Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3151/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ มิได้ฟ้องให้จำเลยรับผิดในฐานะที่โจทก์เป็นคู่สัญญาผู้เอาประกันภัยไว้กับจำเลย แต่ฟ้องในฐานะที่โจทก์เป็นผู้เสียหาย เป็นบุคคลภายนอก จึงไม่อยู่ใต้บังคับแห่งบทกฎหมายที่ต้องนำพยานเอกสารมาแสดง มูลละเมิดมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของผู้เอาประกันภัยแต่เกิดจากความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างของผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกสัญญาประกันภัย ดังนั้นลูกจ้างของผู้เอาประกันภัยจะประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงผู้รับประกันภัยก็ไม่พ้นความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 879

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 โดยประมาทชนสะพานรถไฟของโจทก์เสียหาย จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกดังกล่าว จึงต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ ขอให้พิพากษาและบังคับจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธความรับผิด และจำเลยที่ 3 ต่อสู้ด้วยว่า เหตุละเมิดเกิดจากการความประมาทอย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัยจำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์โจทก์และจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์และจำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ว่า จำเลยที่ 3ฎีกาว่ากรมธรรม์ประกันภัยที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 3 รับผิดมีแต่สำเนา ถือได้ว่าโจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องให้จำเลยที่ 3 รับผิดในฐานะที่โจทก์เป็นคู่สัญญาผู้เอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 3 แต่ฟ้องในฐานะที่โจทก์เป็นผู้เสียหาย เป็นบุคคลภายนอก จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งบทกฎหมายที่ต้องนำพยานเอกสารมาแสดงดังที่จำเลยที่ 3 ฎีกาจำเลยที่ 3 ฎีกาข้อสุดท้ายว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิด

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า มูลละเมิดในคดีนี้มิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 2ผู้เอาประกันภัย แต่เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกสัญญาประกันภัย ดังนั้น จำเลยที่ 1 จะประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงจำเลยที่ 3 ก็ไม่พ้นความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 879พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรานอม มหรรณพ · ปรีชา พานิชวงศ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2537

ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นว่าโจทก์เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เอาประกันภัยอันจะถือว่าโจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือไม่ไว้ในชั้นชี้สองสถาน ซึ่งจำเลยได้โต้แย้งคัดค้านและอุทธรณ์คัดค้านต่อศาลอุทธรณ์แล้ว เมื่อจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5086/2558

ประเด็นที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยมีเพียงว่า โจทก์รับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันภัยหรือไม่ เมื่อโจทก์นำสืบพยานบุคคลฟังได้แล้วว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยความเสียหายซึ่งเกิดขึ้นภายในสถานที่ปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 204/2545

กรมธรรม์ประกันภัยเป็นเอกสารซึ่งผู้รับประกันภัยได้ทำขึ้นภายหลังที่ได้มีสัญญาประกันภัยเกิดขึ้นแล้ว และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 867 วรรคสองบัญญัติให้ผู้รับประกันภัยส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยอันมีเนื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2081/2543

ผู้รับประกันภัยรับประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยสำหรับความเสียหายในการขนส่งอุปกรณ์ไฟฟ้าทางทะเลจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย เมื่ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่เอาประกันภัยได้รับความเสียหายและผู้รับประกันภัยได้ชดใช้ ค่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5344/2540

กรมธรรม์ประกันภัยระบุข้อยกเว้นที่จำเลยผู้รับประกันภัยไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายว่าความเสียหายหรือสูญหายอันเกิดจากการลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์โดยบุคคลที่ครอบครองรถยนต์ตามสัญญาเช่าเป็นอันไม่คุ้มครอง เมื่อข้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้