ์การก่อสร้างออกไปจากถนนพิพาท

ห้ามจำเลยขัดขวางการใช้ถนนของโจทก์และบริวารจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่จำเลยฎีกาว่า ตามคำเบิกความของนายโอบ เกตากุล ในชั้นไต่สวนขอคุ้มครองชั่วคราวและคำฟ้องของโจทก์จะเห็นได้ว่าโจทก์เข้าออกในที่ดินพิพาทและถมดินในที่ดินพิพาทโดยความยินยอมของนายทอง นางกิ้มห้องและจำเลย จึงถือว่าโจทก์ใช้ทางโดยเจตนาจะเอาเป็นทางภาระจำยอมมิได้เห็นว่า แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่าผู้มีชื่อซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเดิมและจำเลยได้ยินยอมให้โจทก์และบริวารใช้ถนนพิพาท แต่โจทก์ก็บรรยายฟ้องต่อมาว่าโจทก์ใช้ถนนพิพาทโดยความสงบ โดยเปิดเผย และด้วยถือว่าเป็นถนนซึ่งเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ติดต่อมาเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยผู้มีชื่อและจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินก็มิได้หวงห้ามหรือสงวนสิทธิบนถนนแต่ประการใด

ถนนดังกล่าวตลอดทั้งสายจึงตกเป็นภาระจำยอมตามกฎหมายแก่ที่ดินของโจทก์ คำว่ายินยอมตามคำฟ้องของโจทก์จึงมีความหมายว่า เจ้าของที่ดินเดิมและจำเลยรู้ว่าโจทก์ใช้ถนนพิพาทแล้วมิได้หวงห้ามหรือสงวนสิทธิบนถนนพิพาทนั้นเอง มิได้มีความหมายว่าโจทก์ขออนุญาตเจ้าของที่ดินเดิมและจำเลยใช้ถนนพิพาทแต่อย่างใดทั้งโจทก์นำสืบได้ว่าโจทก์ใช้ถนนพิพาทโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาให้เป็นภาระจำยอมเกินกว่า 10 ปี โดยมิได้ขออนุญาตให้ใช้ถนนพิพาทจากเจ้าของที่ดินเดิมและจำเลย ถนนพิพาทจึงตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพัฒน์ อุชุภาพ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5793/2537

เหตุผลที่ยกขึ้นฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่ตรงกับที่ได้ให้การต่อสู้คดีไว้ จึงต้องถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบและไม่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9882/2560

คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยบรรยายว่า จำเลยใช้ทางพิพาทมาตลอด กว้าง 11 เมตร ยาวจากที่ดินจำเลยไปจดถนนกรุงธนบุรี ยาว 38 เมตร เป็นทางเดิน ยานพาหนะผ่านเข้าออก ที่จอดรถ และขนถ่ายสินค้าถึงปัจจุบันเกือบ 30 ปี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7603/2560

ที่ดินพิพาทคดีนี้กับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3824/2558 เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน เมื่อคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ย่อมผูกพันจำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ข้อเท็จจริ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3635/2554

โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมตึกแถว ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของทางพิพาทซึ่งมีสภาพเป็นถนนผ่านหน้าที่ดินโจทก์ทั้งสอง แม้จำเลยจะเบิกความรับว่า ว. เจ้าของที่ดินและตึกแถวเดิมได้ก่อสร้างถนนหรือทางพิพาทไว้เพื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5927/2552

โจทก์ทั้งสี่ใช้ลำรางพิพาทในการชักน้ำเข้านาที่ดินพิพาท แล้วขุดเป็นบ่ออยู่ในที่ดินแปลงดังกล่าว จากนั้นโจทก์ทั้งสี่ใช้ระหัดวิดน้ำหรือใช้เครื่องสูบน้ำชักน้ำเข้าไปยังที่ดินแปลงอื่นของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้