Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2524 (เลขอ้างอิง 31753)

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 เข้าอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของโจทก์การที่จำเลยที่ 2 นำที่พิพาทไปขายให้จำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ย่อมได้สิทธิไปเท่าที่จำเลยที่ 2 มีอยู่และถือว่าการที่จำเลยที่ 1 ครอบครองที่พิพาทนั้นเป็นการครอบครองแทนโจทก์ระยะเวลาหนึ่งปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 นั้น ใช้สำหรับผู้แย่งการครอบครองจะยกขึ้นต่อสู้ครอบครองเดิม ผู้ยึดถือที่พิพาทแทนผู้ครอบครองจะยกระยะเวลาดังกล่าวขึ้นต่อสู้ผู้ครอบครองมิได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาแยกกันมา แต่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโจทก์สำนวนแรกฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครองที่พิพาทโจทก์ได้บุกเบิกก่อสร้างทำประโยชน์แจ้งการครอบครองเสียภาษีบำรุงท้องที่มาเกือบ 30 ปีแล้ว นายมานิ สายหลี จำเลยเป็นน้องภริยาโจทก์อาศัยอยู่ในที่ดินและบ้านของโจทก์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2521 โจทก์พิพาทกับนายเรืองหรือบุญช่วย เสนาโกฎ และนายดะอี สายหลี เรื่องบุกรุกที่ดิน โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานตำรวจและเจ้าพนักงานที่ดินออกไปตรวจสอบอาณาเขต นายมานิ สายหลี จำเลยอ้างว่าที่ดินและบ้านที่อาศัยเป็นของจำเลยคิดเป็นราคา 23,000 บาท การกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนแย่งการครอบครองของโจทก์

โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินและบ้านของโจทก์ได้บอกกล่าวให้ออกไปแล้วแต่จำเลยไม่ออก ขอให้บังคับจำเลยอพยพครอบครัวและบริวารออกไปจากบ้านและที่ดินของโจทก์ ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นน้องภริยาโจทก์ ที่ดินและเรือนที่จำเลยอาศัยเป็นของบิดามารดาจำเลย บิดาจำเลยถึงแก่กรรมตั้งแต่จำเลยยังเล็กเมื่อ 26-27 ปีมานี้ก่อนให้การ โจทก์ได้นางหร้อเกี้ยพี่สาวจำเลยเป็นภริยาแล้วอาศัยอยู่ที่บ้านเรือนมารดาจำเลยตลอดมา เมื่อประมาณ 20 ปีก่อนให้การภริยาโจทก์ถึงแก่กรรม โจทก์ได้ออกจากที่ดินบ้านเรือนของมารดาจำเลยไปไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวในที่ดินและบ้านเรือนแต่อย่างใดเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนให้การ

มารดาจำเลยได้ยกที่ดินดังกล่าวแก่จำเลย จำเลยได้รับการยกให้และครอบครองโดยสงบเปิดเผยเพื่อตนเองตลอดมา ได้เสียภาษีบำรุงท้องที่โจทก์ไม่เคยโต้แย้ง ครั้น พ.ศ. 2520 มารดาจำเลยป่วย จำเลยได้แบ่งขายที่ดินด้านทิศเหนือแก่ผู้มีชื่อ จำเลยคงครอบครองที่ดินเฉพาะส่วนทางด้านทิศใต้ตลอดมาโดยไม่มีผู้ใดโต้แย้ง หากศาลฟังว่าที่พิพาทและเรือนเป็นของโจทก์ โจทก์หมดสิทธิฟ้องร้องเอาคืนการครอบครองเพราะขาดอายุความ เมื่อกลางปีนี้ โจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดที่ดินของจำเลย จำเลยได้ห้ามปราม ขอให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนจำเลยโจทก์สำนวนหลังฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโดยบุกเบิกก่อสร้าง แผ้วถางครอบครองปลูกบ้านและเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาเกือบ 30 ปีแล้วเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2521 นายเรืองหรือบุญช่วย

จำเลยได้บุกรุกเข้าไปยกเสาเรือนและสร้างบ้านในที่ดินของโจทก์ตอนเหนือ โจทก์ได้ห้ามปรามแล้วแต่นายเรืองหรือบุญช่วยอ้างว่าได้ซื้อที่ดินจากนายดะอีหรืออี จำเลยซึ่งเป็นน้องภริยาโจทก์ เมื่อโจทก์ห้ามปรามแล้ว นายเรืองหรือบุญช่วยได้ทำรั้วลวดหนามในเขตที่ดินอีก จึงขอให้นายเรืองหรือบุญช่วยรื้อถอนเสาบ้านพร้อมด้วยเสารั้วลวดหนามออกหากไม่รื้อ ขอให้ศาลสั่งโจทก์เป็นผู้รื้อแทน โดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ห้ามจำเลยทั้งสองเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินโจทก์นายเรืองหรือบุญช่วยจำเลยที่ 1 ให้การว่า ได้ซื้อที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าจากนายดะอีหรืออีจำเลยที่ 2 โดยทำเป็นหนังสือเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2520 ได้ล้อมรั้วปลูกเรือนอาศัยมาเกินกว่า 1 ปีแล้ว

โจทก์หรือบุคคลอื่นไม่ได้เข้ามาโต้แย้งเกี่ยวข้องแต่อย่างใด หากศาลฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์โจทก์ก็หมดสิทธิฟ้องร้องเอาคืนการครอบครองได้ เพราะคดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนจำเลยนายดะอีหรืออี สายหลี จำเลยที่ 2 ให้การว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของบิดามารดาจำเลย บิดาจำเลยถึงแก่กรรมนานแล้ว เมื่อ 26-27 ปี ก่อนให้การ โจทก์ได้นางหร้อเกี้ยพี่สาวจำเลยเป็นภริยา แล้วได้เข้ามาอาศัยที่บ้านเรือนของมารดาจำเลย เมื่อ 20 ปีก่อนให้การนางหร้อเกี้ยภริยาโจทก์ถึงแก่กรรมโจทก์ได้ออกจากบ้านเรือนมารดาจำเลยไปเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนให้การ มารดาจำเลยได้ยกที่ดินให้แก่นายมานิ สายหลี น้องชายจำเลย

นายมานิ สายหลี ได้นำสำรวจที่ดินเพื่อเสียภาษีและเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมา โจทก์หรือบุคคลอื่นไม่เคยเข้าเกี่ยวข้อง เมื่อต้นปี 2520 มารดาจำเลยป่วยไม่มีเงินรักษา นายมานิ สายหลี ให้มารดาเอาที่ดินด้านทิศเหนือขาย มารดาจำเลยให้จำเลยไปขาย จำเลยได้ขายให้จำเลยที่ 1 โดยทำหนังสือซื้อขายกันเอง เมื่อเดือนเมษายน 2520 จำเลยที่ 1 ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์มาเกินกว่า 1 ปีแล้ว หากฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์ก็หมดสิทธิฟ้องร้องเอาคืนขอให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ใช่ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนจำเลยศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว สำนวนแรกพิพากษาว่าเรือนและที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ให้นายมานิหรือม่านิจำเลยและบริวารออกจากเรือนและที่ดินพิพาท

ห้ามเกี่ยวข้องอีก ให้นายมานิหรือม่านิจำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียม โดยกำหนดค่าทนายความ900 บาทแทนโจทก์ สำนวนหลังพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ให้นายเรืองหรือบุญช่วยจำเลยรื้อถอนเสาบ้านพร้อมด้วยเสารั้วและรั้วลวดหนามออกไปจากที่ดินพิพาทหากไม่รื้อให้โจทก์รื้อแทนโดยให้นายเรืองหรือบุญช่วยออกค่าใช้จ่าย ห้ามนายเรืองหรือบุญช่วยกับนายดะอีหรืออีหรือจำเลยเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทอีกจำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่านางแดงและนายดะอี สายหลี จำเลยที่ 2เข้าอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ การที่จำเลยที่ 2 เอาที่พิพาทไปขายให้นายเรืองหรือบุญช่วย เสนาโกฎ จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ย่อมได้สิทธิไปเท่าที่จำเลยที่ 2มีอยู่ และต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ครอบครองที่พิพาทนั้น เป็นการครอบครองแทนโจทก์ไม่ใช่เป็นการแย่งการครอบครองที่พิพาท แม้จำเลยที่ 1 จะครอบครองที่พิพาทเกินกว่า1 ปี ก็จะยกระยะเวลาดังกล่าวนี้ต่อสู้โจทก์ไม่ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสาท บุณยรังษี · ไพบูลย์ ไวกาสี · ศักดิ์ สนองชาติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2445/2537

เดิมจำเลยทำสัญญาเช่าที่พิพาทมี ส.ค.1 จาก ล. ผู้มีสิทธิครอบครองครั้นสัญญาสิ้นสุด จำเลยได้ทำสัญญาเช่ากับส. ซึ่งเป็นบุตรของ ล. จำเลยจึงอยู่ในฐานะครอบครองแทนล. ต่อมา ล. บอกเลิกการเช่ากับจำเลยอ้างว่า ส. ให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 387/2535

โจทก์และสามีโจทก์ซื้อที่ดินพิพาทมาจาก น. แล้วสามีโจทก์มอบที่ดินให้ ส.ครอบครองทำกินแทนแม้ต่อมาน.กับส.จะสมคบกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่า น.เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทบางส่วนจนเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1930/2529

ป.สามีโจทก์ได้ทำสัญญาซื้อที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่ามีหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้วจากจำเลย โดยทำสัญญาซื้อขายเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ ป. ยังค้างชำระราคาส่วนหนึ่งแก่จำเลย ตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2558

แม้จำเลยชนะคดีในศาลชั้นต้นก็ตาม แต่จำเลยก็ยังมีสิทธิที่จะตั้งประเด็นส่วนที่จำเลยไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นมาในคำแก้อุทธรณ์ได้ ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8486/2553

ที่ดินพิพาทซึ่งบริษัท ซ. ได้รับประทานบัตรทำเหมืองแร่ เป็นที่ดินของรัฐที่รกร้างว่างเปล่าซึ่งไม่เคยมีผู้ใดได้รับสิทธิในที่ดินตามกฎหมายมาก่อนตาม พ.ร.บ.แร่ฯ มาตรา 73 (3) ที่กำหนดมิให้ถือว่าการใช้ที่ดินของ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้