Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องกล่าวในคำร้องว่า ผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทจาก ช.แต่นำสืบว่า จ. มารดาผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทจาก ช. แล้วผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทต่อจาก จ. อีกทีหนึ่ง เป็นการนำสืบถึงที่มาของที่ดินพิพาทและการได้ที่ดินพิพาทมา ไม่ถือว่าทางนำสืบต่างกับคำร้องถึงขนาดเป็นเหตุให้รับฟังไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า นายทัดเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 607 เนื้อที่ 3 งาน 20 ตารางวา นายชุ่ม อำแดงแช่มสามีภริยากัน เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 321 เนื้อที่3 ไร่ 28 ตารางวา ที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวตั้งอยู่ที่อำเภอหนองขาหย่าง (อำเภอหนองพรวงเดิม)จังหวัดอุทัยธานี เมื่อประมาณ17 ปีมานี้ บุคคลทั้งสามได้ขายที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องโดยมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 607 และเลขที่ 321 ให้ผู้ร้องยึดถือไว้ ผู้ร้องได้เข้าครอบครองทำประโยชน์โดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาเกิน 10 ปีแล้ว ผู้ร้องจึงได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 607และโฉนดเลขที่ 321 เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 321 ตามคำร้องเป็นของนางกาหรี่ จาริก และเป็นมรดกของนางกาหรี่ ไม่ใช่เป็นของผู้ร้อง ผู้คัดค้านเป็นบุตรและผู้จัดการมรดกของนางกาหรี่ตามพินัยกรรมได้ครอบครองที่ดินมรดกดังกล่าวตลอดมาโดยไม่ได้จัดการแบ่งให้แก่ทายาท ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 607 เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382และพิพากษาว่าที่ดินตามโฉนดเลขที่ 321 นั้น ผู้ร้องไม่ได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 คำขอเกี่ยวกับที่แปลงนี้ให้ยก

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 321 เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 321 มีชื่อนายชุ่ม อำแดงแช่ม เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ปัญหามีว่าผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของจนได้กรรมสิทธิ์หรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของผู้ร้องนางจีบ กอบสาริกรณ์ มารดาผู้ร้องและนางสมศรี ขำศรี พี่ของผู้ร้องพยานผู้ร้องใจความส่วนใหญ่ตรงกันยืนยันว่า นางจีบได้ซื้อที่ดินพิพาทมาจากนายชุ่ม อำแดงแช่มเมื่อประมาณ 40 ปีมาแล้ว ในราคา 3 ชั่ง ได้มอบโฉนดที่ดินและการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่กัน นางจีบได้ขายที่ดินพิพาทต่อให้แก่ผู้ร้องเมื่อประมาณ 17 ปีมาแล้ว และผู้ร้องให้นางสมศรีปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทตลอดมาจนปัจจุบัน ซึ่งผู้คัดค้านก็นำสืบรับกันว่ามีบ้านของนางสมศรีปลูกอยู่ในที่ดินพิพาทแต่เพียงหลังเดียวเท่านั้น

ส่วนที่ผู้คัดค้านนำสืบว่านางกาหรี่มารดาของผู้คัดค้านให้นางสมศรีปลูกบ้านอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทนั้น เมื่อนางสมศรีเบิกความว่า ผู้ร้องให้นางสมศรีปลูกบ้านอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาท ทั้งนางเรียบ เพ็ญพิมพ์นากป้าของผู้คัดค้านพยานผู้คัดค้านซึ่งมีที่ดินอยู่ทางทิศตะวันตกห่างที่ดินพิพาทเพียงประมาณ 1 เส้น ก็ยังเบิกความว่านางสมศรีปลูกบ้านในที่ดินพิพาทโดยขออนุญาตใครไม่ทราบ จึงฟังไม่ได้ว่านางกาหรี่ให้นางสมศรีปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทที่นายหริก จีนเขตรกิจ สามีคนที่ 2 ของนางกาหรี่ และนางเรียบพยานผู้คัดค้านเบิกความว่า นางกาหรี่ซื้อที่ดินพิพาทจากนายชุ่มอำแดงแช่ม เมื่อประมาณ 30 ปีมานี้ ในราคา 40 บาทนั้น ปรากฏว่าขัดกับคำของนายปลิว

สวรรคทัต ลูกพี่ลูกน้องของผู้คัดค้านพยานผู้คัดค้านที่เบิกความว่า นางกาหรี่ซื้อที่ดินพิพาทจากนายอิ๊บบิดาของนายปลิว หาได้ซื้อจากนายชุ่ม อำแดงแช่มดังคำเบิกความของนายหริกและนางเรียบไม่ ทั้งนายหริกยังเบิกความด้วยว่าการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างนางกาหรี่กับนายชุ่มอำแดงแช่ม ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือและไม่มีการส่งมอบโฉนดกันซึ่งเป็นการผิดวิสัยที่วิญญูชนผู้ซื้อขายที่ดินมีโฉนดจะพึงปฏิบัติกัน จึงฟังไม่ได้ว่านางกาหรี่ซื้อที่ดินพิพาทจากนายชุ่ม อำแดงแช่ม และให้นางสมศรีปลูกบ้านอยู่อาศัยพยานผู้ร้องที่นำสืบมีน้ำหนักรับฟังได้มากกว่าพยานผู้คัดค้าน ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทจากนางจีบแล้วผู้ร้องให้นางสมศรีปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทมาเป็นเวลาประมาณ 17 ปีซึ่งมีผลเท่ากับผู้ร้องให้นางสมศรีครอบครองที่ดินพิพาทแทนโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาจนปัจจุบันเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว

ผู้ร้องจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 การที่ผู้ร้องกล่าวในคำร้องว่าผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทจากนายชุ่ม อำแดงแช่ม แต่นำสืบว่านางจีบมารดาผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทจากนายชุ่ม อำแดงแช่มแล้วผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทต่อจากนางจีบอีกทีหนึ่งนั้น เป็นการนำสืบถึงที่มาของที่ดินพิพาทและการได้ที่ดินพิพาทมา จึงไม่ขัดกันเองอันจะเป็นเหตุให้รับฟังไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1759/2568

คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน แต่ฟ้องให้จำเลยรับผิดโดยอาศัยอำนาจแห่งมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีก่อนที่พิพากษาให้จำเลยต้องร่วมกับบริษัท บ. คืนรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2568

ในคดีผู้บริโภคปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4759/2568

เมื่อศาลพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาชำระเงิน 10,000,000 บาท แทนการให้ทรัพย์สินตามคำร้องตกเป็นของแผ่นดิน แม้จะถือว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ตามคำร้องของผู้ร้องและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการบั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4273/2568

แม้ ฮ. มีคำสั่งเสียก่อนถึงแก่ความตายยกทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของ ฮ. ให้แก่จำเลยที่ 1 แต่ ฮ.ถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด ทรัพย์มรดกทั้งหมดย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้