Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3148/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับบัญชีระบุพยานของโจทก์และไม่อนุญาตให้โจทก์สืบพยาน เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 แม้โจทก์จะได้ยื่นคำแถลงแจ้งเหตุขัดข้องและจำเป็นที่มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานภายในกำหนดและขอยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลชั้นต้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์ได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 226(2) แล้วก็ตามแต่เมื่อโจทก์มิได้หยิบยกปัญหานี้ขึ้นว่ากล่าวมาในชั้นอุทธรณ์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 แม้ผู้ร้องจะนำสืบพยานฝ่ายเดียว แต่ถ้าเป็นพยานที่มีน้ำหนักและเหตุผลเป็นที่เชื่อถือได้ ศาลก็ย่อมจะรับฟังพยานเช่นว่านั้นแล้ววินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทให้ผู้ร้องเป็นฝ่ายชนะคดีได้ โจทก์ฎีกาเพียงแต่ขอให้พิจารณาคดีใหม่ มิได้ฎีกาขอให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดี จึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลสำนวนละ 200 บาท ตามตารางท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ตาราง 1 ข้อ 2(ข)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามตั๋วเงิน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม ต่อมาจำเลยไม่ยอมชำระเงินตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1385 เลขที่ 2846 และเลขที่ 3045 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งตั้งอยู่ตำบลแม่อาย อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ร้องทั้งสองสำนวนยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ทั้งสองสำนวนขอให้ยกคำร้อง โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานน้อยกว่าสามวันศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับบัญชีระบุพยาน และไม่อนุญาตให้โจทก์นำพยานเข้าสืบ ภายหลังจากที่ผู้ร้องสืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว โจทก์ยื่นคำแถลงแจ้งเหตุขัดข้องที่ยื่นบัญชีระบุพยานล่าช้าและขอให้ศาลรับบัญชีระบุพยานของโจทก์ ผู้ร้องแถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกคำแถลงแล้วพิพากษาให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาในประการแรกขอให้พิจารณาคดีใหม่ โดยรับบัญชีระบุพยานของโจทก์และให้โจทก์มีโอกาสนำพยานมาสืบนั้น เห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับบัญชีระบุพยานของโจทก์และไม่อนุญาตให้โจทก์สืบพยาน เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 แม้โจทก์จะได้ยื่นคำแถลงแจ้งเหตุขัดข้องและจำเป็นที่มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานภายในกำหนด และขอให้ยื่นบัญชีระบุพยานได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์ได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2) แล้วก็ตาม แต่โจทก์ก็มิได้หยิบยกปัญหานี้ขึ้นว่ากล่าวมาในชั้นอุทธรณ์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยที่โจทก์ฎีกาประการต่อมาว่า

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเพียงพยานผู้ร้องฝ่ายเดียวโดยอ้างว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ เป็นการพิพากษาคดีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า แม้ผู้ร้องจะนำสืบพยานฝ่ายเดียวแต่ถ้าพยานนั้นมีน้ำหนักและเหตุผลเป็นที่เชื่อถือได้แล้ว ศาลก็ย่อมจะรับฟังพยานเช่นว่านั้นเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทได้ การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกคำพยานผู้ร้องขึ้นวินิจฉัยไปฝ่ายเดียว โดยอ้างว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ ซึ่งคำวินิจฉัยดังกล่าวถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนแล้วเช่นนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงชอบด้วยกฎหมาย สำหรับฎีกาโจทก์ข้ออื่น ๆ นอกจากนี้ล้วนแต่เป็นฎีกาที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ทั้งเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงไม่รับวินิจฉัยอนึ่ง คดีสองสำนวนนี้

โจทก์ฎีกาเพียงแต่ขอให้พิจารณาคดีใหม่มิได้ฎีกาขอให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดี จึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลสำนวนละ 200 บาทรวม 400 บาท ตามบัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งตาราง 1 ข้อ 2 ข แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาคิดตามจำนวนทุนทรัพย์ 266,086 บาท จึงให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินแก่โจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 109777)

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับบัญชีระบุพยานของโจทก์ และไม่อนุญาตให้โจทก์สืบพยานเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 แม้โจทก์จะได้ยื่นคำแถลงแจ้งเหตุขัดข้องและจำเป็นที่มิได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9105/2544

จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่สั่งงดสืบพยานจำเลย ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและให้สืบพยานจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี เท่ากับขอให้ศาลอุท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 756/2543

โจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี ในวันเดียวกันศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต และถือว่าไม่ติดใจสืบพยาน ซึ่งเป็นคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ และเมื่อจำเลยแถลงไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้นัดฟังคำพิพากษา คำสั่งไม่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4188/2541

โจทก์ทั้งหกฟ้องโดยยกข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่าท. ได้ทำพินัยกรรมยกที่พิพาทให้โจทก์ทั้งหกคนละส่วนเท่า ๆ กันคิดราคารวม 205,500 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษา ยกฟ้อง โจทก์ทั้งหก อุทธรณ์ขอให้บังคับตามคำขอท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5514/2540

คำสั่งงดสืบพยานโจทก์ของศาลแรงงานและคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ต่างเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้คัดค้านคำสั่งของศาลแรงงานไว้โจทก์จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้